|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
สมศักดิ์ทิ้งทวนงบกระตุ้นท่องเที่ยว 600 ล้านบาท สั่งเดินหน้า 7 โครงการกิจกรรมพิเศษ แกรมมี่นำโด่ง ได้งานกว่า 100 ล้านบาท ขณะที่ เจเอสแอล ได้เกือบ 100 ล้านบาท อันดับสาม บีอีซี-เทโร บริษัทในเครือของตระกูล มาลีนนท์ รับงาน 50 ล้านบาท
สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกระทรวงฯซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายก่อนรับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมว่า ได้สั่งการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ไปเร่งดำเนินโครงการกิจกรรมพิเศษเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วจากวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรมาแล้ว 600 ล้านบาท ที่จะมาใช้เฉพาะการจัดกิจกรรมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวงเงิน 2.5 พันล้านบาท ตามที่ครม.มีมติอนุมัติในหลักการไปแล้วเมื่อวันที่ 26 ก.ค.48
ในวงเงิน 600 ล้านบาท จะใช้จัดกิจกรรมจำนวน 7 โครงการ เริ่มตั้งแต่เดือน สิงหาคม-ธันวาคม 48 ข้ามไปถึงเดือนมกราคมปี 49 ประกอบด้วย 1.โครงการมหกรรมศิลปะนานาชาติ งบจัดงาน 100 ล้านบาทจัดขึ้นระหว่างเดือน ก.ย.-ต.ค48 ที่กรุงเทพ และเชียงใหม่ บริษัท ซีเอ็ม ออร์กาไนเซอร์ เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ 2.โครงการสีสันแห่งสายน้ำมหกรรมลอยกระทง งบจัดงาน 100 ล้านบาท ระยะเวลาจัดงานตลอดทั้งเดือนพ.ย.48 หมุนเวียนไปตามจังหวัดต่างๆ ผู้รับผิดชอบคือ บริษัท เจ เอส แอล จำกัด และบริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด 3.โครงการมหกรรมกล้วยไม้และดอกไม้นานาชาติ งบจัดงาน 100 ล้านบาท รับผิดชอบโดย บริษัทไอเดีย คอนเนอร์ จำกัด บริษัท มีเดีย ออฟ มีเดีย จำกัด(มหาชน) และ บริษัท เจ เอส แอล จำกัด จัดในช่วงเดือน ธ.ค.48-ม.ค.49 ที่ จ.กรุงเทพ และเชียงใหม่
4.โครงการเทศกาลท่องเที่ยวโฉมใหม่อันดามัน งบจัดงาน 100 ล้านบาท บริษัท เยส ไอ ดู จำกัด บริษัท GMM Grammy จำกัด(มหาชน) บริษัท ไฟน์เวิร์ค เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด และ บริษัท RS Promotion จำกัด(มหาชน) เป็นผู้รับผิดชอบ จัดงานในเดือน ธ.ค.48 ที่ จ.ภูเก็ต 5. โครงการเทศกาลท่องเที่ยวเปิดประตูสู่ภาคอีสาน งบประมาณ 50 ล้านบาท บริษัท อินเด็กซ์ อีเว้นท์ เอเจนซี่ จำกัด(มหาชน) เป็นผู้รับผิดชอบ จัดในเดือน พ.ย. 48 ที่ จ.นครราชสีมา 6.โครงการรำลึกครบรอบ 60 ปี แห่งการยุติสงครามโลกครั้งที่ 2 จัดที่ จ.กาญจนบุรี งบประมาณ 50 ล้านบาท บริษัท อินเด็กซ์ อีเว้นท์ เอเจนซี่ จำกัด(มหาชน) เป็นผู้รับผิดชอบ
7. โครงการสนับสนุนการจัดกิจกรรมกีฬาและการประกวดนางแบบระดับโลก งบจัด 100 ล้านบาท บรัทที่รับผิดชอบ ได้แก่ บริษัท ออร์กาไนเซอร์ ไอ คิว จำกัด บริษัท อีลิท โมเดล ไทยแลนด์ จำกัด บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด บริษัท เพนแทงเกิล โปรโมชั่น จำกัด บริษัท พาราเรล มีเดีย กร๊ป จำกัด บริษัท Media Serve Asia Pacific จำกัด โดยกิจกรรมนี้ จะเป็นการจัดแข่งขันกีฬา เช่น กอล์ฟ ฟุตบอล และจัดประกวดนางแบบ โยสถานที่ จะเดินสายไปจังหวัดต่างๆ เช่น ชลบุรี กรุงเทพ และภูเก็ต
“ทุกโครงการ จะพยายามให้มีระยะเวลาการจัดงานที่นานขึ้น และกระจายพื้นที่จัดงานให้ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนการเดินทางและไม่กระจุกตัวของนักท่องเที่ยว ซึ่งทั้ง 7 โครงการ ตั้งเป้าเกิดรายได้ทางตรง 2.7 พันล้านบาท และ เกิดรายได้ทางอ้อมอีก 1.3 หมื่นล้านบาท
แกรมมี่นำโด่งได้งานกว่า 100 ล้านบาท
