ผลพวงสงครามโทรศัพท์มือถือ แยกขายเครื่องแยกขายซิมการ์ด ทำให้ตลาดโตกว่าเท่าตัว
กลายเป็นสวรรค์ของพวกหัวใสนำเข้าเครื่องเถื่อนไร้คุณภาพไร้การรับรองดีแต่ราคาถูก
กรรมตกกับผู้บริโภคที่ยากแยกแยะของย้อมแมว ด้านผู้ให้บริการตามแก้ปัญหา กดราคาเครื่องพร้อมตอกย้ำเรื่องบริการหลังการขาย
การปลดล็อกอีมี่หรือรหัสประจำเครื่องโทรศัพท์มือถือ และการปรับเปลี่ยนโครงการสร้างการทำตลาดของผู้ให้บริการด้วยการขายแยกเครื่องกับซิมการ์ดออกจากกัน
ทำให้ตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางบวกด้วยยอดขายที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเท่าตัว
จากตลาดรวมในปี 2544 ประมาณ 7.9 ล้านเครื่อง เป็น 18 ล้านเครื่องในปี 2545
หรือโตกว่า 128% คิดเป็นเครื่องใหม่ที่ขายในตลาดมากกว่า 10.1 ล้านเครื่อง
การเติบโตของยอดขาย นอกจากเป็นสวรรค์ของคนค้าเครื่องรายใหญ่อย่าง AWM เอ็มลิ้งค์
แล้วยังเป็นโอกาสของผู้ค้ารายย่อยที่เรียกว่าเกรย์ มาร์เก็ต หรือเครื่องเถื่อนที่เข้ามาอย่างไม่ถูกต้องในลักษณะหิ้วเข้ามา
ผลกระทบที่เกิดจากเครื่องเถื่อน ในแง่มูลค่าเป็นตัวเงินอาจจับตัวเลขได้ไม่ชัดเจนนัก
เพราะยังถือว่าอยู่ในช่วงฝุ่นตลบเนื่องจากผู้ให้บริการเพิ่งปรับโครงสร้างการทำตลาดเป็นเวลาประมาณเดือนเศษๆเท่านั้น
แต่คนที่ได้รับแรงกระแทกโดยตรงจากเครื่องเถื่อนคือผู้บริโภคทั่วไป ที่มีพฤติกรรมเคยชินกับการซื้อของถูก
เพียงแต่โทรศัพท์มือถือ ก็ยังเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่ต้องการบริการหลังการขายอยู่ดี
รุ่นยอดนิยมอย่างโนเกีย 3310 ที่สามารถเปลี่ยนได้ทั้งฝาหน้าฝาหลัง จะมีผู้บริโภคกี่คนรู้ว่า
โทรศัพท์มือถือที่ซื้อมาใหม่เอี่ยม อาจมีเมนบอร์ดหรือหัวใจของเครื่องเป็นบอร์ดเก่าระดับเกรดบี
เกรดซี ที่โนเกีย โละทิ้งจากยุโรป แต่มีคนหัวใสซื้อบอร์ดพวกนี้ไปจ้างจีนประกอบ
ทำกล่อง หีบห่อให้ดูใหม่ แล้วย้อมแมวกลับมาขายให้ผู้บริโภคชาวไทย
เกมการตลาดของผู้ให้บริการ เริ่มพ่นพิษถึง ผู้บริโภค ตลาดเสรีที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีทางเลือก
กำลังเป็นดาบสองคม ที่อาจย้อนกลับมาทำให้อุตสาหกรรมทั้งระบบกระเทือนเมื่อผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน
"ถึงแม้เปิดตลาดเสรี แต่เราไม่ได้ปล่อยผู้บริโภคลอยแพ ส่งเครื่องที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาด
ให้เป็นทางเลือกผู้บริโภคถ้าผู้บริโภคยอมรับมากขึ้น เราก็มีกำลังจะส่งสินค้าเข้าตลาดเท่าไหร่ก็ได้
เรามีความเข้มแข็ง การเงิน ช่องทางกระจายสินค้า บริการหลังการขาย รวมถึงเรื่องคุณภาพ
ตลาดเปิด แต่เปลี่ยนแล้วไม่ใช่ปล่อยไป เอไอเอสยังเน้นย้ำเรื่องคุณภาพ"
นายกุลดิษฐ์ สมุทรโคจร กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เรส มาร์เก็ตติ้ง
หรือ AWM ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ในระบบเอไอเอสกล่าวถึงการแก้ปัญหาเครื่องเถื่อน
ตลาดเครื่องเถื่อนยังอยู่ที่มาบุญครองเป็นหลัก โดยเครื่องเถื่อนสามารถแบ่งได้2
รูปแบบคือ 1.พวกเกรย์มาร์เก็ต หรือพวกที่หิ้วเข้ามาเองหรือนำเข้าอย่างถูกต้องมีอิมพอร์ตไลเซ็นต์เสียภาษีถูกกม.
