Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายสัปดาห์11 สิงหาคม 2548
วัดใจเซียนหุ้นหลังควบ NPC-TOC ไม่เสี่ยงให้แลกหุ้น-ลุ้นราคารอขาย             
 


   
search resources

ไทยโอเลฟินส์, บมจ.
ปิโตรเคมีแห่งชาติ, บมจ.
Stock Exchange
Oil and gas




หุ้น NPC และ TOC ถูกตีกรอบราคา เคลื่อนไหวจำกัดตามเงื่อนไขที่ ปตท.กำหนด นักวิเคราะห์แนะไม่อยากเสี่ยงให้แลกหุ้น อย่างน้อยได้รับปันผล 6-7% หากโชคดีราคาหุ้นเดินหน้าค่อยขายทำกำไร ส่วนใครถือต้นทุนสูงต้องตัดใจระยะสั้นราคาไม่ขยับ แถมเจอช่วงขาลงของวงจรปิโตรเคมี

การควบรวมกิจการระหว่างบริษัทปิโตรเคมีแห่งชาติ จำกัด(มหาชน) หรือ NPC กับบริษัท ไทยโอเลฟินส์ จำกัด(มหาชน) หรือ TOC ตามแนวทางของผู้ถือหุ้นรายใหญ่อย่างบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เพื่อลดความซ้ำซ้อน สร้างความชัดเจนทางธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของธุรกิจปิโตรเคมี ที่ได้ข้อสรุปจากการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา

แม้ก่อนหน้านี้จะมีรายย่อยคัดค้านการควบรวมกิจการระหว่าง NPC กับ TOC แต่ ปตท.ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ได้เตรียมรับซื้อหุ้น NPC ไว้ที่ไม่เกิน 120 บาทต่อหุ้น และ TOC ที่ไม่เกิน 60 บาทต่อหุ้น สำหรับผู้ที่คัดค้านการควบรวมกิจการ โดยยึดจากรายชื่อในวันปิดสมุดจดทะเบียนเมื่อ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา

สำหรับหุ้นทั้ง 2 บริษัทที่จะควบรวมกิจการตามความประสงค์ของผู้ถือหุ้นรายใหญ่อย่าง ปตท. และปูนซิเมนต์ไทยก็ให้ความเห็นชอบจากการควบรวมดังกล่าว หุ้นทั้ง 2 ตัวนี้มีนักลงทุนรายย่อยที่ถือหุ้นค่อนข้างมาก แยกเป็นหุ้น NPC มีรายย่อยถือ 41.89% ของ Free Float ส่วน TOC มีรายย่อยถือ 30.45% ของ Free Float ซึ่งการควบรวมกิจการกันในครั้งนี้เป็นเพียงการรวมกิจการของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเหมือนกันภายใต้โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่รายเดียวกัน จึงไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อราคาหุ้นมากนัก

ราคาถูกตีกรอบ

แหล่งข่าวจากวงการหลักทรัพย์กล่าวว่า สัดส่วนที่ปตท.กำหนดการแลกหุ้นในบริษัทใหม่ที่ 1 หุ้นเดิมของ NPC ต่อ 1.56978533 หุ้นในบริษัทใหม่ และ 1 หุ้นเดิมของ TOC ต่อ 0.784892665 หุ้นในบริษัทใหม่นี้ โดยยึดจากราคาเสนอซื้อของปตท.เป็นหลัก จึงทำให้ราคาหุ้นของทั้ง 2 บริษัทถูกจำกัดกรอบการเคลื่อนไหว

นักวิเคราะห์เกือบทุกค่ายประเมินราคาหุ้นบริษัทใหม่ที่เกิดจากการควบรวมอยู่ที่ประมาณ 75 บาท ดังนั้นราคาของหุ้น TOC จึงแกว่งตัวระหว่าง 58-60 บาท ส่วน NPC เคลื่อนไหวที่ 117-119 บาท

โอกาสที่ราคาหุ้นทั้ง 2 บริษัทนี้จะสูงเกินกว่าราคารับซื้อก็เป็นได้ เพราะหลังจากมติที่ประชุมเมื่อ 11 สิงหาคมที่ออกมา หุ้นทั้ง 2 ตัวนี้ก็ยังสามารถซื้อขายได้จนกว่าจะมีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่และกำหนดวันในการแลกหุ้น หากราคาหุ้นทั้ง 2 สูงกว่า 120 สำหรับ NPC และ 60 บาทสำหรับ TOC นั่นถือเป็นความเสี่ยงของผู้ลงทุนเองหากเข้าไปเก็งกำไร

