|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ก.ล.ต.เผย "ธีรัชชานนท์" เทขายหุ้นปิคนิค คอร์ปอเรชั่นจำนวน 20 ล้านหุ้นหรือ 1.35% ขณะที่ตลาดหลัก ทรัพย์ขู่เพิกถอน 3 บริษัทออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียน หากไม่ปลด "ประชัย" ออกจากการเป็นกรรมการ
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่าเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2548 นายธีรัชชานนท์ ลาภวิสุทธิสิน อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัทปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (PICNI) ได้ขายหุ้นบริษัทปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำนวน 20 ล้านหุ้นหรือ 1.35% ภายหลังการขาย ดังกล่าว ทำให้นายธีรัชชานนท์ยังถือหุ้นบริษัทปิคนิค คอร์ปอเรชั่นจำนวน 134.72 ล้านหุ้นหรือ 9.12% ของจำนวนหุ้นที่ขายได้แล้วทั้งหมด
อนึ่ง ก่อนหน้านี้นายธีรัชชานนท์ และนางสาวสุภาพร ลาภ- วิสุทธิสิน รองกรรมการผู้จัดการได้ถูกสำนักงาน ก.ล.ต.กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในกรณีที่จัดทำเอกสารและบัญชีไม่ถูกต้อง รวมทั้งการกระทำหน้าที่โดยทุจริต พร้อมกันนี้ ได้กล่าวโทษผู้ที่เกี่ยวข้องอีกจำนวน 8 ราย กรณีให้ความช่วยเหลือผู้บริหารดังกล่าว
ทั้งนี้ จากข้อมูลของตลาด หลักทรัพย์เกี่ยวกับโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทปิคนิค คอร์ปอ-เรชั่น ณ วันที่ 11 เมษายน 2548 ปรากฏว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 อันดับแรกประกอบด้วย น.ส.สุภาพร ลาภวิสุทธิสิน ถือหุ้น 274 ล้านหุ้น หรือ 18.54% รองลงมาได้แก่ นายธีรัชชานนท์ ลาภวิสุทธิสิน ถือหุ้น 198.11 ล้านหุ้นหรือ 13.41% และนางวิมล ลาภวิสุทธิสิน ถือหุ้น 64 ล้านหุ้นหรือ 4.33%
สำหรับราคาหุ้นบริษัทปิคนิค คอร์ปอเรชั่น เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2548 ที่ผ่านมาปิดที่ 2.54 บาทลดลง 0.06 บาทหรือ 2.31% มูลค่าการซื้อขาย 216.71 ล้านบาท
นายสุทธิชัย จิตรวนิช รอง ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) กล่าวถึงกรณีที่ตลาดหลักทรัพย์ส่งหนังสือแจ้งไปยังบริษัทที่นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ดำรงตำแหน่งกรรมการ ผู้จัดการจำนวน 3 บริษัท ได้แก่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย (TPI), บริษัททีพีไอ โพลีน (TPIPL) และบริษัทบางกอกสหประกันภัย (BUI) เพื่อให้ทราบว่านายประชัย ขาดคุณสมบัติในการเป็นกรรมการ ของบริษัท เนื่องจากนายประชัยถูกสำนักงาน ก.ล.ต.กล่าวโทษในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งหากนายประชัย ไม่ยอมลาออกจากการเป็นกรรมการของบริษัท หรือคณะกรรมการของบริษัทไม่ยอมปลดนายประชัยออกจากการเป็นกรรมการ บริษัทก็มีโอกาสที่จะถูกตลาดหลักทรัพย์สั่งเพิกถอนออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนได้
นอกจากนี้ หากนายประชัย เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็สามารถทำหนังสืออุทธรณ์มาที่ตลาดหลักทรัพย์ได้ และยังสามารถฟ้องร้องศาลปกครองให้ระงับคำสั่งของตลาดหลักทรัพย์ได้เช่นกัน ส่วนนายประชัยต้องถูกปลดจากการดำรงตำแหน่งผู้บริหารแผนบริษัททีพีไอโพลีนหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจ ของศาลล้มละลายกลางซึ่งเป็น ผู้แต่งตั้งผู้บริหารแผน
|
|
 |
|
|