แต่เครื่องที่นำเข้ามามีปัญหา เพราะถ้าไม่ใช่เครื่องใหม่เลย จะเป็นเครื่องที่หิ้วมาจากประเทศจีน
เป็นเมนบอร์ดเก่าแต่หน้าตาใหม่ ดูไม่ออกเลย ซึ่งผู้ซื้อจะลำบากมาก เมนบอร์ดเหล่านี้อาจตกสเปกมา
จากต่างประเทศแล้วมีการกว้านซื้อมาประกอบใหม่ ทำแพกเกจจิ้งใหม่ ส่งเข้ามาขาย
2.พวกเครื่องเถื่อนจริงๆที่ไม่มีอิมพอร์ต ไลเซ็น ไม่ถูกกม. ที่ผ่านมามีโนเกีย
รุ่น 3310 ไหลทะกลักเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย 3-4 หมื่นเครื่อง เพราะผู้ให้บริการมีการรับภาระค่าเครื่องขายราคาถูก
เพียง 2,900 บาท แล้วเข้ามาขายที่มาบุญครองราคา 3 พันกว่าบาท
"หลังปลดล็อกอีมี่ ฝุ่นตลบ หลายคนคิดว่าเป็นช่องทาง ผู้บริโภคยังสับสน
เห็นราคาถูกก็ซื้อไป วันดีคืนดี แต่ผมเชื่อว่าไม่ช้าก็เร็วตลาดก็นิ่งอาจห็นในช่วงไตรมาส
4 ลูกค้าก็จะเลือกตัดสินใจได้ว่าจะเอาแบบไหน เกรย์มาร์เก็ตเป็นส่วนหนึ่ง
ช่วงแรกที่เกิดในเดือนก.ค.ลูกค้าไม่รู้" นายศักรภพน์ ธีวรากร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด
บริษัท เอ็ม ลิ้งค์ เอเซีย คอร์ปอเรชั่นกล่าว
เอ็ม ลิ้งค์ เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับผลบวกอย่างมากจากยุทธการปลดล็อกอีมี่ของผู้ให้บริการ
เพราะ เดิมเอ็ม ลิ้งค์ ผูกขาดขายได้แต่เพียงเครื่องในระบบเอไอเอส แต่ปัจจุบันสามารถขายเครื่องเข้าไปในระบบดีแทคและออเร้นจ์ได้ด้วย
ทำให้ยอดขายทีประมาณไว้ในแต่ละเดือนสูงถึง 1.5 แสนเครื่องหรือทั้งปีมากกว่า
1 ล้านเครื่อง
"ผมเน้นเรื่องบริการหลังการขายมาก จากจำนวนเอ็มลิ้งค์ เซอร์วิส ดีลเลอร์ที่มีอยู่
31 สาขา จะเพิ่มเป็น 76 สาขาทั่วประเทศในอีก 3 เดือน จากเดิมซ่อมเครื่องภายใน
48 ชม.ให้เหลือ 24 ชม."
สิ่งที่ผู้นำเข้าหรือดิสทริบิวเตอร์หลักของ ซัปพลายเออร์อย่าง AWM เอ็มลิ้งค์ต้องทำศึก
กับเครื่องเถื่อนคือการสร้างความแตกต่าง โดยเฉพาะเรื่องบริการหลังการขายที่เครื่องเถื่อนยัง
ไม่มี และการบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อส่งผลให้สามารถทำราคาได้อย่างมีเหตุผลเพื่อสู้กับเครื่องเถื่อนราคาถูก
AWM ภารกิจหลักจำหน่ายมือถือเข้าตลาด ต้องมีการปรับตัวในการแข่งขันที่มากขึ้น
กลยุทธ์ที่ทำต่อไปคือเน้นเรื่องความแตกต่างโดยเฉพาะเน้นเรื่องคุณภาพถึงการแข่งขันสูง
แต่ AWM ไม่แข่งขัน ในมุมลดคุณภาพ แต่จะแข่งขันรักษาคุณภาพ ใช้วิธีการบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
จะทำให้เราทำราคาแข่งขันได้ทำให้ราคาถึงมือผู้บริโภคไม่แพง แต่ไม่ใช้คำว่าถูก
เพราะอาจไหลไปถึงเครื่องที่ไร้คุณภาพ แข่งขันได้บนราคาที่ไม่แพงในขณะที่รักษาคุณภาพ
ความแตกต่างที่ จับต้องได้มี 4 เรื่องคือ 1.การเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้ายี่ห้อหรือแบรนด์ที่มีคุณภาพในตลาดโลกอย่างโนเกีย
ซีเมนส์ อีริคสัน เอ็นจอยและเซ็นโด้ 2.เครื่องทุกรุ่นที่นำเข้าจะผ่านการ
