|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
บล.ภัทร มองเศรษฐกิจไทยปีนี้โตแค่ 3.4% ต่ำกว่าคาดการณ์ของแบงก์ชาติที่ระดับ 3.5-4.5% พร้อมระบุอีก 3-5 ปีข้างหน้า จีดีพีมีโอกาสโตได้ 6% ภายใต้การส่งออก นำเข้าสมดุลกันที่ 15-16% ส่วนปัญหาขาดดุลบัญชีเดินสะพัด คาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ 3.6 พันล้าน เหรียญสหรัฐ ด้านตลาดหุ้นไทยยังน่าลงทุน เหตุผลตอบแทนด้านเงินปันผลสูงถึง 44% แต่พี/อี เรโช ต่ำเพียง 7 เท่า โดยเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้าง และพลังงาน
นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ และประธานฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2548 ว่า ในช่วงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยน่าจะฟื้นตัวขึ้น หลังจากที่มูลค่าการนำเข้าน้ำมันของประเทศใกล้ชะลอตัวลงเนื่องจากผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว ขณะที่ การส่งออกน่าจะฟื้นตัวทำให้ดุลบัญชี เดินสะพัดดีขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ขยายตัวในครึ่งปีหลัง และจะส่งผล ดีต่อตลาดหุ้นให้ปรับเพิ่มขึ้นด้วย
ทั้งนี้ คาดว่าเศรษฐกิจในปีนี้น่าจะเติบโตเฉลี่ยที่ 3.4% และเพิ่มขึ้น เป็น 4% ในปี 2549 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของธนาคาร แห่งประเทศไทย (ธปท.) ก่อนหน้า นี้ว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตในอัตรา 3.5-45% ขณะที่ยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจะอยู่ที่ประมาณ 3-4 พันล้านเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ในระยะเวลาอีก 3-5 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้อย่างดีที่สุดในอัตรา 5-6% โดยการเติบโตดังกล่าวต้องอยู่บนสมมติฐานที่มีการส่งออกที่โต ขยายตัว 15% มีการนำเข้าที่เติบโต 15-16% และมีการลงทุนที่เติบโต 15%
สำหรับปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศนั้น นายศุภวุฒิ กล่าวว่า ปีนี้ไทยจะขาดดุลบัญชีเดินสะพัดประมาณ 2% ของจีดีพี หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 3.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ และในอนาคต 3-5 ปีข้างหน้าอาจจะ ขาดดุลมากกว่า 3-4% ของจีดีพี ซึ่ง รัฐบาลควรที่เน้นการบริหารการลงทุน ให้ดีเพราะแม้จะมีการขาดดุล 3-4% แต่ถ้าเป็นการบริหารที่มีประสิทธิภาพ ก็จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ ซึ่งในอดีต ไทยยังเคยขาดดุลถึง 5% แต่ทางการก็ยังบริหารจัดการได้
ด้านปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น มองว่าถ้าราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นจะอยู่ที่ 64 เหรียญต่อบาร์เรล จะทำให้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจชะลอตัวลง 0.5% ซึ่งบริษัทเชื่อว่าราคาน้ำมันในอนาคตจะยังอยู่ในระดับที่สูง เนื่องจากมีความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ จะทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนของนักลงลดลงด้วยเนื่อง จากบริษัทจดทะเบียนต้องนำรายได้ส่วนหนึ่งไปซื้อพลังงาน
ส่วนกรณีการปรับค่าเงินหยวนของจีน หลังจาก ปรับเพิ่มขึ้นไปแล้ว 2.10% ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่าในที่สุดแล้วจีนจะต้องปรับค่าเงินหยวนขึ้นไปถึง 10% และเชื่อว่าในระยะยาวจะส่งผล ทำให้ค่าเงินในภูมิภาคแข็งค่าขึ้นด้วย ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องถึงเศรษฐกิจในภูมิภาคขยายตัวได้ช้าลง เพราะการส่องออกสุทธิทำได้น้อย
"การคาดการณ์ดังกล่าว เชื่อว่าจะทำให้มีนักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรระยะสั้นในภูมิภาคเพื่อหวังกำไร จากการเพิ่มขึ้นของค่าเงิน ซึ่งก็จะมีผลต่อการลงทุน ในตลาดหุ้นในภูมิภาคด้วย แต่ยังคาดการณ์ไม่ได้ว่าจีนจะปรับเพิ่มค่าเงินหยวนอีกครั้งในช่วงใด"
ด้านนายเอียน กิสบอร์น รองกรรมการผู้จัดการหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.ภัทร กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังเป็นตลาดที่น่าสนใจ เมื่อเปรียบเทียบ กับตลาดหุ้นในแถบภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากค่า P/E ยังต่ำเพียง 7 เท่า ขณะที่อัตราผลตอบแทนเงินปันผล ยังอยู่ในระดับที่สูงถึง 44% รวมถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ประกาศออกมาในช่วงครึ่งปีแรก ส่วนใหญ่อัตราการเติบโตของกำไรยังขยายตัวทำให้ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมานักลงทุนต่างประเทศยังเป็นผู้ซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยโดยตลอด
อย่างไรก็ดี การลงทุนในตลาดหุ้นไทยควรเลือก ลงทุนในหุ้นบางกลุ่ม โดยภัทรเพิ่มน้ำหนัก การลงทุนในหุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้าง พลังงาน และเกษตร ขณะเดียวกัน ได้ปรับลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่ม อสังหาริมทรัพย์ บันเทิง และขนส่ง สำหรับการลงทุนในระยะยาวแนะนำซื้อหุ้นขนาดใหญ่ เช่น ปตท. ปตท.สผ. ปูนซิเมนต์ไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย แอดวานซ์ เป็นต้น
สำหรับดัชนีตลาดหุ้นไทยในปีนี้บล.ภัทรมองว่ายังน่าจะเป็นไปได้ที่ระดับ 720 จุด เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาวยังมีความแข็งแกร่ง แต่การเก็งกำไรในตลาดหุ้นไทยก็ยอมรับว่ายังมีอยู่
|
|
 |
|
|