สำรวจก่อนตัดสินใจ

นักลงทุนที่ถือหุ้น NPC และ TOC อยู่คงต้องสำรวจต้นทุนในการซื้อว่าได้มาที่ระดับราคาใด ต้องการลงทุนระยะสั้นหรือระยะยาว ต้องการใช้สิทธิแลกหุ้นในบริษัทใหม่ที่จัดตั้งขึ้นหรือไม่ หากเป็นนักลงทุนระยะยาวแล้วต้องการรอรับปันผลที่ประมาณ 6-7% ก็ถือว่าน่าสนใจ ทั้งนี้คงขึ้นกับต้นทุนของการได้มาด้วยว่าสูงหรือไม่

ถ้าต้องการวัดดวงว่าเมื่อควบรวมกิจการแล้วราคาหุ้นในบริษัทใหม่จะหวือหวาก็ต้องรอลุ้นราคากัน ซึ่งอาจต้องรอถึงปลายปีหรือต้นปีหน้า แต่ราคาที่ประมาณที่ประมาณ 75 บาทนั้นถือเป็นราคาที่เต็มมูลค่าแล้ว เนื่องจากแนวโน้มของธุรกิจปิโตรเคมีเริ่มเข้าสู่วงจรขาลง โอกาสจะขยับสูงกว่านี้คงจะไม่มากนัก

ส่วนผู้ที่ได้หุ้นมาในราคาสูงอาจต้องทำใจตัดขาดทุน เนื่องจากข้อกำหนดราคารับซื้อของปตท. สำหรับผู้คัดค้านนั้นได้ใช้ราคาในวันที่ 10 สิงหาคม ซึ่งคงต่ำกว่าเพดานที่เสนอซื้อไว้ ส่วนราคาหลังจากนั้นก่อนที่จะควบรวมกันอาจปรับขึ้นได้บ้างแต่คงไม่หวือหวานัก

บริษัทที่เกิดใหม่จากการควบรวมระหว่าง NPC กับ TOC ในระยะสั้นคงยังไม่เห็นอะไรในเชิงที่เปลี่ยนแปลงมาก แต่ในระยะยาวเมื่อการบริการจัดการทุกอย่างลงตัว สามารถลดต้นทุนการผลิตที่ซ้ำซ้อน น่าจะเป็นผลบวกต่อบริษัทแห่งนี้

ขณะนี้เรื่องการควบรวมคงไม่เป็นปัญหาในเรื่องภาษีการควบรวม เพราะครั้งนี้เป็นการควบระหว่าง TOC และ NPC รวมเป็น 1 บริษัท ไม่ได้เข้าไปควบกับ ปตท.จึงไม่ต้องมีภาระภาษีการควบรวมกิจการเหมือนการควบรวมกรณีอื่น

แน่นอนว่าการควบรวมกันในครั้งนี้ประโยชน์คงตกอยู่กับ ปตท.ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ต้นทุนธุรกิจที่ลดลงได้ย่อมส่งผลบวกต่อรายได้ของบริษัทใหม่ ที่จะส่งต่อมายังผู้ถือหุ้นใหญ่ ส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 อย่างปูนซิเมนต์ไทย ได้ประโยชน์จากต้นทุนในการเก็บหุ้น NPC ที่ต้นทุนค่อนข้างต่ำ แม้จะมีธุรกิจด้านปิโตรเคมีอยู่แล้ว หากปูนใหญ่ยังถืออยู่ในบริษัทที่จะเกิดขึ้นใหม่ ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร เพราะอย่างน้อยก็เป็นการทราบความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมนี้ไปในตัว

หากปูนใหญ่ต้องการรุกธุรกิจปิโตรเคมีของตนเองอย่างเต็มตัวแล้วขายหุ้นในบริษัทนี้ออกไปทั้งหมดคงได้กำไรอย่างงาม ซึ่งโอกาสที่จะเกิดขึ้นก็มี เห็นได้จากความเห็นที่มีต่อการควบรวม NPC กับ TOC ว่าปัจจุบันยังคงนโยบายถือหุ้นในบริษัทที่เกิดจากการควบรวม แต่ในอนาคตคงเป็นเรื่องของการตัดสินใจของผู้บริหารปูนซิเมนต์ไทย อีกทั้งที่ผ่านมาเพิ่งเข้าไปลงทุนโครงการผลิตเม็ดพลาสติกโพลิเอททีลีนในประเทศอิหร่านร่วมกับ NPC   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us