พีน่า เฮาส์ชะลอแผนรุกต่างประเทศ หันมาเน้นบุกธุรกิจในประเทศแทนทั้งนำเข้าแบรนด์ใหม่, ปรับภาพลักษณ์ แบรนด์เดิม พร้อมรุกช่องทางเอาต์เลตเพื่อกระจายสินค้ามากขึ้น ล่าสุดเปิดเอาต์เลตสาขา 3 ที่ชะอำ ชูคอนเซ็ปต์สินค้าพรีเมียม ราคาถูก เตรียมติดต่อโรงแรมย่านชะอำและหัวหินนำรถชัทเทิล บัสรับ-ส่งนักท่องเที่ยว เผยเสนอททท.ให้เอาต์เลตเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวปีหน้าเตรียมขยายเอาต์เลตไปภาคเหนือและอีสาน
นายสุพจน์ ตันติจิรสกุล ประธานกรรมการ บริษัท พีน่า เฮาส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผนการรุกตลาดต่างประเทศของบริษัทฯจากเดิมมีแผนรุกตลาดเอเชียและตะวันออกกลาง แต่ขณะนี้แผนดังกล่าวต้องชะลอไปก่อน เนื่องจากบริษัทฯดูแลธุรกิจได้ไม่ทั่วถึงและการไปบุกต่างประเทศจะต้องมีความ พร้อมในด้านต่างๆทั้งบุคลากรและแผน การตลาด เป็นต้น โดยปัจจุบันตลาด ต่างประเทศที่บริษัทฯเข้าไปทำตลาดอย่าง จริงจังคือ สิงคโปร์ซึ่งบริษัทฯมีสำนักงาน ตั้งอยู่ด้วย เป็นช่องทางการขายสินค้า อาทิ แบรนด์วอร์เนอร์, พีน่า และยู-โฟ ตามห้างสรรพสินค้าชื่อดังของสิงคโปร์ รวมถึงแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯก็ต้องชะลอตัวไปก่อน เนื่องจากบริษัทฯยังไม่มีความพร้อม
ส่วนแผนการลงทุนธุรกิจในประเทศ ของเครือพีน่าเฮาส์ฯ ต่อจากนี้ไปจะเป็น การลงทุนที่เสริมไลน์ธุรกิจทั้งการเปิดตัวแบรนด์ใหม่, การปรับภาพลักษณ์ แบรนด์ในเครือพีน่าเฮาส์ใหม่, ธุรกิจ รีสอร์ต รวมถึงการเปิดเอาต์เลต ซึ่งนับว่าเป็นช่องทางที่จำเป็นของแบรนด์ต่างๆ ในการระบายสินค้าออก ซึ่งแบรนด์ต่างๆ เริ่มให้ความสำคัญตรงจุดนี้ อาทิ ไนกี้ ที่มาร่วมเปิดร้านในพรีเมียมเอาต์เลต มอลล์เป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแบรนด์ลาคอส เป็นต้น
นายสุพจน์ กล่าวด้วยว่า บริษัทฯเพิ่งเปิดตัวโครงการ "พรีเมียม เอาต์เลต มอลล์" ที่ชะอำ จ.เพชรบุรีไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ภายใต้งบลงทุน 200 ล้านบาท โดยแบ่งพื้นที่บริการออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนเอาต์เลต ที่รวมสินค้า แบรนด์เนมทั้งในและต่างประเทศกว่า 200 แบรนด์จากบริษัทคู่ค้า 60 แห่ง มีพื้นที่ขายกว่า 12,000 ตร.ม.
ส่วนซันเดย์ มาร์เกต เป็นตลาดลักษณะที่คล้ายกับจตุจักร แต่จะเน้นขายอาหารเป็นหลัก โดยจะเริ่มเปิดบริการใน เดือนตุลาคมนี้ และเปิดเฉพาะวันเสาร์ และอาทิตย์ นอกจากนี้ ยังต้องการโปรโมตอาหารไทย โดยจะทำเป็นศูนย์รวมของกินและร้านฟูดส์คอร์ตในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
"หลังจากเปิดบริการมา 2 เดือนผล ตอบรับของลูกค้าดีเกินคาด โดยเฉพาะวันอาทิตย์จะดีสุด ซึ่งรถที่เข้ามาจอด กว่า 5,000 คัน กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาในเอาต์เลตแบ่งเป็นลูกค้าท้องถิ่น 30% กรุงเทพฯ 50% และทัวริสต์ 20% โดยบริษัทฯมีแผนติดกับโรงแรมต่างๆ ในการทำรถชัทเทิล บัสของศูนย์ฯไว้คอยบริการลูกค้าในโรงแรม เริ่มแรกเตรียม รถให้บริการ 3 คัน ซึ่งขณะนี้มีการติดต่อ โรงแรมไว้ประมาณ 7 แห่ง เช่น วิรันดา, รีเจ้นท์ เป็นต้น คาดว่าจะเริ่มให้ใช้บริการ ได้ในเดือนตุลาคมนี้"
ทั้งนี้ บริษัทฯมองถึงโอกาสทางการ ตลาดด้วยสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่ผู้บริโภคจะใช้จ่ายอย่างคุ้มค่ามากขึ้น ซึ่งช่องทางแบบเอาต์เลตจึงเป็นทาง เลือกหนึ่งที่ตอบโจทย์ลูกค้าที่ชอบสินค้า แบรนด์เนมและมีราคาถูก รวมถึงมีแผน ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยใน การให้พรีเมียม เอาต์เลตเป็นสถานที่ หรือจุดดึงดูดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้เข้ามาใช้บริการหรือพักผ่อน
ส่วนเอาต์เลต มอลล์อีก 2 แห่ง คือ ที่สมุย จะเป็นรูปแบบชอปปิ้งพลาซ่าและรีสอร์ต ภายใต้ชื่อ "อัยรา บีช โฮเต็ล แอนด์ พลาซ่า" มีพื้นที่ 6 ไร่ และจำนวน ห้องพักระดับ 3 ดาวขึ้นไปจำนวน 69 ห้อง ส่วนสาขาที่พัทยา บริษัทฯมีแผนรีโนเวต และขยายพื้นที่การขายเพิ่ม รวมถึงการ นำสินค้าแบรนด์เนมเข้ามาขายมากขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วนเป็นโลคอล แบรนด์ 60% และอินเตอร์ แบรนด์ 40% คาดว่า จะเริ่มดำเนินการช่วงปลายปีนี้ รวมถึง ปีหน้าเตรียมขยายสาขาเอาต์เลตเพิ่ม โดยเล็งไว้แหล่งท่องเที่ยวทางภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ หรือภาคอีสาน เป็นต้น ส่วนแผนการเดิมที่จะเปิดเอาต์เลตที่ ภูเก็ตต้องชะลอไปก่อนหลังจากเจอเหตุการณ์สึนามิถล่ม 6 จังหวัดภาคใต้ของไทย
ปัจจุบันแบรนด์เสื้อผ้าของบริษัทฯมีหลายแบรนด์ อาทิ พีน่า เฮาส์, ไอเท็ม, เทน แอนด์ โค และกาล็อป เป็นต้น ขณะที่ จำนวนร้านค้าของเครือพีน่ามีทั้งหมด 166 ชอป ซึ่งตรงนี้ได้เปรียบรายอื่นตรงที่ช่องทางการขายในการนำแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดได้ง่าย
|