ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก หลังถูกประธานบอร์ดสั่งชะลอโครงการขยายโทรศัพท์
5 แสนเลขหมาย ไม่ทันไร ผู้บริหารทศททำงามหน้า เสนอขอขยายเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่
1900 เมกะเฮิรตซ์ ร่ายยาวอ้างเหตุผลดิบดี ความจริง ต้องการรีพีทออเดอร์ ซื้อซ้ำจากซัปพลายเออร์
รายเดิมกว่า 3 พันล้านบาท ทั้งๆที่ของเดิม ทำสัญญาเสียเปรียบแต่ไม่คิดอ่านแก้ไข
ยังดันทุรังให้ขยายต่อ งานนี้พิสูจน์ความโปร่งใส ธรรมาภิบาลของบอร์ดทศท
แหล่งข่าวจากบริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่นกล่าวว่าในการประชุม บอร์ดทศท ในวันนี้
(19ก.ย.) จะมีการเสนอเรื่องการขยายบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ1900 เมกะ-
เฮิรตซ์ โดยประเด็นที่จะมีการเสนอ ให้บอร์ดพิจารณาอนุมัติคือ 1. ขออนุมัติการขยายบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ
1900 เมกะเฮิรตซ์ 2.ขออนุมัติงบประมาณเพื่อขยายบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ
1900 เมกะเฮิรตซ์ ให้ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล วงเงินรวมประมาณ
3,235 ล้านบาท ประกอบด้วยการติดตั้งสถานีฐานภายนอกอาคารเพิ่มอีก 300 สถานี
และการติดตั้งสถานีฐานภายในอาคารจำนวน 300 สถานี
3.ขออนุมัติวิธีการจัดหาเพื่อขยายบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 1900 เมกะเฮิรตซ์
2 วิธีคือ ใช้วิธีการจัดหาด้วยวิธีพิเศษ สำหรับสถานีฐานภายนอกอาคารเพิ่มอีก
300 สถานี และใช้การจัดหาด้วยวิธี ประกวดราคา สำหรับสถานีฐานภายในอาคาร 300
สถานี
4.ขออนุมัติวิธีการจัดหาเพื่อขยายบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 1900 เมกะเฮิรตซ์
โดยให้สำนักงาน โทรศัพท์เคลื่อนที่ (Thai Mobile) ทศท เป็นผู้ดำเนินการจัดหาเอง
โดยงบประมาณทั้งหมดที่ใช้ 3,235 ล้านบาท มีแหล่งเงินทุนจากรายได้ บริษัท
ภายหลังจากที่ได้เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ และเงินกู้จากสถาบันการเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ
การนำเสนอขอขยายบริการโครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 1900 เมกะเฮิรตซ์ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงของสำนักงานโทรศัพท์เคลื่อนที่
ซึ่งนายสุธรรม มลิลา กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทศท เพิ่งแต่งตั้งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่
นายพงษ์พันธ์ พงศ์ธรานนท์ เข้ามารับผิดชอบด้วยภารกิจหลักคือการขออนุมัติบอร์ดขยายบริการดังกล่าว
ให้ทันภายในสิ้นเดือนก.ย. ที่จะถึงนี้ก่อนการเกษียณอายุของผู้บริหารระดับสูงทศท
ทศทอ้างความจำเป็นที่ต้องร้อนรนขออนุมัติจากบอร์ดให้ได้ทั้งๆที่ทศทกำลังจะมีกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ในเดือนต.ค.ที่จะถึงนี้
