|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 2 อุดรธานี ล่าสุดปรากฏว่า ธิรดา สนิทวงศ์ชัย ผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคไทยรักไทย ได้คะแนน 39,251 คะแนน และองอาจ วิเศษ ผู้สมัครหมายเลข 3 พรรคมหาชน ได้ 28,760คะแนน มียอดบัตรเสีย 4.1% รวมผู้มาใช้สิทธิ์ 74,109 คน จากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 119,075 คน หรือคิดเป็น 61%ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
พล.อ.จารุภัทร เรืองสุวรรณ กกต.ในฐานะดูแลการเลือกตั้ง ในภาคอีสาน ยืนยันการเลือกตั้งซ่อมว่า เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีบัตรเสียรวม 4 % ซึ่งนำจำนวนนี้ 1 % เกิดจากการใช้ตรายาง ประทับตราไม่เต็ม ทำให้ออกมาเป็นรูปตัววี ส่วนบัตรเสียอีก 3% เกิดจากการกากบาทผิดหมายเลข ไปเลือกหมายเลข 2 ที่กกต.ประกาศตัดสิทธิการเป็นผู้สมัคร จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ความรู้กับประชาชนในการใช้ตรายางและหมายเลขผู้สมัครในการเลือกตั้งครั้งต่อๆไป
ส่วนข่าวที่ระบุว่ามีการซื้อเสียงนั้น ไม่ได้รับรายงานดังกล่าว ทั้งนี้หากไม่มีการร้องเรียนก็จะประกาศรับรองผลได้โดยเร็ว
"ทักษิณ"เคลียร์ใจ "อานันท์"
รัฐบาลกลบกระแสข่าวความขัดแย้งกับคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.)อันเนื่องมาจากการออกพ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ฯ โดยนายกฯทักษิณ ชินวัตร ได้ร่วมรับประทานอาหารกับนายอานันท์ ปันยารชุน ประธานกอส. พร้อมทั้งได้มีโอกาสพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยภายหลังการพบปะกันครั้งนี้ระหว่างทั้งคู่ได้รับการยืนยันจาก อานันท์ ว่า พร้อมที่จะออกรายการโทรทัศน์ร่วมกับนายกฯเพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงาน และที่สำคัญเพื่อยืนยันว่าไม่มีการขัดแย้งตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด
เช่นเดียวกับทางด้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ออกมาระบุว่ายินดีออกรายการโทรทัศน์ร่วมกันเพื่อสร้างความเข้าใจอันดี และเพื่อยืนยันกับเจ้าหน้าที่และประชาชนถึงแนวทางสันติวิธีและแนวทางสมานฉันท์ที่จะเดินหน้าต่อไป โดยมีพ.ร.ก.เป็นเครื่องมือในการบรรลุสู่เป้าหมายดังกล่าว
"ชาญชัย"นั่งประธานศาลฎีกา
ที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.)มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ "ชาญชัย ลิขิตจิตถะ" รองประธานศาลฎีกา อันดับที่ 3 ขึ้นเป็นประธานศาลฎีกาคนใหม่ เนื่องจากมีคุณสมบัติเหมาะสม เป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต มีผลงานทางวิชาการกว้างขวาง และเป็นผู้ที่มีอาวุโสสูงสุด มีประสบการณ์ด้านงานบริหาร จนเป็นที่ยอมรับนับถือเป็นแบบอย่างของผู้พิพากษาทั่วไป
ชาญชัย เกิดวันที่ 25 เมษายน 2489 ปัจจุบันอายุ 59 ปี จบ ปกศ.สูงจากวิทยาครูบ้านสมเด็จพระยา ปี 2507 จบนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2512และจบเนติบัณฑิตไทยในปี 2514 ต่อมาในปี 2525 เข้ารับราชการเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา มีความก้าวหน้าเรื่อยมาจนในปี 2538 ได้รับตำแหน่งเป็นรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้ และปี 2541 ดำรงตำแหน่งเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกา ปี 2546 เป็นประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 จนกระทั่งเมื่อปี 2547 ได้รับตำแหน่งรองประธานศาลฎีกา ก่อนจะได้รับเลือกให้เป็นประธานศาลฎีกา
ทรท.มีมติให้ "สุธรรม" เป็นคณะกก.สรรหาป.ป.ช.
พรรคไทยรักไทย มีมติเห็นชอบให้ สุธรรม แสงปทุม รองเลขาธิการพรรค เป็นตัวแทนพรรคเพื่อเข้าไปเป็นกรรมการสรรหา ป.ป.ช. ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ก็มติให้ "สาทิตย์ วงศ์หนองเตย"ส.ส.ตรัง และประธานวิปฝ่ายค้าน เป็นตัวแทนพรรคในการเป็นกรรมการสรรหาป.ป.ช. ที่จะมีขึ้นต่อไป
|
|
 |
|
|