Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน9 สิงหาคม 2548
"เอไอเอส" จับมือ "โดโคโม" เปิดตัวแอดวานซ์เอ็มเปย์             
 


   
www resources

โฮมเพจ แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส - AIS
NTT DoCoMo Homepage

   
search resources

แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส, บมจ.
NTT DoCoMo
Mobile Phone




เอไอเอสจับมือเอ็นทีที โดโคโม ให้บริการเอ็มเปย์ หรือการทำธุรกรรมการเงินอิเล็กทรอนิกส์บนโทรศัพท์มือถือ พร้อมวางแผนต้องมีลูกค้าใช้งานในหลักล้านคนและมีร้านค้าเข้าร่วมบริการหลักแสนร้านค้า เตรียมต่อยอดบริการร่วมกับโดโคโมด้วยเทคโนโลยีใหม่อย่าง Contact less Card และ 2D Barcode

นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิสหรือ เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสร่วมทุนกับบริษัท เอ็นทีที โดโคโม ในสัดส่วน 70/30 ทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท เปิดตัวบริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ หลังจากที่ได้รับใบอนุญาต จากธนาคารแห่งประเทศไทยในการดำเนินธุรกิจให้บริการธุรกรรมการเงินบนโทรศัพท์มือถือรายแรกในประเทศไทย

เอไอเอสเปิดให้บริการเอ็มเปย์ ตั้งแต่ปลายปี 2547 แต่ต้องหยุดทำการตลาดชั่วคราวเนื่องจากรอใบ อนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย เนื่องจากบริการเอ็มเปย์มีการ นำเงินมาพักไว้ในระบบซึ่งจำเป็นต้องได้รับอนุญาต ปัจจุบันมีลูกค้าใช้บริการเอ็มเปย์ประมาณ 5 หมื่นราย มีร้านค้าเข้าร่วมให้บริการประมาณ 1,500 ร้านค้า

"เราเลือกลงทุนร่วมกับโดโคโม เพราะ 3 ปัจจัยหลักคือ โดโคโมประสบความสำเร็จเรื่องโมบาย ดาต้ามาก มีรายได้สูงสุดในโลกในบริการด้านนี้และเป็นผู้ให้บริการที่มีความแข็งแกร่งที่สุดในญี่ปุ่น"

เอไอเอสยังไม่ได้วางเป้าหมาย การตลาดหรือเป้าหมายด้านรายได้ เพราะมองว่าเอ็มเปย์อยู่ในช่วง เพิ่งเริ่มให้บริการ จำเป็นต้องให้ความรู้กับตลาดและสื่อสารกับตลาดให้เข้าใจประโยชน์ของบริการเอ็มเปย์ ที่แตกต่างจากการสื่อสารด้านข้อมูลบนโทรศัพท์มือถือแบบเดิมๆ เนื่องจากเป็นการสื่อสารข้อมูลที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมการเงิน

"ผมคิดว่าคงใช้เวลาสัก 1 ปีจึงจะเห็นผลของบริการเอ็มเปย์ ซึ่งผมอยากเห็นลูกค้าเป็นหลักล้านคน"

บริการเอ็มเปย์เป็นการใช้โทรศัพท์มือถือในระบบจีเอสเอ็ม แอดวานซ์ หรือวัน-ทู-คอล ในการชำระค่าสินค้าบริการไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าใช้โทรศัพท์มือถือ การเติมเงิน จ่ายค่าอาหาร ซื้อตั๋วภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ทุกที่ซึ่งมีเครื่องหมาย mPAY สำหรับการเติมเงิน mCASH เพื่อใช้บริการ เอ็มเปย์ สามารถเติมได้ผ่านตู้เอทีเอ็ม หรือใช้วิธีการตัดเงินจากบัญชีธนาคารหรือตัดเงินจากบัตรเครดิต ซึ่งวงเงิน mCASH สำหรับลูกค้าแต่ละรายจำกัดไว้ที่ 3 พัน บาท

"เอไอเอสลงทุนระบบประ-มาณ 100 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาคุ้มทุนประมาณ 4-5 ปี ส่วนร้านค้าที่เข้าร่วมบริการ ผมอยากให้มีสัก 1 แสนร้านค้า" นายสมประสงค์กล่าว

นอกจากนี้ เอไอเอสยังอยู่ระหว่างการพัฒนาบริการร่วมกับเอ็นทีทีอย่าง Contact less Card หรือบัตรที่ไม่ต้องอาศัยการสัมผัสในการอ่านข้อมูล โดยอยู่ในโทร-ศัพท์มือถือซึ่งคาดว่าจะเริ่มให้บริการกลางปีหน้าเช่นการซื้อสินค้า ผ่านเครื่องขายสินค้าอัตโนมัติ รวมทั้งเทคโนโลยีเรื่อง 2D บาร์โค้ดซึ่งเป็นระบบบาร์โค้ดที่สามารถ บรรจุข้อมูลได้มากกว่าบาร์โค้ดปัจจุบัน

ด้านมาซายูกิ ฮิราตะ รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท เอ็นทีที โดโคโม อินคอร์- ปอเรชั่นกล่าวว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนให้บริการใหม่ๆที่เกี่ยวกับโทรศัพท์ มือถือ โดยเฉพาะเมื่อผู้บริโภคมีศักยภาพในการจับจ่ายมากขึ้น การใช้งานบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตก็มีมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นจึงเชื่อว่าการใช้งานธุรกรรมการเงินบนโทรศัพท์มือถือผ่านบริการเอ็มเปย์จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศ ญี่ปุ่นเอง โดโคโมเริ่มให้บริการธุรกรรมการเงินบนโทรศัพท์มือถือในชื่อว่า Osaifu Keitai หรือ Mobile Wallet เมื่อกลางปี 2547 ซึ่งในขณะนี้มีคนใช้บริการ 5 ล้านคนโดยมีร้านค้าร่วมให้บริการจำนวน 2.2 หมื่นร้านค้าและมีเครื่องเวนดิ้ง แมชชีนประมาณ 4,900 เครื่อง   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us