Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน4 สิงหาคม 2548
"สมศักดิ์" ทิ้งทวนท่องเที่ยวแกรมมี่ส้มหล่นรับกว่า100ล.             
 


   
www resources

โฮมเพจ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่
โฮมเพจ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

   
search resources

จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่, บมจ.
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สมศักดิ์ เทพสุทิน
Tourism




สมศักดิ์ทิ้งทวนงบกระตุ้นท่องเที่ยว 600 ล้านบาท สั่งเดินหน้า 7 โครงการกิจกรรมพิเศษ แกรมมี่นำโด่ง ได้งานกว่า 100 ล้านบาท ขณะที่ เจเอสแอล ได้เกือบ 100 ล้านบาท อันดับสาม บีอีซี-เทโร บริษัทในเครือของตระกูล มาลีนนท์ รับงาน 50 ล้านบาท

สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกระทรวงฯซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายก่อนรับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมว่า ได้สั่งการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ไปเร่งดำเนินโครงการกิจกรรมพิเศษเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วจากวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรมาแล้ว 600 ล้านบาท ที่จะมาใช้เฉพาะการจัดกิจกรรมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวงเงิน 2.5 พันล้านบาท ตามที่ครม.มีมติอนุมัติในหลักการไปแล้วเมื่อวันที่ 26 ก.ค.48

ในวงเงิน 600 ล้านบาท จะใช้จัดกิจกรรมจำนวน 7 โครงการ เริ่มตั้งแต่เดือน สิงหาคม-ธันวาคม 48 ข้ามไปถึงเดือนมกราคมปี 49 ประกอบด้วย 1.โครงการมหกรรมศิลปะนานาชาติ งบจัดงาน 100 ล้านบาทจัดขึ้นระหว่างเดือน ก.ย.-ต.ค48 ที่กรุงเทพ และเชียงใหม่ บริษัท ซีเอ็ม ออร์กาไนเซอร์ เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ 2.โครงการสีสันแห่งสายน้ำมหกรรมลอยกระทง งบจัดงาน 100 ล้านบาท ระยะเวลาจัดงานตลอดทั้งเดือนพ.ย.48 หมุนเวียนไปตามจังหวัดต่างๆ ผู้รับผิดชอบคือ บริษัท เจ เอส แอล จำกัด และบริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด 3.โครงการมหกรรมกล้วยไม้และดอกไม้นานาชาติ งบจัดงาน 100 ล้านบาท รับผิดชอบโดย บริษัทไอเดีย คอนเนอร์ จำกัด บริษัท มีเดีย ออฟ มีเดีย จำกัด(มหาชน) และ บริษัท เจ เอส แอล จำกัด จัดในช่วงเดือน ธ.ค.48-ม.ค.49 ที่ จ.กรุงเทพ และเชียงใหม่

4.โครงการเทศกาลท่องเที่ยวโฉมใหม่อันดามัน งบจัดงาน 100 ล้านบาท บริษัท เยส ไอ ดู จำกัด บริษัท GMM Grammy จำกัด(มหาชน) บริษัท ไฟน์เวิร์ค เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด และ บริษัท RS Promotion จำกัด(มหาชน) เป็นผู้รับผิดชอบ จัดงานในเดือน ธ.ค.48 ที่ จ.ภูเก็ต 5. โครงการเทศกาลท่องเที่ยวเปิดประตูสู่ภาคอีสาน งบประมาณ 50 ล้านบาท บริษัท อินเด็กซ์ อีเว้นท์ เอเจนซี่ จำกัด(มหาชน) เป็นผู้รับผิดชอบ จัดในเดือน พ.ย. 48 ที่ จ.นครราชสีมา 6.โครงการรำลึกครบรอบ 60 ปี แห่งการยุติสงครามโลกครั้งที่ 2 จัดที่ จ.กาญจนบุรี งบประมาณ 50 ล้านบาท บริษัท อินเด็กซ์ อีเว้นท์ เอเจนซี่ จำกัด(มหาชน) เป็นผู้รับผิดชอบ

7. โครงการสนับสนุนการจัดกิจกรรมกีฬาและการประกวดนางแบบระดับโลก งบจัด 100 ล้านบาท บรัทที่รับผิดชอบ ได้แก่ บริษัท ออร์กาไนเซอร์ ไอ คิว จำกัด บริษัท อีลิท โมเดล ไทยแลนด์ จำกัด บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด บริษัท เพนแทงเกิล โปรโมชั่น จำกัด บริษัท พาราเรล มีเดีย กร๊ป จำกัด บริษัท Media Serve Asia Pacific จำกัด โดยกิจกรรมนี้ จะเป็นการจัดแข่งขันกีฬา เช่น กอล์ฟ ฟุตบอล และจัดประกวดนางแบบ โยสถานที่ จะเดินสายไปจังหวัดต่างๆ เช่น ชลบุรี กรุงเทพ และภูเก็ต

“ทุกโครงการ จะพยายามให้มีระยะเวลาการจัดงานที่นานขึ้น และกระจายพื้นที่จัดงานให้ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนการเดินทางและไม่กระจุกตัวของนักท่องเที่ยว ซึ่งทั้ง 7 โครงการ ตั้งเป้าเกิดรายได้ทางตรง 2.7 พันล้านบาท และ เกิดรายได้ทางอ้อมอีก 1.3 หมื่นล้านบาท

