Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ พฤษภาคม 2543








 
นิตยสารผู้จัดการ พฤษภาคม 2543
ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม พ้นสภาพฟื้นฟูกิจการได้เป็นรายแรก             
 


   
search resources

ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม, บมจ.
กฤษดา กัมปนาทแสนยากร
Construction




10 เมษายน ที่ผ่านมา ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ บริษัทไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม (TGP) ซึ่งถือเป็นกรณีแรกของบริษัท ที่ประสบปัญหาทางการเงิน หลังการประกาศลอยตัวค่าเงินบาทเมื่อกลางปี 2540 ที่สามารถเจรจาหาทางออกกับเจ้าหนี้ได้เป็นผลสำเร็จ

ในขณะที่บริษัท ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการอีกหลายบริษัท ยังอยู่ในกระบวนการเจรจากับเจ้าหนี้ หรือแผนการฟื้นฟูยังอยู่ในการพิจารณา ของศาล ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีกนาน จึงจะพ้นจากสภาพการฟื้นฟูกิจการเหมือน TGP

TGP มีมูลหนี้ทั้งสิ้น 5,700 ล้านบาท มีเจ้าหนี้รวม 167 ราย โดยมี ธนาคารกสิกรไทย และซิตี้แบงก์เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่

หลังเริ่มประสบปัญหาทางการเงิน กฤษดา กัมปนาทแสนยากร กรรมการผู้อำนวยการ และผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้เริ่มการเจรจากับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ โดยเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนปีที่แล้ว เจ้าหนี้กว่า 90% ได้มีมติอนุมัติ แผนปรับโครงสร้างหนี้ และศาลได้มีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของ TGP ในวันที่ 19 เดือนเดียวกัน

กระบวนการฟื้นฟูกิจการของ TGP สามารถกระทำได้อย่างรวดเร็ว เพราะกฤษดาตัดสินใจไม่ใช้วิธีการยืดอายุหนี้ แต่ใช้วิธีการแปลงหนี้เป็นทุน

ขณะเดียวกันก็สามารถเจรจาให้เจ้าหนี้รายใหญ่ยินยอมตัดยอดหนี้ (Hair Cut) ลงมาได้ถึง 60% โดยธนาคารกสิกรไทยได้ลดสัดส่วนหนี้ลงมา 26% และซิตี้แบงก์อีก 10%

นอกจากนี้ ยังมีการดึง British Plaster Board (BPB) จากอังกฤษ ซึ่ง เป็นพันธมิตรจากต่างชาติเข้ามาร่วมทุน โดยที่ตนเองยอมลดสัดส่วนการถือหุ้นลงมาจนกลายเป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อย

ตามแผนการปรับโครงสร้างหนี้ TGP ได้ มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก เดิม 450 ล้านบาท เป็น 10,000 ล้านบาท โดยการออกหุ้นเพิ่มทุน 955 ล้านหุ้น จัดสรรให้กับ BPB 705 ล้านหุ้น และใช้รองรับการแปลงหนี้เป็นทุนของเจ้าหนี้อีก 250 ล้านหุ้น ในราคาเท่ากันคือ หุ้นละ 1.717 บาท

ทำให้หลังการปรับโครงสร้างหนี้ แล้วสัดส่วนการถือหุ้นจะเปลี่ยนแปลงไป โดย BPB ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 70.5% เจ้าหนี้บริษัทถือหุ้นรวมกัน 25% และผู้ถือหุ้นเดิมลดสัดส่วนการถือหุ้นลงมาเหลือเพียง 4.5%

ซึ่งถือเป็นสัดส่วน ที่น้อยมาก สำหรับคนที่เคยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท อย่างกฤษดา

"มันเป็นทางออกที่ดีที่สุด ที่เราสามารถทำได้ เพราะไม่เช่นนั้น บริษัท ก็ไม่สามารถอยู่รอด" กฤษดากล่าวกับ "ผู้จัดการ" ถึงความจำเป็นที่ต้องยอมลดสัดส่วนการถือหุ้นลงมา

ก่อนหน้าที่ศาลจะมีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ TGP ได้เคยยื่นเรื่องต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่ออนุญาตให้มีการซื้อขายหุ้นของ บริษัทอีกครั้ง เนื่องจากการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ของบริษัท มีความคืบหน้ามากกว่า 50% ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็ได้เริ่มเปิดให้มีการซื้อขายไป แล้วเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา แต่ยังกำหนด ให้หุ้นของ TGP ยังอยู่ใน หมวดบริษัท ที่อยู่ระหว่างการแก้ไขการดำเนินงาน (REHAB.CO.)

ตามขั้นตอนหลังจากนี้ TGP จะยื่นเรื่องต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้หุ้น ของบริษัทย้ายกลับเข้าไปอยู่ในหมวดวัสดุก่อสร้างตามเดิม เพราะถือว่า กระบวนการฟื้นฟูกิจการของบริษัทได้เสร็จสิ้นลงไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็คาดว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะอนุมัติตามคำขอในไม่ช้านี้

และ TGP ก็จะได้เป็นบริษัทแรก ใน 51 บริษัท ที่หลุดออกจากกระดาน REHAB.CO. กลับเข้าไปสู่กระดานปกติ

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us