|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
มาสด้าประกาศตั้งไทยเป็นศูนย์กลางการส่งออกอะไหล่รถกระบะสู่ตลาดทั่วโลก เป็นรายที่สามรองจากญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา โดยมีซัปพลายเออร์คนไทยกว่า 170 รายป้อนชิ้นส่วนให้ พร้อมตั้งเป้ายอดขายจากการส่งออกอะไหล่ปีนี้ 700 ล้านบาท ส่วนตลาดในประเทศหันมามุ่งพัฒนาด้านการบริการหลังการขายล้างภาพบริการห่วย อะไหล่แพง สำหรับรถใหม่ปลายปีเตรียมมาสด้า MX 5 เอาใจคอรถสปอร์ต
นายฟูมิโอะ โทเนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าทางมาสด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น เล็งเห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพ และมีความพร้อมในเรื่องของการผลิต อะไหล่รถกระบะ แถมยังเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูง จึงตั้งให้ไทยเป็นศูนย์กลางการส่งออกอะไหล่รถกระบะเพื่อจำหน่ายไปยังต่างประเทศกว่า 100 แห่งทั่วโลก อาทิแถบยุโรป แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย และกัวเตมาลา เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาศูนย์กลางการส่งออกอะไหล่ของมาสด้ามีอยู่ 2 แห่งเท่านั้นคือที่ประเทศญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา สำหรับเมืองไทยถือเป็นแห่งที่ 3 ของโลก
เมื่อปี 2544 มาสด้าส่งออกรถยนต์กระบะไปจำหน่ายยังต่างประเทศกว่า 160,000 คัน ขณะเดียวกันก็ส่งออกชิ้นส่วนอะไหล่ไปจำหน่ายในต่างประเทศเช่นกัน เพียงแต่ยังไม่ได้มีการแต่งตั้งให้ไทย เป็นศูนย์กลางการส่งอะไหล่ ถือว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรก โดยในปัจจุบันมีการส่งออกอะไหล่ไปจำหน่ายยังต่างประเทศประมาณ 10,000 รายการต่อเดือน โดยมีซัปพลายเออร์ของเรา 170 รายเป็นผู้ผลิตอะไหล่จัดส่งให้ รวมถึงทางมาสด้าเองก็มีความพร้อมในเรื่องของคลังอะไหล่ที่ตั้งอยู่ที่ ถนนบางนา-ตราด กม. 18 ซึ่งใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ และศูนย์จัดส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ลาดกระบัง ทำให้มีความสะดวก ในเรื่องของการจัดส่งสินค้า
"หลังจากแต่งตั้งประเทศไทยแล้ว เราเองกำลังมองหาประเทศที่จะมาเป็นศูนย์กลางส่งออกอะไหล่เพิ่มขึ้นอีก 1 แห่ง ซึ่งเราคาดว่าจะเป็นประเทศจีน เพราะจีนเป็นตลาดที่ใหญ่มาก"
สำหรับตัวเลขการส่งออกอะไหล่ของมาสด้าตั้งแต่เริ่มส่งออกเมื่อประมาณปี 2544 จนถึงปัจจุบันมีอัตราการเติบโตถึง 100% โดยในปีที่แล้วมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 500 ล้านบาท ส่วนปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ 700 ล้านบาท และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นในอนาคต
นายฟูมิโอะ กล่าวต่อไปว่า สำหรับตลาดรถในเมืองไทยขณะนี้ ทางมาสด้าจะหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องการบริการหลังการขายเป็นหลัก เพราะที่ผ่านมาผู้บริโภคยังคงติดภาพลบในเรื่องของการบริการหลังการขายที่ไม่ครอบคลุม ศูนย์บริการมีน้อย, ราคาอะไหล่ที่แพงกว่าคู่แข่ง เป็นต้น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯได้มีการปรับปรุงแก้ไขใหม่จนผู้บริโภค ไว้วางใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคาอะไหล่ที่เฉลี่ยแล้วถูกลง, จำนวนอะไหล่ในสต๊อกมีเพียงพอกับความต้องการของลูกค้า รวมถึงมาตรฐานการบริการที่สูงขึ้น จึงส่งผลให้ยอดขายเติบโตสูงถึง 150% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
หลังจากนี้ทางบริษัทจะยังมุ่งเน้นในเรื่องของการบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง โดยเดือนหน้าจะมีแคมเปญตัวใหม่เกี่ยวกับการบริการหลังการขาย ออกมาอีก 1 รายการ รวมถึงการเพิ่มความเอาใจใส่ลูกค้าที่เข้ารับบริการทั้งภายในศูนย์และนอกศูนย์บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะการเปิดโปรแกรม "รถโมบายเซอร์วิส" ซึ่งปัจจุบันมีการให้บริการ 30 คัน และเตรียมที่จะเพิ่มให้ครบ 70 คัน ภายในสิ้นปีนี้
สำหรับการขยายตัวแทนจำหน่าย ทางมาสด้า มีแผนเปิดให้ครบ 90 แห่งในปีนี้ และจะเพิ่มอีก 8 แห่งภายในปีหน้า รวมเป็น 98 แห่ง ในส่วนของรถใหม่ปีนี้ มาสด้ามีแผนที่จะเปิดตัวรถสปอร์ตตัวใหม่ MX5 เพียงรุ่นเดียว ส่วนรถรุ่นอื่นๆคงจะเริ่มทยอย ตามมาในปีหน้า ซึ่งก็หมายรวมถึงรถกระบะโมเดลใหม่ ซึ่งคงจะเป็นช่วงเวลาเดียวกับฟอร์ด เรนเจอร์ โฉมใหม่
|
|
 |
|
|