แกรมมี่นำโด่งได้งานกว่า 100 ล้านบาท

สันติชัย เอื้อจงประสิทธิ์ รองผู้ว่าการฝ่ายสินค้าท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้ดูและรับผิดชอบการใช้เงินงบประมาณ 600 ล้านบาท ใน 7 โครงการกิจกรรม กล่าวว่า ได้ทยอยเรียกบริษัทผู้รับผิดชอบจัดกิจกรรม เข้ามาพูดคุยและรับทราบถึงโครงการแล้ว งบของการจัดกิจกรรมแต่ละโครงการจะต้องให้แต่ละบริษัทจัดทำตัวเลขวงเงินอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อยื่นเสนอต่อสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ให้เป็นผู้กลั่นกรองอีกครั้งหนึ่งก่อนทำเรื่องขอเบิกจ่าย

ทั้งนี้ บริษัท แกรมมี่ฯ และ บริษัท อินเด็กซ์ อีเว้นท์ฯ ซึ่งเป็นบริษัทลูก เป็นกลุ่มที่รับผิดชอบโครงการรวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท มากที่สุดในกลุ่มบริษัทที่เข้ามารับผิดชอบโครงการ รองมาคือ บริษัท เจ เอส แอล ซึ่งมีโครงการรับผิดชอบรวมมูลค่า เกือบ 100 ล้านบาท ขณะที่อันดับสาม คือ บริษัท บีอีซี-เทโร ได้งานรับผิดชอบรวมมูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท

ฝากรมว.คนใหม่สานต่อทัวร์ศูนย์เหรียญ

ในส่วนของการดำเนินการแก้ไขปัญหาหลอกลวงนักท่องเที่ยวจีน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ล่าสุดได้เจรจาตกลงกับ บริษัท ผู้ค้าอัญมณี 8 บริษัท ซึ่งเปิดร้านขายอัญมณีให้กับนักท่องเที่ยว ว่า ตกลงที่จะรับคืนสินค้าในวงเงิน 100% เต็ม หากสินค้านั้นซื้อไปได้ไม่เกิน 1 ปี เพื่อแก้ไขปัญหาการขายสินค้าแพง หรือสินค้าไม่มีคุณภาพในลักษณะที่หลอกลวง ให้กับนักท่องเที่ยว นอกจากนั้น ยังขอฝากแนวคิดถึงรัฐมนตรีคนใหม่ ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ว่า เรื่องการแก้ปัญหานักท่องเที่ยวถูกหลอกลวงให้ซื้อสินค้าแพงเกินจริง โดยเฉพาะอัญมณี โดยเสนอให้มีการจัดตั้งเป็นสมาคม หรือศูนย์ช่วยเหลือ ในกลุ่มของสินค้าอัญมณี โดยให้บริษัทที่เข้าเป็นสมาชิก วางเงินค้ำประกัน เช่นเดียวกับ ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจีน ที่มีการวางเงินค้ำประกันบริษัทละ 2 ล้านบาท ป้องกันเกิดปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ

“สาเหตุที่ร้านอัญมณี ขายสินค้าแพงเกินจริง ส่วนใหญ่มาจาก การจ่ายเปอร์เซ็นหรือค่าน้ำให้ไกด์ ซึ่งแต่ละร้านจะจ่ายไม่เท่ากัน แต่อยู่ในเหรด 10-30% ทำให้ ต้องบวกค่าใช้จ่ายตรงนี้ไปกับราคาสินค้า ดังนั้น หาก มีหน่วยงานขึ้นมาดูแล มีการรับคืน 100% ร้านค้าก็จะไม่กล้ากำหนดราคาที่แพงมาก เพราะหากมีลูกค้าส่งสินค้าคืนมาก บริษัทก็จะขาดทุนและอยู่ไม่ได้ เพราะไม่สามารถไปไล้เบี้ยเรียกเงินคืนจากไกด์ได้ ขณะเดียวกัน ในกลุ่มผู้ประกอบการเองก็จะมีการจับมือและกำหนดราคาขายร่วมกันมากขึ้น”

นายสมศักดิ์ ยังได้กล่าวฝากถึงรัฐมนตรีใหม่ที่จะเข้ามาดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่า อยากให้สานงานต่อในเรื่องของโครงการ ทัวร์ริส สตรีท ที่น่าจะจัดให้มีขึ้นในทุกจังหวัด สำหรับเป็นจุดชอปปิ้ง ให้แก่นักท่องเที่ยวที่แวะเวียนเข้าไป ได้จับจ่ายสินค้า ในส่วนของ โครงการ อาระเบียนสตรีท ซอย นานา ถนนสุขุมวิท ได้มอบให้ สำนักพัฒนาการท่องเที่ยว(สพท.) เป็นผู้รับผิดชอบดูแลแล้ว ขณะเดียวกัน เชื่อว่าจากงบประมาณ 2.5 พันล้านบาท ที่ ครม. ได้อนุมัติมาให้กระตุ้นท่องเที่ยว ตาม ที่ตนได้ผลักดันขอมาได้แล้วนั้น จากนี้ไปก็เป็นเรื่องของการนำเงินไปปฎิบัติตามแผน ให้บรรลุผลเป็นตัวเลขนักท่องเที่ยวในสิ้นปีนี้ ที่คาดว่าจะได้ 13.38 ล้านคน เป็นไปได้ตามเป้าหมาย ล่าสุด ททท.ได้รายงานจำนวนนักท่องเที่ยว ระหว่างวันที่ 1-26 ก.ค. 48 ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง มีจำนวนทั้งสิ้น 638,380 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.81%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us