|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"เกศรา" เผยวันนี้วันสุดท้ายรับสมัครโบรกฯ อนุพันธ์รอบแรก 15 รายเท่านั้น ขณะที่มียื่นใบสมัครมาถึง 20 กว่า ราย ส่วนใบสมัครมี 30 บริษัทขอไป ยืนยันพร้อมเปิดรับโบรกเกอร์ รอบ 2 ภายหลังจากที่เปิดซื้อขายแล้ว 2 ปี บง.กรุงศรีฯ เพิ่มทุน 300 ล้านบาทให้ บล. นำเงินส่วนหนึ่งไปตั้งบริษัทย่อย "อยุธยา ดิริฟวทีฟส์" ลุยเต็มสูบ ระบุเตรียม หาพันธมิตรต่างชาติเข้าร่วมถือหุ้น 25% ส่วน บล.ภัทร เผยเงินระดม ทุนไอพีโอส่วนหนึ่งใช้ลงทุนธุรกิจ อนุพันธ์
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการ ผู้จัดการ บริษัทตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย)(TFEX) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทตลาดอนุพันธ์ ได้มีการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ว่า หลังจากที่ตลาดอนุพันธ์เปิดทำ การซื้อขายเป็นระยะเวลา 2 ปีแล้ว จะมีการเปิดรับโบรกเกอร์ใหม่อีกรอบหนึ่ง อย่างไรก็ตามถ้าภาวะการซื้อขายดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ก็อาจจะเปิดรับสมัครโบรกเกอร์รอบที่สองเร็วกว่าที่กำหนดไว้ก็ได้
ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ว่าภายในปีแรกจะมีการซื้อขายไม่น้อย กว่า 1 พันสัญญา ดังนั้นการที่กำหนดในช่วงแรกที่จะให้มีโบรกเกอร์ 15 ราย นั้นก็เพื่อที่จะเข้ามาช่วยทำให้ตลาด อนุพันธ์เติบโตได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นโบรกเกอร์ทั้ง 15 รายนั้นจะต้องทำงานอย่างหนัก
สำหรับการเปิดรับสมัครโบรกเกอร์ในรอบแรกนี้ ซึ่งจะหมด ระยะเวลาการยื่นใบสมัครภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้นั้น ปรากฏว่า ณ ปัจจุบันนี้มีบริษัทที่มารับใบสมัคร แล้วประมาณ 30 บริษัท และได้มายื่นใบสมัครแล้วเป็นจำนวนประมาณ 20 บริษัทเศษ คาดว่าภายในวันพรุ่งนี้(29 ก.ค.)จะมีบริษัท มายื่นเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ จะเป็นบริษัทหลักทรัพย์
ขณะนี้กำลังทบทวนในส่วนต่างๆ ว่าจะมีความพร้อมในการเปิดซื้อขายตลาดอนุพันธ์ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ทันหรือไม่ หลังจากที่ได้มีการขยายเวลาการเปิดรับสมัครโบรกเกอร์ไปอีก 1 เดือน ซึ่งจะต้องพิจารณาในส่วนของระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงให้โบรกเกอร์มีการทดสอบการซื้อขาย ก่อนที่จะมีการซื้อขายจริง เกิดขึ้น
นายประนาท ชูโต กรรมการ บริษัทเงินทุน กรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) (AITCO) เปิดเผย ว่า คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติให้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 300 ล้านบาทในบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย โดยเงินเพิ่มทุนส่วนหนึ่งไปลงทุนในบริษัท อยุธยา ดิริฟวทีฟส์ จำกัดซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่เพื่อดำเนินธุรกิจนายหน้าซื้อขายตราสารอนุพันธ์ มีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท ทุนชำระแล้ว 25 ล้าน บาท ซึ่งบล.กรุงศรีอยุธยาจะถือหุ้น ไม่ต่ำกว่า 75%
ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ จันทรทัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผย ว่า การที่ตั้งบริษัท อยุธยา ดิริฟว- ทีฟส์ขึ้นมานั้นเป็นการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะทำธุรกิจเกี่ยวกับตลาดอนุพันธ์ และในอนาคตจะ มีการหาพันธมิตรเข้ามาร่วมทุน ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีนักลงทุนต่างประเทศหลายแห่งที่เข้ามาติดต่อ เพื่อที่จะร่วมทุน
" นักลงทุนต่างประเทศมอง เห็นถึงความตั้งใจและความชัดเจน ในการทำธุรกิจตลาดอนุพันธ์ และที่สำคัญการที่บริษัทอยุธยา ดิริฟวทีฟส์เป็นบริษัทที่อยู่ในเครือ ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ทำให้มีฐานลูกค้ารายย่อย ซึ่งเป็นคนฝากเงินกับธนาคาร รวมถึงฐานนักลงทุนสถาบัน ซึ่งได้แก่บริษัทประกันภัย-ประกันชีวิตรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของธนาคาร"
ทั้งนี้หากมีพันธมิตรจากต่างประเทศเข้ามาถือหุ้น บล.กรุงศรี- อยุธยาก็จะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงมาจากที่ถือ 100% แต่ต้องไม่น้อยกว่า 75% เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลัก ทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนดไว้ อย่างไร ก็ตามการหาพันธมิตรไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะต้องเร่งดำเนินการ เพราะ ต้องการรอให้บริษัทดำเนินธุรกิจเสียก่อน รวมถึงจะต้องพิจารณาถึงพันธมิตรที่เข้ามาร่วมทุนจะต้อง เข้ากันได้ และสามารถเกื้อหนุนธุรกิจได้ด้วย
บริษัทอยุธยา ดิริฟวทีฟส์ได้แต่งตั้งให้นายนิทิต พุกกะณะสุต เป็นกรรมการผู้จัดการ ซึ่งจะทำหน้าที่ในการบริหารงาน ส่วนพนักงานในด้านของแบ็กออฟฟิศนั้นในช่วงแรกก็ยังใช้คนของบล.กรุง-ศรีอยุธยาไปก่อน โดยที่ผ่านมาก็ ได้มีการยื่นขอใบอนุญาตประกอบ ธุรกิจตลาดอนุพันธ์กับสำนักงาน ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว รวมถึงได้ยื่นสมัครขอเป็นโบรกเกอร์กับบริษัทตลาดอนุพันธ์(ประเทศไทย) อีกด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของทางการ ม.ร.ว. ศศิพฤนท์กล่าว
นายสุวิทย์ มาไพศาลสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ภัทร จำกัด (มหาชน) (PHATRA) แจ้ง ว่า จากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับนักลงทุน ทำให้บริษัทได้รับเงินจำนวน 1,577.05 ล้านบาท โดย บริษัทจะนำเงินจำนวน 2 ล้านบาท ไปใช้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับ บริการการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และคาดว่าจะใช้เงินอีกจำนวนประมาณ 8 ล้านบาทภายในปี 2548
นอกจากนี้บริษัทได้ใช้เงินเพื่อ ธุรกิจยืมและให้ยืมหลักทรัพย์และธุรกิจตราสารอนุพันธ์ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการและเตรียมความ พร้อมทั้งในด้านระบบ และบุคลากร ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินประมาณ 20 ล้านบาท
สำหรับเงินเพิ่มทุนส่วนที่เหลือ อีก 1,500 ล้านบาท บริษัทจะใช้รอง รับการทำธุรกิจอนุพันธ์ขยายเงินลงทุนในหลักทรัพย์ (Proprietary Trading Department) และฝ่ายลงทุน (Direct Investment Department) ซึ่งบริษัทจะทำการ ลงทุนตามความเหมาะสมของธุรกิจ และสภาวะตลาดทุน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน ของบริษัทเสริมฐานะเงินกองทุนเพื่อรองรับการขยายบริการของธุรกิจ วาณิชธนกิจและการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ และขยายฐานลูกค้าและเครือข่ายในการให้บริการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์
|
|
 |
|
|