ว่าเป็นเพราะภายหลังการทดลองเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1900 เมกะเฮิรตซ์และจาก
การที่ได้ศึกษา ประเมินผล ทำให้ทราบว่าภาวะการแข่งขันบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
ในปัจจุบัน ที่มีผู้ให้บริการรายใหญ่ครองตลาดอยู่ ปัจจัยสำคัญที่จะจูงใจให้ผู้บริโภคมาใช้บริการของ
ผู้ให้บริการรายใหม่ นอกจากจะมีในเรื่องราคาที่ถูก และเป็นธรรม กลยุทธ์การตลาดเชิงรุก
คุณภาพโครงข่ายที่มีมาตรฐานสูง และให้บริการ เสริมที่มีคุณภาพแล้ว ผู้ให้บริการรายใหม่จะต้อง
มีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมบริเวณที่สำคัญๆเพื่อแข่งขันกับผู้ให้บริการรายเดิมได้ด้วย
และเพื่อเป็นการสนองความต้องการด้านโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อให้บริการอย่างทั่วถึงด้วยประสิทธิภาพของการบริการที่ดี
โดยเน้นพื้นที่บริการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล Thai Mobile จึงต้องเร่งดำเนินการขยายบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
1900 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อเพิ่มช่องทางการบริการและสร้างรายได้ ซึ่งสามารถเกื้อ
หนุนในธุรกิจให้ครบวงจรทั้งโทรศัพท์พื้นฐาน โทรศัพท์เคลื่อนที่ ทั้งภายในและต่างประเทศ
ที่เกี่ยวข้องกับทศทและการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ต่อไปได้
ทศทได้พิจารณาแล้วมีความเห็นว่าจะต้อง เร่งดำเนินการขยายบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
1900 เมกะเฮิรตซ์ โดยการขยายและติดตั้งอุปกรณ์โครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่
ประกอบด้วยการเพิ่มสถานีฐานรวม 600 สถานีแบ่งเป็นภายนอกอาคารและภายในอาคาร
อย่างละครึ่ง สามารถรองรับเครื่องลูกข่ายได้อีก 4.5 แสนราย ระยะเวลาดำเนินการในปี
2546 เทคโนโลยีที่ใช้เป็นระบบ 2.5 G ใช้เงิน 3,235 ล้านบาท
ส่วนระบบเดิมที่ยังติดตั้งไม่เสร็จสักที มีชุมสายโทรศัพท์ 3 ชุมสาย สถานีฐานภายนอกอาคาร
500 สถานี รองรับเครื่องลูกข่าย 3 แสนราย ระยะเวลาดำเนินการเสร็จภายในปี
2545 เทคโนโลยีที่ใช้เป็นระบบ 2G เงินลงทุนประมาณ 3,000 ล้านบาท
แหล่งข่าวกล่าวว่าเหตุผลทั้งหมดที่ทศทระบุถึง ถือเป็นแค่ข้ออ้างบังหน้า
ความต้องการจริง คือจะให้มีการรีพีทออเดอร์หรือการซื้อซ้ำจากกลุ่มคอนซอร์เตี้ยมเดิมคือซีเมนส์
อีริคสันและมิตซุย โดยในครั้งนี้ซีเมนส์เป็นผู้ที่มีบทบาท มากที่สุดในฐานะแกนนำคอนซอร์เตี้ยม
ซึ่งในวิธีที่สำนักงานโทรศัพท์เคลื่อนที่เสนอมาให้ใช้วิธีการพิเศษสำหรับการจัดหาสถานีฐานภายนอก
อาคาร ก็ชัดเจนแล้วว่าเป็นความต้องการให้รีพีทออเดอร์ ถึงแม้สถานีฐานภายในอาคารจะใช้วิธีประกวดราคา
แต่การผูกกับเงื่อนไขเทคโนโลยี 2.5 G ก็เท่ากับเป็นการล็อกให้ซื้อจากซัปพลายเออร์เจ้าเดิม
ซึ่งเรื่องนี้ผู้บริหารระดับรองลงมาในทศทต่างรู้ดีกันถ้วนหน้าว่าเป้าหมายที่แท้จริงต้องการอะไร
