Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน9 สิงหาคม 2548
พีน่าฯชะลอแผนรุกตปท.-ตลาดหุ้น ชงททท.ดันเอาต์เลตแหล่งดูดเงินนักเที่ยวต่างชาติ             
 


   
search resources

พีน่า เฮาส์, บมจ.
Tourism
Garment, Textile and Fashion




พีน่า เฮาส์ชะลอแผนรุกต่างประเทศ หันมาเน้นบุกธุรกิจในประเทศแทนทั้งนำเข้าแบรนด์ใหม่, ปรับภาพลักษณ์ แบรนด์เดิม พร้อมรุกช่องทางเอาต์เลตเพื่อกระจายสินค้ามากขึ้น ล่าสุดเปิดเอาต์เลตสาขา 3 ที่ชะอำ ชูคอนเซ็ปต์สินค้าพรีเมียม ราคาถูก เตรียมติดต่อโรงแรมย่านชะอำและหัวหินนำรถชัทเทิล บัสรับ-ส่งนักท่องเที่ยว เผยเสนอททท.ให้เอาต์เลตเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวปีหน้าเตรียมขยายเอาต์เลตไปภาคเหนือและอีสาน

นายสุพจน์ ตันติจิรสกุล ประธานกรรมการ บริษัท พีน่า เฮาส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผนการรุกตลาดต่างประเทศของบริษัทฯจากเดิมมีแผนรุกตลาดเอเชียและตะวันออกกลาง แต่ขณะนี้แผนดังกล่าวต้องชะลอไปก่อน เนื่องจากบริษัทฯดูแลธุรกิจได้ไม่ทั่วถึงและการไปบุกต่างประเทศจะต้องมีความ พร้อมในด้านต่างๆทั้งบุคลากรและแผน การตลาด เป็นต้น โดยปัจจุบันตลาด ต่างประเทศที่บริษัทฯเข้าไปทำตลาดอย่าง จริงจังคือ สิงคโปร์ซึ่งบริษัทฯมีสำนักงาน ตั้งอยู่ด้วย เป็นช่องทางการขายสินค้า อาทิ แบรนด์วอร์เนอร์, พีน่า และยู-โฟ ตามห้างสรรพสินค้าชื่อดังของสิงคโปร์ รวมถึงแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯก็ต้องชะลอตัวไปก่อน เนื่องจากบริษัทฯยังไม่มีความพร้อม

ส่วนแผนการลงทุนธุรกิจในประเทศ ของเครือพีน่าเฮาส์ฯ ต่อจากนี้ไปจะเป็น การลงทุนที่เสริมไลน์ธุรกิจทั้งการเปิดตัวแบรนด์ใหม่, การปรับภาพลักษณ์ แบรนด์ในเครือพีน่าเฮาส์ใหม่, ธุรกิจ รีสอร์ต รวมถึงการเปิดเอาต์เลต ซึ่งนับว่าเป็นช่องทางที่จำเป็นของแบรนด์ต่างๆ ในการระบายสินค้าออก ซึ่งแบรนด์ต่างๆ เริ่มให้ความสำคัญตรงจุดนี้ อาทิ ไนกี้ ที่มาร่วมเปิดร้านในพรีเมียมเอาต์เลต มอลล์เป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแบรนด์ลาคอส เป็นต้น

นายสุพจน์ กล่าวด้วยว่า บริษัทฯเพิ่งเปิดตัวโครงการ "พรีเมียม เอาต์เลต มอลล์" ที่ชะอำ จ.เพชรบุรีไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ภายใต้งบลงทุน 200 ล้านบาท โดยแบ่งพื้นที่บริการออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนเอาต์เลต ที่รวมสินค้า แบรนด์เนมทั้งในและต่างประเทศกว่า 200 แบรนด์จากบริษัทคู่ค้า 60 แห่ง มีพื้นที่ขายกว่า 12,000 ตร.ม.

