|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
พีน่า เฮาส์ วางแผนใช้งบประมาณ 100 ล้านบาทรุกหนักเสื้อผ้าอินเตอร์แบรนด์ปีหน้า ทั้งขยายจุดจำหน่าย ซื้อลิขสิทธิ์ใหม่อีก 3-4 แบรนด์ หวังขยับสัดส่วนรายได้อินเตอร์แบรนด์เป็น 30% รับตลาดที่เริ่มแข่งขันรุนแรง
นายบุญมา วรรณานิภายน ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจต่างประเทศ บริษัท พีน่า เฮาส์ จำกัด เปิดเผยว่า ในปีหน้าบริษัทฯตั้งงบประมาณลงทุนสำหรับสินค้าแฟชั่นอินเตอร์แบรนด์ไว้ประมาณ 100 ล้านบาท ในการขยายสาขารีเทลชอปทุกรูปแบบและ ทุกแบรนด์ที่ได้รับลิขสิทธิ์ รวมทั้งแผนนำเข้าแบรนด์ ใหม่อีกประมาณ 3-4 แบรนด์ ซึ่งจะขยายไปสู่เสื้อผ้า ในรูปแบบอื่นบ้างเช่น สไตล์ลำลอง ทำงาน เป็นต้น
"การทำตลาดจัดจำหน่ายเสื้อผ้าอินเตอร์ แบรนด์นั้นถ้าเทียบมาร์จิ้นต่อยูนิตกับโลคอล แบรนด์แล้ว ของอินเตอร์แบรนด์ จะสูงกว่า 20% แต่ว่าก็มีค่าใช้จ่ายต่างๆมากเหมือนกัน ขณะที่ โลคอลแบรนด์ของเราเองนั้นแม้ว่าต่อยูนิตจะน้อยกว่า แต่ก็อาศัยขายจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาเสื้อผ้าโลคอลแบรนด์ของเราเองเติบโต 15% จากที่มีประมาณ 5-6 แบรนด์"
ปัจจุบันบริษัทฯมีสินค้าเสื้อผ้าที่ได้รับลิขสิทธิ์ ในการนำเข้ามาจัดจำหน่ายหลายแบรนด์ เช่น ไนกี้วีเมน นาฟนาฟ เอ็กซ์โอเอ็กซ์โอ วอนดัทช์ โพนี่ ส่วนลิขสิทธิ์ผลิตและจัดจำหน่ายคือ วอร์เนอร์ บราเธอร์ ส่วนผลิตและจำหน่ายรองเท้าคือ ดีเซลและนอติก้า โดยทำรายได้ในสัดส่วน 15% จาก รายได้รวมกว่า 2,000 ล้านบาท และคาดว่าใน อนาคตจะขยับขึ้นเป็น 30% จากการปรับตัวของบริษัทที่จะขยายตลาดอินเตอร์แบรนด์มากขึ้นเพื่อรองรับกับการแข่งขัน
โดยแผนเปิดสาขาใหม่ของแต่ละแบรนด์ เช่น แบรนด์นาฟนาฟเปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ชอปอินชอปที่สยามพารากอนและคอร์เนอร์ที่ ดิเอ็มโพเรียม แบรนด์เอ็กซ์โอเอ็กซ์โอจะเปิดสาขาแรกที่สยามเซ็นเตอร์ จากนั้นจะเปิดต่อที่สยาม พารากอน ดิเอ็มโพเรียม
ล่าสุดคือการนำเข้า แบรนด์ เอคโค อันลิมิเต็ด (ecko unltd) สไตล์ฮิปฮอปจากอเมริกาเข้ามาทำตลาด จับกลุ่มเป้าหมายหลักผู้ชายผู้หญิง วัยรุ่นอายุ 15-25 ปี ระดับบีบวกขึ้นไป ที่ชื่นชอบการแต่งตัว สไตล์ฮิปฮอป กลุ่มเป้าหมายรองคือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่รู้จักแบรนด์นี้ดีอยู่แล้ว ระดับราคาเฉลี่ย 950-3,000 บาท
เนื่องจากตลาดแฟชั่นอินเตอร์แบรนด์จะแข่งขันกันรุนแรง โดยเฉพาะช่วงปลายปีนี้ที่สยาม พารากอนจะเปิดบริการจะมีอินเตอร์แบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดมากขึ้น อีกทั้งสินค้าของบริษัทฯนั้นในบางส่วนราคาจะใกล้เคียงกับต่างประเทศหรือ ถูกกว่า จึงทำให้นักท่องเที่ยว สามารถจับจ่ายใช้สอย ได้สะดวกขึ้น ยอมรับว่าลูกค้าเกือบ 40% ของ เอคโคนั้นเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งฮ่องกง ญี่ปุ่น ยุโรป อเมริกา
ขณะนี้มีจุดจำหน่ายของเอคโคที่เปิดแล้วคือ รูปแบบเคาน์เตอร์ 2 แห่งที่อาคารเออร์เบิล 22 สยาม สแควร์ซอย2และที่เดอะมอลล์บางกะปิ และรูปแบบ ชอปอินชอปที่สยามเซ็นเตอร์ชั้น 4 ลงทุน 2 ล้านกว่า บาท โดยแผนการเปิดจุดขายจากนี้คือ เคาน์เตอร์ที่ดิเอ็มโพเรียมและชอปอินชอปที่สยามพารากอน และในปีหน้าวางเป้าหมายที่จะเปิดชอปอินชอปอีกให้ ครบ 4 สาขา สำหรับยอดขายของเอคโค อันลิมิเต็ด เฉพาะที่สาขาสยามเซ็นเตอร์นี้คาดว่าอยู่ที่ 1.5-2 ล้าน บาทต่อเดือนและปลายปีนี้น่าจะมีอัตราเติบโต 20% ของยอดขายที่วางไว้
|
|
 |
|
|