สุรพลฟู้ดส์ เร่งหาพันธมิตรร่วม หวังลดต้นทุน แชร์ค่าใช้จ่ายทั้งลอจิสติกส์ เซลฟอร์ส ขยายช่องทางจำหน่าย เผยแผนบุกตลาดต่างประเทศ ผุดหน่วยงานใหม่ "โกลบอล มาร์เกตติ้ง" โฟกัสตลาด อเมริกา ยุโรป เอเชียแปซิฟิก มุ่งผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งสำเร็จรูป หวังเพิ่มรายได้ต่างประเทศอีก 1,000 ล้านบาท ใน 3 ปี
นางสาวหญิง ว่องวัฒนโรจน์ ผู้จัดการฝ่าย การตลาด บริษัท สุรพลฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯมีนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะเป็นการลดต้นทุนดำเนินงานด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรในไทยที่ทำธุรกิจอาหารแช่แข็งเหมือนกันที่จะทำงานร่วมกัน โดยพันธมิตรรายนี้มีความแข็งแกร่งทางด้านรีเทลหรือช่องทางค้าปลีกมาก ขณะที่บริษัทฯมีจุดแข็ง ทางด้านช่องทางฟูดเซอร์วิสมาก เพื่อเข้ามาร่วมมือกันทางด้านช่องทาง รวมทั้งลอจิสติกส์ เซลฟอร์ส แต่อย่างไรก็ตาม จะไม่มีการซ้ำซ้อนในเรื่องของผลิตภัณฑ์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถลดต้นทุนได้ประมาณ 20% คาดว่าจะสามารถสรุปการเจรจาได้ในเร็วๆ นี้
เนื่องจากตลาดอาหารแช่แข็งในไทยเวลานี้ มีการแข่งขันที่รุนแรง จากการที่มีรายใหม่เข้าตลาดจำนวนมาก และรายเก่าก็ขยายตลาดเต็มที่ ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีแบรนด์ใหม่เข้าตลาด 2 ราย และเปิดตัวเมนูใหม่รวมกว่า 50 เมนู โดยมูลค่าตลาดรวมอาหารแช่แข็งในไทยมีมากกว่า 18,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดช่องทางของ รีเทลกว่า 80% ซึ่งบริษัทฯมีแชร์ช่องทางนี้ 18% ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 20% สิ้นปีนี้ ส่วนช่องทางฟูด เซอร์วิส 20% ซึ่งบริษัทฯมีส่วนแบ่งช่องทางนี้ 8% ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 10% สิ้นปีนี้
ทั้งนี้ หากแบ่งเป็นลักษณะของอาหาร ในตลาดรวมจะมี 5 กลุ่มคือ 1. รีดดี้ทูคุ๊ก 2. โฟรเซ่นมีล 3. ติ่มซำ สัดส่วนตลาด 26% 4. แอพพลีไทเซอร์ สัดส่วน 45% 5.วัตถุดิบอาหารทะเล สัดส่วนตลาด 20% รวมทั้งมีแผนที่ จะขยายเอาต์เลตของบริษัทฯเองด้วยอีก 2 แห่ง เพื่อเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น จากปัจจุบันมี 6 แห่ง คือ บางกะปิ ตลาดไท ถนนจันทน์ สมุทรปราการ เชียงใหม่ โคราช และเพิ่งเริ่มบริการดิลิเวอรี่ เมื่อสั่งซื้อ 1,000 บาทขึ้นไป รัศมีส่ง 10 กิโลเมตร เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว
"สินค้าของสุรพลฟู้ดส์มีตำแหน่งเป็น พรีเมียมราคาแพงกว่าคู่แข่งประมาณ 15-20% ราคาเริ่มต้นที่ 69 บาทต่อกล่อง และในอเมริกา คาดว่าราคาจำหน่ายจะสูงกว่าคู่แข่ง 25% หรือประมาณ 7 เหรียญสหรัฐต่อกล่อง และมั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จ"
นายวีระชัย หิรัณยัษฐิติ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สุรพลฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯมีแผนที่จะขยายตลาดของผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งหรือผลิตภัณฑ์แวลูแอด (Value Add) (คืออาหารแช่แข็งที่ทำสำเร็จคือ อาหารทอด ติ่มซำ และอาหารจานด่วนเข้าไมโครเวฟพร้อมทาน) ในต่างประเทศมากขึ้นจากเดิมที่เน้นตลาดญี่ปุ่นซึ่งเป็นการส่งออกวัตถุดิบเป็นหลัก ซึ่งแต่เดิมรายได้จากการส่งออกนั้นมีประมาณ 90% จากรายได้รวมปีที่แล้วที่ทำได้ 4,500 ล้านบาท โดยมาจากตลาดญี่ปุ่นเป็นหลักมากกว่า 80% ซึ่งการทำตลาดก็ยังคงขยายต่อไปโดยผ่านพันธมิตรที่เป็นเอเยนต์ใหญ่ดำเนินการ ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มรายได้จาก การส่งออกแวลูแอดนี้อีกกว่า 1,000 ล้านบาท จากฐานปัจจุบันที่ทำได้ประมาณ 3,500 ล้านบาท
โดยเมื่อ 2 เดือนที่แล้วได้ตั้งหน่วยงานใหม่ ขึ้นมาชื่อว่า โกลบอลมาร์เกตติ้ง อยู่ภายใต้การดูแลของนางสาวหญิง ว่องวัฒนโรจน์ เพื่อที่จะขยายในตลาดต่างประเทศ 3 ตลาดหลัก คือ ยุโรป อเมริกา และเอเชียแปซิฟิก เนื่องจากเป็น ตลาดใหญ่และมีการเติบโตด้านอาหารแช่แข็งมากขึ้น เช่น ในอเมริกาเติบโต 20% ซึ่งบริษัทฯจะใช้วิธีการเข้าไปทำตลาดเองโดยตรง มุ่งไปที่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นฟูดเซอร์วิสหรือร้านอาหารไทยที่จะนำเอาผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งไปปรุงเป็นอาหารให้กับลูกค้า
จากการสำรวจพบว่ามีร้านอาหารไทยกระจายอยู่ทั่วโลกกว่า 7,000 แห่ง และการวิจัยพบว่า พ่อครัวมีการยอมรับอาหารแช่แข็งมากกว่า 75% และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 90% ในอีก 3 ปีข้างหน้า และอาหารจีนเป็นที่นิยมทั่วโลกอันดับหนึ่ง และอันดับสองคือ อาหารไทย และอินเดีย ซึ่งนั่นคือโอกาสและช่องทางการเติบโตของอาหารแช่แข็งหากการทำตลาดต่างประเทศเติบโตมากขึ้นมีแผนที่จะขยายกำลังการผลิต จากปัจจุบันมี 3 โรงงาน กำลังผลิตรวม 17,000 ตันต่อปี โดยที่กบินทร์บุรีผลิตประเภทแวลูแอด อย่างเดียว ที่ถนนเทพารักษ์ผลิตแบบแวลูแอด และวัตถุดิบ ส่วนที่สุราษฎร์ธานีผลิตวัตถุดิบอย่างเดียว
สำหรับผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรกนี้ทำยอดขายได้ 2,100 ล้านบาท เติบโต 18.6% จากช่วงเดียวกันปีที่แล้วที่ทำได้ 1,800 ล้านบาท และมีกำไรเติบโต 140% และคาดว่าทั้งปีนี้รายได้จะมีประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งรายได้สัดส่วนของต่างประเทศนั้นเติบโตมากกว่า 40%
|