|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ออราเคิลประกาศจุดยืนเป็นผู้นำด้าน Information Company และตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านซอฟต์แวร์ในเอเชีย แปซิฟิก ย้ำชัดเร่งทำการตลาดเพื่อให้แบรนด์เหนือไมโครซอฟท์และไอบีเอ็ม ด้านรายได้รวมทั้งหมดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกไตรมาสที่ 4 ของปีการเงิน 2005 รวม 540 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือโตขึ้น 23% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา
นายณัฐศักดิ์ โรจนพิเชฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ออราเคิลวางจุดยืนเป็นผู้นำด้าน Information Company ผู้สร้าง Value แก่องค์กรให้ได้ภายในปี 2010 โดยตั้งเป้าหมายหลักไว้ 3 ประเด็น คือ 1.การเป็นผู้นำเรื่องซอฟต์แวร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 2.การเอาชนะไมโครซอฟท์และไอบีเอ็มให้ได้ในเชิงแบรนด์ 3.การสร้างคุณค่าให้กับสังคม
"ปีการเงิน 2005 ออราเคิลได้ปรับโครงสร้างองค์กรธุรกิจโดยมุ่งเน้น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ด้านแอปพลิเคชันโปรแกรมสำเร็จรูป ด้านคอร์เทคโนโลยี เช่น ผลิตภัณฑ์ระบบฐานข้อมูล และผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรม นับเป็นการปรับกลยุทธ์สำคัญ ส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างการเติบโตอันโดดเด่นในประเทศไทยสำหรับยอดจำหน่ายระบบฐานข้อมูลมีอัตราการเติบโตอย่างเด่นชัด"
ปัจจัยที่ออราเคิลเชื่อว่าจะส่งผลให้ออราเคิลขยายตัวอย่างต่อเนื่องคือการผนึกรวมธุรกิจเข้ากับพีเพิลซอฟท์ และเจดีเอ็ดเวิร์ดส ซึ่งออราเคิลได้ดำเนินการควบรวมกิจการในประเทศไทยอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว และกำลังผนึกกำลังร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อมุ่งหน้าพัฒนาธุรกิจและสร้างความเติบโตในปีการเงิน 2006 ต่อไป
ผู้นำซอฟต์แวร์
ประเด็นการก้าวสู่ผู้นำด้าน Information Company นั้น ออราเคิล ประกาศว่าทิศทางของผลิตภัณฑ์จะมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีกริดคอมพิวติ้ง (Grid) และสถาปัตยกรรมเอสโอเอ (SOA : Service-Oriented Architecture) พร้อมกับชูประเด็นการเกิด "Fusion Application" ชุดแอปพลิเคชันที่จะรวมเอาจุดแข็งของผลิตภัณฑ์แอปพลิเคชันหลากชนิดของออราเคิลเข้าไว้ด้วยกัน
"เป้าหมายด้านคอร์เทคโนโลยีของเราคือการลดต้นทุนของบริษัท พร้อมกับการยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งด้านคุณสมบัติ การทำงานและความเสถียร ซึ่งทั้งกริดเทคโนโลยีและสถาปัตยกรรมเอสโอเอ ต่างมีคุณสมบัติตรงตามเป้าหมายนี้" นายเกรียงศักดิ์ เตียวศิริทรัพย์ ผู้จัดการฝ่ายที่ปรึกษาก่อนการขายของออราเคิล กล่าวเสริม
นายวรคุณ บุญโสธรสถิตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายแอปพลิเคชัน ออราเคิลกล่าวว่า ปี 2008 ทุกสายผลิตภัณฑ์ของออราเคิลจะถูกรวมเป็น Fusion Application
ตอนนี้เราจำหน่ายทั้งผลิตภัณฑ์ของออราเคิลเองของพีเพิลซอฟท์ และเจดีเอ็ดเวิร์ดส ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์จะมีแผนพัฒนาเวอร์ชันซอฟต์แวร์ของตัวเอง แต่ในปี 2008 เราจะดึงเอาจุดเด่นของแต่ละผลิตภัณฑ์เข้ามารวมกันเพื่อตอบโจทย์ของตลาด
เร่งสร้างแบรนด์
ออราเคิลต้องการประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มตลาดเข้าใจว่าแบรนด์ออราเคิลนั้นไม่ได้มีเพียงระบบฐานข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปอื่นๆ อีก โดยนายณัฐศักดิ์กล่าวว่า ออราเคิลนั้นจะมุ่งทำการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก หนึ่งในหนทางเพื่อการแข่งขันกับไมโครซอฟท์และไอบีเอ็ม
ไตรมาสที่ผ่านมา ตัวเลขการเติบโตของธุรกิจแอปพลิเคชันของออราเคิลเติบโตมากกว่า 50% วิธีการที่เราจะสร้างแบรนด์ให้แข่งขันกับไมโครซอฟท์และไอบีเอ็มให้ได้ในปี 2005 คือการเร่งทำการตลาด ออกโรดโชว์ตามงานต่างๆ ซึ่งจะมีออกมาตลอดปี
ออราเคิลจะยังคงมุ่งทำตลาด 4 กลุ่มหลัก ได้แก่การสื่อสารโทรคมนาคม สื่อและสาธารณูปโภค (Communications, Media & Utilities: CMU) ธุรกิจการบริการทางการเงิน ธนาคาร และประกันภัย (Financial Services Industry: FSI) ภาครัฐบาล ภาคการศึกษาและสาธารณสุข (Government, Education & Health-care: GEH) กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตธุรกิจค้าปลีกและการกระจายสินค้า (Manufacturing, Retail & Distribution: MRD)
เราจะยังไม่เพิ่มพันธมิตรช่องทางขายใหม่ในตอนนี้ แต่เราจะมุ่งเสริมสร้างความสัมพันธ์ ทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรมากยิ่งขึ้น โดยในปัจจุบันออราเคิลมีดิสทริบิวเตอร์หลัก 3 รายที่ทำตลาดผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเทคโนโลยีหลัก ได้แก่ เอสวีโอเอ, เอโฮสต์ และแวลลู ซิสเตมส์ เพื่อขยายรูปแบบผลิตภัณฑ์และบริการ ให้กับลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น
ด้านผลประกอบการในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประจำปีการเงิน 2005 (สิ้นสุด ณ วันที่ 31 พ.ค.2005)รายได้ รวมทั้งหมดอยู่ที่ 1,713 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 15% จากปีการเงิน 2004 โดยรายได้จากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกคิดเป็น 15% ของรายได้รวมทั่วโลกในไตรมาสที่ 4 ปีการเงิน 2005
|
|
 |
|
|