Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน13 กันยายน 2545
อากู๋ลุยธุรกิจขายตรง ส่ง"ยูสตาร์"ลงตลาด             
 


   
search resources

ยูสตาร์ (ประเทศไทย)
ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม




"อากู๋" รุกก้าวที่สอง คราวนี้มาแหวกแนวเปิดบริษัทเครื่องสำอาง "ยูสตาร์" ชนเจ้าตลาดขายตรงอย่าง มิสทินและเอวอน ปีหน้าตั้งใจกวาดตัวแทนขายร่วมหมื่นคน หวังดันยอดขายปีแรกให้ถึง 300 ล้านบาท ก่อนฝันไกล 3 ปีถึง 1 พันล้านบาท ระบุเริ่มหันมาจับตลาดเพราะกำไรดี มีศิลปิน ช่างแต่งหน้า และสไตลิสต์ในสังกัดแกรมมี่ร่วม ถือหุ้นกว่า 100 ชีวิต พร้อมอบรมตัวแทนขาย ซึ่งหากมีแววยังมีโอกาสแจ้งเกิดในวงการบันเทิงในเครือแกรมมี่ได้

นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการเปิดตลาดเครื่องสำอางยูสตาร์ ภายใต้การดำเนินการของบริษัท ยูสตาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ธุรกิจที่ร่วมลงทุนกับบรรดาศิลปินในค่าย เพื่อนฝูงในแวดวงแต่งหน้าและสไตลิสต์ว่า ในชีวิตไม่เคยทำธุรกิจด้านนี้มาก่อน แต่ที่เริ่มหันมาจับธุรกิจดังกล่าวด้วย 3 เหตุผลหลักคือ กำไรดีมาก สองหากสำเร็จก็จะกลายมาเป็นโปรดักต์แห่งศตวรรษหรือเป็นโปรดักต์ที่มีความแข็งแรง มั่นคงถึงขั้นข้ามศตวรรษ ได้เลยและท้ายสุดข้อได้เปรียบที่มีศิลปินอยู่ในมือจำนวนมาก รวมถึงผู้ชำนาญด้านความสวยความงามอย่างสไตลิสต์ และช่างแต่งหน้าดารา นักร้องหลายสิบชีวิต ซึ่งในปีหนึ่งๆก็ยังมีการออกเทปออกสู่ตลาดหลายร้อยชุดด้วย

"เรามีเมคอัพ อาร์ทิส ในหลายบริษัทใหญ่ๆ ซึ่งหากถึงคนกลุ่มนี้มา อยู่รวมกันก็น่าจะช่วยให้สินค้ามีความน่าสนใจมากขึ้น"

ในเบื้องต้นธุรกิจนี้ได้ร่วมกับบริษัท ไมลอทท์ แลบบอราทอรี่ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเครื่องสำอางของ แบรนด์ต่างประเทศที่มีชื่อเสียงหลายราย เพื่อคิดสูตรให้เป็นการเฉพาะ แต่หลังจากนั้นก็สามารถเลือกโรงงานผลิตอื่นได้โดยอิสระ สำหรับยูสตาร์ ประเทศไทย ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท มีนายไพบลูย์ ดำรงชัยธรรมถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 40% ที่เหลืออีก 60% เป็นศิลปินในสังกัด และกลุ่มเพื่อนๆที่ให้การสนับสนุนนั่นก็คือบรรดาสไตลิสต์และช่างแต่งหน้าให้กับศิลปินในค่าย

นายไพบลูย์กล่าวว่าจากการสำรวจตลาดเครื่องสำอาง พบว่าสิ่งที่ต้องทำคือ การเข้าไปเจาะตลาดเครื่องสำอางในรูปแบบขายตรง ที่มีมูลค่าตลาดสูงถึง 7.7 พันล้านบาท จากมูลค่าตลาดเครื่องสำอางรวม 1.5 หมื่นล้านบาท ในกลุ่มนี้มีมิสทินและเอวอนกินส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด คือ 4 พันล้านบาท และ 1 พันล้านบาทตามลำดับ โดย มีกิฟฟารีนรั้งอันดับ 3 ด้วยมูลค่ายอดขายประมาณ 600-700 ล้านบาท

การเจาะช่องทางการตลาดในช่วงแรกกำหนดว่า จะเริ่มที่การแต่งตั้งผู้จัดการประจำเขต 60 ราย เพื่อรับสมัครพนักงานขายตรงหรือตัวแทน ขายให้ครบ 1 หมื่นรายในปีหน้า พร้อมกับวางงบโฆษณาประมาณ 60-70 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มปลายเดือนตุลาคม ก่อนจะเริ่มวางจำหน่ายสินค้าในตลาด ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ พร้อมกับคาดว่าในปีแรกยอดขายเครื่องสำอางของยูสตาร์จะอยู่ที่ 300 ล้านบาท และควรจะเพิ่มสูงถึงระดับ 1 พันล้านบาท ใน 3 ปีหากพยายามและทำตลาดอย่างเต็มที่ ก็เชื่อว่าน่าจะมีโอกาส เนื่องจากตลาดเครื่องสำอางผ่านช่องทางขายตรงมีอัตราการเติบโตถึง 10%