ส่วนซันเดย์ มาร์เกต เป็นตลาดลักษณะที่คล้ายกับจตุจักร แต่จะเน้นขายอาหารเป็นหลัก โดยจะเริ่มเปิดบริการใน เดือนตุลาคมนี้ และเปิดเฉพาะวันเสาร์ และอาทิตย์ นอกจากนี้ ยังต้องการโปรโมตอาหารไทย โดยจะทำเป็นศูนย์รวมของกินและร้านฟูดส์คอร์ตในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า

"หลังจากเปิดบริการมา 2 เดือนผล ตอบรับของลูกค้าดีเกินคาด โดยเฉพาะวันอาทิตย์จะดีสุด ซึ่งรถที่เข้ามาจอด กว่า 5,000 คัน กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาในเอาต์เลตแบ่งเป็นลูกค้าท้องถิ่น 30% กรุงเทพฯ 50% และทัวริสต์ 20% โดยบริษัทฯมีแผนติดกับโรงแรมต่างๆ ในการทำรถชัทเทิล บัสของศูนย์ฯไว้คอยบริการลูกค้าในโรงแรม เริ่มแรกเตรียม รถให้บริการ 3 คัน ซึ่งขณะนี้มีการติดต่อ โรงแรมไว้ประมาณ 7 แห่ง เช่น วิรันดา, รีเจ้นท์ เป็นต้น คาดว่าจะเริ่มให้ใช้บริการ ได้ในเดือนตุลาคมนี้"

ทั้งนี้ บริษัทฯมองถึงโอกาสทางการ ตลาดด้วยสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่ผู้บริโภคจะใช้จ่ายอย่างคุ้มค่ามากขึ้น ซึ่งช่องทางแบบเอาต์เลตจึงเป็นทาง เลือกหนึ่งที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่ชอบสินค้า แบรนด์เนมและมีราคาถูก รวมถึงมีแผน ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยใน การให้พรีเมียม เอาต์เลตเป็นสถานที่ หรือจุดดึงดูดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้เข้ามาใช้บริการหรือพักผ่อน

ส่วนเอาต์เลต มอลล์อีก 2 แห่ง คือ ที่สมุย จะเป็นรูปแบบชอปปิ้งพลาซ่าและรีสอร์ต ภายใต้ชื่อ "อัยรา บีช โฮเต็ล แอนด์ พลาซ่า" มีพื้นที่ 6 ไร่ และจำนวน ห้องพักระดับ 3 ดาวขึ้นไปจำนวน 69 ห้อง ส่วนสาขาที่พัทยา บริษัทฯมีแผนรีโนเวต และขยายพื้นที่การขายเพิ่ม รวมถึงการ นำสินค้าแบรนด์เนมเข้ามาขายมากขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วนเป็นโลคอล แบรนด์ 60% และอินเตอร์ แบรนด์ 40% คาดว่า จะเริ่มดำเนินการช่วงปลายปีนี้ รวมถึง ปีหน้าเตรียมขยายสาขาเอาต์เลตเพิ่ม โดยเล็งไว้แหล่งท่องเที่ยวทางภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ หรือภาคอีสาน เป็นต้น ส่วนแผนการเดิมที่จะเปิดเอาต์เลตที่ ภูเก็ตต้องชะลอไปก่อนหลังจากเจอเหตุการณ์สึนามิถล่ม 6 จังหวัดภาคใต้ของไทย

ปัจจุบันแบรนด์เสื้อผ้าของบริษัทฯมีหลายแบรนด์ อาทิ พีน่า เฮาส์, ไอเท็ม, เทน แอนด์ โค และกาล็อป เป็นต้น ขณะที่ จำนวนร้านค้าของเครือพีน่ามีทั้งหมด 166 ชอป ซึ่งตรงนี้ได้เปรียบรายอื่นตรงที่ช่องทางการขายในการนำแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดได้ง่าย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us