โดยเฉพาะประเด็นการเชื่อมต่อมักถูกยกมาเป็นข้ออ้างว่าจะต้องใช้อุปกรณ์ยี่ห้อเดียวกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา
"ถึงแม้ผู้บริหารระดับสูงคนดังกล่าวจะเกษียณในเดือนก.ย.นี้ก็ตาม แต่ถือว่ามีอิทธิพลสูงอยู่เหนือผู้บริหารระดับรองหรือผู้ช่วย
ต้องทำทุกอย่างตามที่นายต้องการ"
แหล่งข่าวระบุว่าความพยายามครั้งนี้เป็น การดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อให้ได้สักโครงการก่อนเกษียณ
เนื่องจากก่อนหน้านี้โครงการขยายโทรศัพท์ 5 แสนเลขหมายก็ถูกบอร์ดทศท จับได้ว่ามีการเล่นแร่แปรธาตุมติบอร์ด
จนทำให้นายศุภชัย พิศิษฐวานิช ประธานบอร์ดทศท สั่งให้ชะลอโครงการนี้ออกไปก่อนจนกว่าจะได้กรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่มาดำเนินการแทน
เพราะเอือมระอากับพฤติกรรมโปลิสจับขโมย ซึ่งไม่น่าจะเกิดกับผู้บริหารระดับสูง
การขอขยายบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1900 เมกะเฮิรตซ์ถือเป็นการทิ้งทวนเล่มใหญ่มูลค่ากว่า
3 พันล้านบาท เป็นความกล้าชนิดไม่อายฟ้าดิน เพราะของเดิมยังไม่ทันเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์
เนื่องจากการติดตั้งเครือข่ายมีความล่าช้า เพราะไปทำสัญญาเสียเปรียบกับกลุ่มคอนซอร์เตี้ยมเดิมในประเด็นการหาสถานที่ติดตั้งสถานีฐานเป็นหน้าที่ของทศท
ทั้งๆที่ผู้ให้บริการรายอื่นที่เป็นคู่แข่งต่างยกให้เป็นหน้าที่ของซัปพลายเออร์ทำการประมูลในลักษณะเทิร์นคีย์
แต่ทศทนอกจากแกล้งมองไม่เห็นปัญหาเดิม กลับจะซื้อซ้ำด้วยการอ้างอัปเกรดระบบเป็น
2.5 G หวังว่าบอร์ดจะไม่รู้เรื่องราวเทคโนโลยีต่างๆ
ยังมีประเด็นหมกเม็ดที่ถูกโต้แย้งได้อีกมากในการเสนอขอนุมัติครั้งนี้ อย่างเช่น
นายไกรสร พรสุธี ในฐานะประธานบอร์ดกสท.หรือเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารกิจการค้าร่วม
(Steering Committee) เคยมีความเห็นว่า โครงการโทรศัพท์ 1900 เมกะเฮิรตซ์ควรพัฒนาระบบไปสู่ยุค
3G เลยเพื่อสร้างความแตกต่างก็ไม่ได้มีการพูดถึง หรือการอ้างถึงแหล่งเงินว่าจะมาจากรายได้บริษัท
ก็ยังไม่ชัดเจนว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1900 เมกะเฮิรตซ์จะพร้อมให้บริการเชิงพาณิชย์เมื่อไหร่
และผลประกอบการจะเป็นเช่นไร รวมทั้งการอ้างถึงแหล่งเงินกู้จากทั้งภายใน และภายนอกประเทศก็เลื่อนลอย
และดูไม่สมเหตุสมผลในช่วงที่ทศทกำลังแปรสภาพเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังจะมาก่อหนี้ผูกพัน
ทั้งๆที่บอร์ดทศทก่อนหน้านี้ เคยไม่อนุมัติการจัดซื้อสายกระจายเนื่องจากเป็นการผูกพันงบประมาณ
ปี 2546
"ความโปร่งใสอยู่ที่ไหน จะทิ้งทวนกันอีกหรือเปล่า การรีพีทออเดอร์ถูกต้องหรือไม่
เทคโนโลยียังไม่ได้ข้อยุติด้วยซ้ำ และถ้าจะซื้อทำไมไม่ทำแผนใหญ่ ภาพรวมทั้งหมด
หากจะอนุมัติบอร์ดต้องตอบคำถามพวกนี้ให้ได้ ที่สำคัญทำไมต้องรีบร้อนตอนนี้ด้วย"