"งบโฆษณาช่วงแรกคงใช้ไม่เยอะมาก แต่อาจต้องมาดูอีกทีถ้ายอดขายดีขึ้นมา ก็ค่อยมาสู้กันใหม่" สำหรับกลยุทธ์การจำหน่ายของยูสตาร์ในเบื้องต้น จะยึดหลัก 3 ประการคือ เน้นที่คุณภาพ ดีไซน์ และความพร้อมของทีมงานที่ได้เชิญมาจากที่ต่างๆเพื่อมาอบรมพนักงานขาย นอกจากนั้นยังมีการนำสินค้าของคู่แข่งในตลาดมาเทียบเคียง ศึกษาข้อดี ข้อบกพร่อง เพื่อกำหนดลงไปว่าจะดำเนินธุรกิจไปอย่างไร เช่น หากเทียบกันแล้วมีคุณภาพเท่ากัน ราคาก็จะต้องถูกกว่าคู่แข่ง ตรงกันข้ามหากคุณภาพยูสตาร์ดีกว่า ราคาของสินค้าก็จะต้องเท่ากับคู่แข่ง

"เราเน้นหนักเรื่องคุณภาพต้องดี ขายปริมาณ เยอะๆ กำไรน้อยไม่เป็นไร แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะแข่งขาย ตัดราคา วิธีนั้นจะถือว่าไม่มีศิลปะเอาเสียเลย"

นายไพบลูย์ย้ำว่า เนื่องจากมีชีวิตคลุกคลีอยู่กับศิลปินและดารา จีเอ็มเอ็มจึงดูเสมือนกับวงการฮอลลีวูด ซึ่งหากไม่ทำธุรกิจด้านนี้ก็คงเสียดาย เพราะสิ่งที่ทำเป็นอาชีพขายโครงกระดูกและผิวหนัง เมื่อเป็นดังนี้จึงได้เปรียบคู่แข่งในตลาดระดับเดียวกันตรงที่ มีผู้เชี่ยวชาญด้านการแต่งหน้าจำนวนมาก ที่มีความสามารถพร้อมจะให้การอบรมพนักงานขายหรือเซลส์เกิร์ลทั่วไป ซึ่ง การคัดเลือกพนักงานขายจะพิจารณาที่บุคลิกภาพ การพูดจา และการแนะนำสินค้าให้กับลูกค้า วิธีนี้จึงเป็นเหมือนกับเปิดคอร์สอบรมการเป็นดาราหรือศิลปินทั่วไป ซึ่งปกติบริษัทก็มีทีมงานเพื่ออบรมด้านนี้โดยเฉพาะอยู่แล้ว ทั้งนี้การคัดเลือกตัวแทนขายยังเจาะจงไปที่กลุ่มที่มีบุคลิกภาพดีขนาดสามารถแจ้งเกิดในแวดวงบันเทิงได้ด้วย

"ตรงนี้หากบุคลิกดีมากๆก็สามารถหาดาราไปด้วยในตัวได้เลย ซึ่งสิ่งที่เราจะตอบแทนเขาก็คือ อาจจะเข้ามาร่วมสนุกกับกิจกรรมของเราได้ เช่นอาจจะเข้ามากินข้าวกับดาราคนโปรด หรือไปเที่ยว ด้วยกันกับศิลปินในค่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องพัฒนาตัวเองให้สินค้าขายได้คล่องด้วย"

นายไพบูลย์กล่าวว่า หากเปิดตัวไปแล้วตัวแทนขายน่าจะมีมากกว่านี้ แต่ช่วงนี้อยาก ขยาย ตลาดอย่างมั่นคง และไม่ผลีผลาม อย่างไรก็ตามยังตั้งใจเผื่อว่าหากทำตลาดจนกลายเป็นแชมป์ในตลาดเครื่องสำอางขายตรงในประเทศ ก็คงต้องขยายไปยังต่างประเทศด้วย เช่นอาจจะเข้าไปตั้งบริษัทตัวแทนขายในต่างประเทศ

นอกจากนั้นในอนาคตจีเอ็มเอ็มยังมีแผนจะผลิตสินค้าเสื้อผ้า และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพออกจำหน่ายในตลาดในลำดับถัดไปด้วย

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us