สันติชัย เอื้อจงประสิทธิ์ รองผู้ว่าการฝ่ายสินค้าท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้ดูและรับผิดชอบการใช้เงินงบประมาณ 600 ล้านบาท ใน 7 โครงการกิจกรรม กล่าวว่า ได้ทยอยเรียกบริษัทผู้รับผิดชอบจัดกิจกรรม เข้ามาพูดคุยและรับทราบถึงโครงการแล้ว งบของการจัดกิจกรรมแต่ละโครงการจะต้องให้แต่ละบริษัทจัดทำตัวเลขวงเงินอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อยื่นเสนอต่อสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ให้เป็นผู้กลั่นกรองอีกครั้งหนึ่งก่อนทำเรื่องขอเบิกจ่าย
ทั้งนี้ บริษัท แกรมมี่ฯ และ บริษัท อินเด็กซ์ อีเว้นท์ฯ ซึ่งเป็นบริษัทลูก เป็นกลุ่มที่รับผิดชอบโครงการรวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท มากที่สุดในกลุ่มบริษัทที่เข้ามารับผิดชอบโครงการ รองมาคือ บริษัท เจ เอส แอล ซึ่งมีโครงการรับผิดชอบรวมมูลค่า เกือบ 100 ล้านบาท ขณะที่อันดับสาม คือ บริษัท บีอีซี-เทโร ได้งานรับผิดชอบรวมมูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท
ฝากรมว.คนใหม่สานต่อทัวร์ศูนย์เหรียญ
ในส่วนของการดำเนินการแก้ไขปัญหาหลอกลวงนักท่องเที่ยวจีน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ล่าสุดได้เจรจาตกลงกับ บริษัท ผู้ค้าอัญมณี 8 บริษัท ซึ่งเปิดร้านขายอัญมณีให้กับนักท่องเที่ยว ว่า ตกลงที่จะรับคืนสินค้าในวงเงิน 100% เต็ม หากสินค้านั้นซื้อไปได้ไม่เกิน 1 ปี เพื่อแก้ไขปัญหาการขายสินค้าแพง หรือสินค้าไม่มีคุณภาพในลักษณะที่หลอกลวง ให้กับนักท่องเที่ยว นอกจากนั้น ยังขอฝากแนวคิดถึงรัฐมนตรีคนใหม่ ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ว่า เรื่องการแก้ปัญหานักท่องเที่ยวถูกหลอกลวงให้ซื้อสินค้าแพงเกินจริง โดยเฉพาะอัญมณี โดยเสนอให้มีการจัดตั้งเป็นสมาคม หรือศูนย์ช่วยเหลือ ในกลุ่มของสินค้าอัญมณี โดยให้บริษัทที่เข้าเป็นสมาชิก วางเงินค้ำประกัน เช่นเดียวกับ ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจีน ที่มีการวางเงินค้ำประกันบริษัทละ 2 ล้านบาท ป้องกันเกิดปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ
“สาเหตุที่ร้านอัญมณี ขายสินค้าแพงเกินจริง ส่วนใหญ่มาจาก การจ่ายเปอร์เซ็นหรือค่าน้ำให้ไกด์ ซึ่งแต่ละร้านจะจ่ายไม่เท่ากัน แต่อยู่ในเหรด 10-30% ทำให้ ต้องบวกค่าใช้จ่ายตรงนี้ไปกับราคาสินค้า ดังนั้น หาก มีหน่วยงานขึ้นมาดูแล มีการรับคืน 100% ร้านค้าก็จะไม่กล้ากำหนดราคาที่แพงมาก เพราะหากมีลูกค้าส่งสินค้าคืนมาก บริษัทก็จะขาดทุนและอยู่ไม่ได้ เพราะไม่สามารถไปไล้เบี้ยเรียกเงินคืนจากไกด์ได้ ขณะเดียวกัน ในกลุ่มผู้ประกอบการเองก็จะมีการจับมือและกำหนดราคาขายร่วมกันมากขึ้น”
นายสมศักดิ์ ยังได้กล่าวฝากถึงรัฐมนตรีใหม่ที่จะเข้ามาดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่า อยากให้สานงานต่อในเรื่องของโครงการ ทัวร์ริส สตรีท ที่น่าจะจัดให้มีขึ้นในทุกจังหวัด สำหรับเป็นจุดชอปปิ้ง ให้แก่นักท่องเที่ยวที่แวะเวียนเข้าไป ได้จับจ่ายสินค้า ในส่วนของ โครงการ อาระเบียนสตรีท ซอย นานา ถนนสุขุมวิท ได้มอบให้ สำนักพัฒนาการท่องเที่ยว(สพท.) เป็นผู้รับผิดชอบดูแลแล้ว ขณะเดียวกัน เชื่อว่าจากงบประมาณ 2.5 พันล้านบาท ที่ ครม. ได้อนุมัติมาให้กระตุ้นท่องเที่ยว ตาม ที่ตนได้ผลักดันขอมาได้แล้วนั้น จากนี้ไปก็เป็นเรื่องของการนำเงินไปปฎิบัติตามแผน ให้บรรลุผลเป็นตัวเลขนักท่องเที่ยวในสิ้นปีนี้ ที่คาดว่าจะได้ 13.38 ล้านคน เป็นไปได้ตามเป้าหมาย ล่าสุด ททท.ได้รายงานจำนวนนักท่องเที่ยว ระหว่างวันที่ 1-26 ก.ค. 48 ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง มีจำนวนทั้งสิ้น 638,380 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.81%
|
|
 |
|
|