Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน9 สิงหาคม 2548
พีน่าเฮาส์ทุ่ม100ล.รุกอินเตอร์แบรนด์เล็งอีก4แบรนด์ปีหน้า-คว้าสิทธิ์เอคโค             
 


   
search resources

พีน่า เฮาส์, บมจ.
Garment, Textile and Fashion




พีน่า เฮาส์ วางแผนใช้งบประมาณ 100 ล้านบาทรุกหนักเสื้อผ้าอินเตอร์แบรนด์ปีหน้า ทั้งขยายจุดจำหน่าย ซื้อลิขสิทธิ์ใหม่อีก 3-4 แบรนด์ หวังขยับสัดส่วนรายได้อินเตอร์แบรนด์เป็น 30% รับตลาดที่เริ่มแข่งขันรุนแรง

นายบุญมา วรรณานิภายน ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจต่างประเทศ บริษัท พีน่า เฮาส์ จำกัด เปิดเผยว่า ในปีหน้าบริษัทฯตั้งงบประมาณลงทุนสำหรับสินค้าแฟชั่นอินเตอร์แบรนด์ไว้ประมาณ 100 ล้านบาท ในการขยายสาขารีเทลชอปทุกรูปแบบและ ทุกแบรนด์ที่ได้รับลิขสิทธิ์ รวมทั้งแผนนำเข้าแบรนด์ ใหม่อีกประมาณ 3-4 แบรนด์ ซึ่งจะขยายไปสู่เสื้อผ้า ในรูปแบบอื่นบ้างเช่น สไตล์ลำลอง ทำงาน เป็นต้น

"การทำตลาดจัดจำหน่ายเสื้อผ้าอินเตอร์ แบรนด์นั้นถ้าเทียบมาร์จิ้นต่อยูนิตกับโลคอล แบรนด์แล้ว ของอินเตอร์แบรนด์ จะสูงกว่า 20% แต่ว่าก็มีค่าใช้จ่ายต่างๆมากเหมือนกัน ขณะที่ โลคอลแบรนด์ของเราเองนั้นแม้ว่าต่อยูนิตจะน้อยกว่า แต่ก็อาศัยขายจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาเสื้อผ้าโลคอลแบรนด์ของเราเองเติบโต 15% จากที่มีประมาณ 5-6 แบรนด์"

ปัจจุบันบริษัทฯมีสินค้าเสื้อผ้าที่ได้รับลิขสิทธิ์ ในการนำเข้ามาจัดจำหน่ายหลายแบรนด์ เช่น ไนกี้วีเมน นาฟนาฟ เอ็กซ์โอเอ็กซ์โอ วอนดัทช์ โพนี่ ส่วนลิขสิทธิ์ผลิตและจัดจำหน่ายคือ วอร์เนอร์ บราเธอร์ ส่วนผลิตและจำหน่ายรองเท้าคือ ดีเซลและนอติก้า โดยทำรายได้ในสัดส่วน 15% จาก รายได้รวมกว่า 2,000 ล้านบาท และคาดว่าใน อนาคตจะขยับขึ้นเป็น 30% จากการปรับตัวของบริษัทที่จะขยายตลาดอินเตอร์แบรนด์มากขึ้นเพื่อรองรับกับการแข่งขัน

โดยแผนเปิดสาขาใหม่ของแต่ละแบรนด์ เช่น แบรนด์นาฟนาฟเปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ชอปอินชอปที่สยามพารากอนและคอร์เนอร์ที่ ดิเอ็มโพเรียม แบรนด์เอ็กซ์โอเอ็กซ์โอจะเปิดสาขาแรกที่สยามเซ็นเตอร์ จากนั้นจะเปิดต่อที่สยาม พารากอน ดิเอ็มโพเรียม

ล่าสุดคือการนำเข้า แบรนด์ เอคโค อันลิมิเต็ด (ecko unltd) สไตล์ฮิปฮอปจากอเมริกาเข้ามาทำตลาด จับกลุ่มเป้าหมายหลักผู้ชายผู้หญิง วัยรุ่นอายุ 15-25 ปี ระดับบีบวกขึ้นไป ที่ชื่นชอบการแต่งตัว สไตล์ฮิปฮอป กลุ่มเป้าหมายรองคือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่รู้จักแบรนด์นี้ดีอยู่แล้ว ระดับราคาเฉลี่ย 950-3,000 บาท

เนื่องจากตลาดแฟชั่นอินเตอร์แบรนด์จะแข่งขันกันรุนแรง โดยเฉพาะช่วงปลายปีนี้ที่สยาม พารากอนจะเปิดบริการจะมีอินเตอร์แบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดมากขึ้น อีกทั้งสินค้าของบริษัทฯนั้นในบางส่วนราคาจะใกล้เคียงกับต่างประเทศหรือ ถูกกว่า จึงทำให้นักท่องเที่ยว สามารถจับจ่ายใช้สอย ได้สะดวกขึ้น ยอมรับว่าลูกค้าเกือบ 40% ของ เอคโคนั้นเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งฮ่องกง ญี่ปุ่น ยุโรป อเมริกา

ขณะนี้มีจุดจำหน่ายของเอคโคที่เปิดแล้วคือ รูปแบบเคาน์เตอร์ 2 แห่งที่อาคารเออร์เบิล 22 สยาม สแควร์ซอย2และที่เดอะมอลล์บางกะปิ และรูปแบบ ชอปอินชอปที่สยามเซ็นเตอร์ชั้น 4 ลงทุน 2 ล้านกว่า บาท โดยแผนการเปิดจุดขายจากนี้คือ เคาน์เตอร์ที่ดิเอ็มโพเรียมและชอปอินชอปที่สยามพารากอน และในปีหน้าวางเป้าหมายที่จะเปิดชอปอินชอปอีกให้ ครบ 4 สาขา สำหรับยอดขายของเอคโค อันลิมิเต็ด เฉพาะที่สาขาสยามเซ็นเตอร์นี้คาดว่าอยู่ที่ 1.5-2 ล้าน บาทต่อเดือนและปลายปีนี้น่าจะมีอัตราเติบโต 20% ของยอดขายที่วางไว้   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us