การประกาศขายหุ้นสามัญเดิมตระกูลกลุ่มจิราธิวัฒน์ ในบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด
(มหาชน) กลางสิงหาคม ถูกจับตามองจากลุ่มผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ซึ่งหากมองเผินๆ
เป็นแนวทาง ปฏิบัติแนวหนึ่ง เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้หุ้นตัวนี้ เพื่อให้หุ้นมีการซื้อขายจริง
(Free Float) ในตลาด หลักทรัพย์ ตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ ที่บริษัท จดทะเบียนหนึ่ง
ๆ ต้องมีหุ้นที่ซื้อขายจริงในกระดานหลักอย่างต่ำ 15% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว เพื่อไม่ให้หุ้นบริษัทถูกเฉดหัวออกจากตลาดหลักทรัพย์
แต่หากพิจารณาพื้นฐาน และความเกี่ยวโยง กับธุรกิจกลุ่มผู้บริหารแล้ว ก่อให้เกิดคำถามตามมาว่า
การขายหุ้นเดิมออกไปนั้น เป็นเพียงเพราะต้องการเพิ่มสภาพคล่องเท่านั้น หรือกลุ่มผู้ถือหุ้น
ใหญ่มีวัตถุประสงค์อื่นแฝง
การขายหุ้นของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา 6 ล้านหุ้น คิดเป็น 6% ของทุนจดทะเบียนบริษัทชำระ
แล้วของบริษัท 1 พันล้านบาท แบ่งเป็น 100 ล้าน หุ้น พาร์ 10 บาท จากหุ้นเดิมที่ตระกูลจิราธิวัฒน์ถือภายใต้การให้คำปรึกษาของบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์
จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์กิมเอ็ง จำกัด ในเครือกลุ่มกิมเอ็งจากสิงคโปร์ ในฐานะที่ปรึกษาการเงินและผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการ
จำหน่ายหลักทรัพย์ โดยกำหนดราคาเสนอขายหุ้น สามัญเดิมบริษัทหุ้นละ 94 บาทต่อหุ้น
ที่บริษัทอ้างว่าได้จากการสำรวจความต้องการกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (Book Building)
ซึ่งเมื่อเปิดขาย บริษัทอ้างว่าได้รับความสนใจอย่างท่วมท้น ทั้งที่ตั้งเป้าหมายราคาขายสูงสุด
99 บาท
หากวิเคราะห์ตามที่บริษัทแจ้งตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย ไม่ผิดวัตถุประสงค์นักที่จะดึงหุ้นจากตระกูลจิราธิวัฒน์
กระจายให้ประชาชนทั่วไป แต่หากพิจารณาการดำเนินธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล จะพบว่า
กลุ่มนี้จำเป็นจะต้องใช้เงินมากเพื่อพัฒนาที่ดินหลายทำเล ขึ้นศูนย์ การค้าเซ็นทรัลตามที่ได้วางแผนไว้
รวมถึงโครงการ ล่าสุด บริเวณตรงข้ามโรงแรมฟอร์จูน บนถนนรัชดาภิเษก ยังมีโครงการที่บริษัทจะปรับปรุงอาคาร
เวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ บริเวณสี่แยกปทุมวันและราชประสงค์ ซึ่งมูลค่าก่อสร้างราว
7,000 ล้านบาท รวมเงินลงทุนทั้งสิ้นกว่า 10,000 ล้านบาท
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา เป็นหนึ่งในธุรกิจกลุ่ม เซ็นทรัล ซึ่งนอกจากบริษัทแล้ว ยังประกอบด้วย
โรงแรมเซ็นทรัล และรีสอร์ต เซ็นทรัลฟู้ดกรุ๊ป และเซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป ก่อตั้งปี
2523 ดำเนิน ธุรกิจด้านพัฒนาธุรกิจศูนย์การค้าขนาดใหญ่ครบ วงจร ทุนจดทะเบียน 1,210
ล้านบาท เรียกชำระแล้ว 1,000 ล้านบาท โครงสร้างของบริษัท ส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ เป็นของกลุ่มเซ็นทรัลก่อน
ที่จะขายหุ้นออกไป มีกลุ่มธุรกิจตระกูลจิราธิวัฒน์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ร้อยละ 72.55
แบ่งเป็น ตระกูลจิราธิวัฒน์ ร้อยละ 43.30 และเซ็นทรัลโฮลดิ้ง ร้อยละ 29.25 ที่เหลือเป็นกลุ่มอื่นๆ
ร้อยละ 27.45
ซึ่งภายหลังการกระจายหุ้นแล้ว สัดส่วนผู้ถือหุ้นหลักของบริษัท จะประกอบด้วย กลุ่มเซ็นทรัลผู้ถือหุ้นใหญ่
ลดเหลือร้อยละ 66.55 แบ่ง เป็นตระกูลจิราธิวัฒน์ ร้อยละ 37.30 เซ็นทรัล โฮลดิ้ง
ร้อยละ 29.25 ที่เหลือเป็นกลุ่มอื่นๆ ร้อยละ 33.45
จากการขายหุ้นเดิมครั้งนี้ นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า วัตถุประสงค์การขายหุ้นบริษัทนี้
จริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่ต้องการเพิ่มสภาพคล่องของ หุ้นที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามเงื่อนไขข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ
ไทยเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วกลุ่มจิราธิวัฒน์จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก เพื่อพัฒนาโครงการให้เป็นไปตามแผนงาน
โครงการใหญ่ที่สุดคือ การปรับปรุงศูนย์การ ค้าเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ซึ่งเดิมกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่เวิลด์เทรดคือ
กลุ่มบริษัท วังเพชรบูรณ์ ที่ถือหุ้นใหญ่โดยตระกูลเตชะไพบูลย์ แต่ปัจจุบันหุ้นใหญ่ถูกธนาคารไทยพาณิชย์
ในฐานะเจ้าหนี้ยึดไว้ ต้องการขายสูงถึง 9,000 ล้านบาท และสุดท้ายตกลงกันได้ที่ประมาณ
7,000 ล้านบาท ในทางปฏิบัติ การขายหุ้นเดิมออกไป เป็นวิธีที่จะสามารถ หาเงินเข้ามาได้
โดยเงินไม่ตกอยู่กับบริษัท แต่เป็น ของกลุ่มจิราธิวัฒน์เต็มจำนวน ซึ่งข้อมูลนี้สอด
คล้องกับการวางแผนทางการเงิน โดยใช้การปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นเป็นตัวหมุนเงิน
แหล่งข่าวจากวงการวาณิชธนกิจรายหนึ่ง ให้ความเห็นว่า การลดสัดส่วนของจิราธิวัฒน์
โดย จิตวิทยาและทางปฏิบัติ ไม่น่าเป็นไปได้ที่จิราธิวัฒน์ จะยอมปล่อยหุ้นที่ถืออยู่ออกมา
ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญเสียอำนาจการบริหารงาน ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ในอนาคต แม้การขายหุ้นครั้งนี้จะเพียงแค่
6% ก็ตาม
ซึ่งการขายหุ้นครั้งนี้ กลุ่มตระกูลจิราธิวัฒน์ อาจใช้การลดสัดส่วนถือครองหุ้นบริษัท
เซ็นทรัล พัฒนาลงเรื่อยๆ เพื่อหาเงินไปใช้ในธุรกิจ โดยใช้วิธีทยอยขายหุ้นออกไปเรื่อยๆ
จนหุ้นที่มีอยู่ในมือ ลดลงจากเกือบ 80% เหลือเพียง 60% ก่อนจะประกาศเพิ่มทุน เพื่อให้ราคาหุ้นในกระดานลดลง
เพื่อจะกลับเข้าซื้อหุ้นเก็บไว้สัดส่วนเดิม หรือมากกว่าเดิม แต่อาจใช้คนสนิทถือแทน
(Nominees) เพื่อป้องกันปัญหา Free Float ไปในตัว หลังจาก ที่หมุนเงินเพื่อนำเงินไปปรับปรุงโครงการเวิลด์เทรด
เซ็นเตอร์แล้ว
สำหรับความเคลื่อนไหวหุ้นบริษัท เซ็นทรัล พัฒนา กรกฎาคม ระดับราคาหุ้นแกว่งอยู่ที่
107-104 บาทต่อหุ้น จากนั้นก็ค่อยๆ ไหลลงมาซื้อขายที่ 100-101 บาท จนกระทั่งตระกูลจิราธิวัฒน์ประกาศ
ขายหุ้นเดิม 6 ล้านหุ้น ส่วนที่นายสุทธิธรรม นาย วันชัย นายกอบชัย นายปริญญ์ นายสุทธิพันธ์
จิราธิวัฒน์ และนางสุจิตรา มงคลกิติ ถืออยู่ ทำให้ราคาหุ้นลงมาแกว่งอยู่ที่ 93-94
บาท ก่อนจะดีดขึ้นมาอยู่ที่ 95 บาท เมื่อวันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม โดยมีปริมาณซื้อขาย
177,900 หุ้น คิดเป็นมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 16.91 ล้านบาท