ทดสอบจากเอไอเอส ยืนยันประสิทธิภาพของเครื่อง 3.AWM ลงทุนระบบไอทีซัพพอร์ต
มี 2 เรื่องใหญ่คือออเดอร์ออนไลน์ คู่ค้าสามารถสั่งสินค้าโดยคีย์หน้าจอคอมพ์
เข้ามาบริษัท ภายใน 24-48 ชม. โทรศัพท์มือถือจะถึงมือคู่ค้า ส่วนใหญ่ 80
กว่า% จะส่งถึงภายใน 24 ชม. AWM มีเกือบ 800 ดีลเลอร์ ที่ออนไลน์อยู่ เป็นจุดแข็ง
เรื่องความสามารถในการ กระจายสินค้า
4.บริการหลังการขาย อย่างเซอร์วิส ดีลเลอร์ AWM บริหารต้นทุนภายในบริษัทด้วยการกระจายงานออกสู่คู่ค้า
เพื่อให้เกิดประโยชน์ 2 ด้านคือคู่ค้ามีรายได้จากการให้บริการหลังการขาย
AWM ก็ไม่ต้องลงทุนเรื่องทรัพยากรต่างๆไม่ว่าเรื่องคนหรือเครื่องมือมากเกินไป
"วิธีต่างๆเหล่านี้ทำให้ราคาสินค้าและบริการถึงผู้บริโภคเป็นราคายุติธรรม
ไม่แพงแข่งขันได้"
สิ่งที่สร้างความแตกต่างอีกอย่างระหว่างเครื่อง เถื่อนกับเครื่องถูกกม.อย่างโมบาย
ฟอร์ม แอดวานซ์ แบรนด์อิมเมจภายใต้ AWM อยู่ที่เรื่องซอฟต์แวร์ เอไอเอสจะทดสอบเครื่องที่
AWM ขายว่าสามารถรองรับบริการใหม่ๆ ในเรื่องสื่อสารข้อมูลหรือบริการไร้เสียง
(นอนวอยซ์ แอปพลิเคชั่น)
ในขณะที่เครื่องจากแหล่งอื่น จะไม่ได้รับการทดสอบที่ถูกต้องจากเอไอเอส
ถึงแม้รูปร่างภายนอกจะเหมือนกันแต่ซอฟต์แวร์จะต่างกัน ถึงแม้ในตลาดจะบอกว่าอัพเกรดกันได้
แต่เป็นภาระของผู้บริโภคที่ต้องวุ่นวายและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่ถ้าเป็นของ
AWM จะมีความสมบูรณ์ออกไป ถึงแม้ราคาเครื่องเถื่อนจะถูกกว่ากันบ้าง แต่เมื่อเทียบกับความคุ้มค่าที่ได้รับจะแตกต่างกันมาก
"ศูนย์บริการเซอร์วิส ดีลเลอร์ เรามี 89 แห่ง และจะเปิดครบ 100 แห่งในปีนี้
เราเหนือกว่าคู่แข่งเรื่องการกระจายสินค้า ตั้งแต่ระบบสั่งซื้อจนสินค้าถึงมือผู้บริโภค
เรียกว่าซัปพลายเชนตรงนี้มีประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้ราคาสินค้าเราแข่งขันได้ในคุณภาพที่ดี
เครื่องซื้อที่ไหนก็เข้าศูนย์บริการได้ทุกที่ เพราะมีระบบออนไลน์ เห็นประวัติลูกค้าทั่วประเทศ
เป็นมูลค่าเพิ่มที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อให้เห็นความแตกต่าง"
ปัจจุบัน AWM มียอดขายเครื่องเดือนละประมาณ 2.5 แสนเครื่องจากครึ่งปีแรกที่โครงสร้างธุรกิจยังเป็นแบบเดิมไม่ได้มีการปลดล็อกอีมี่
ที่ขายประมาณเดือนละ 2 แสนเครื่อง ซึ่งยอดขายเครื่องเปล่าในเดือนก.ค.ที่ผ่านมามีประมาณ
3 หมื่นกว่าเครื่อง แต่มีแนวโน้มที่จะเติบโตมากขึ้น ตามสภาพตลาด ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่
AWM ต้องออกแรงมาพูดให้ผู้บริโภคให้รู้ถึงความแตกต่างระหว่างเครื่องเถื่อน
กับเครื่องถูก กม.มากขึ้น
ปัญหาเครื่องเถื่อน ในฐานะผู้ค้าเครื่อง AWM เจอสภาพการแข่งขันที่หลีกเลี่ยงไม่ได้หนทางเดียวคือต้องยืนยันในเรื่องคุณภาพ
แต่การตัดสินใจเป็นเรื่องผู้บริโภค แต่สิ่งที่กระทบอุตสาหกรรมก็มี เพราะหากใช้เครื่องเถื่อนที่ไม่มีคุณภาพในเครือข่ายเอไอเอสก็จะทำให้ภาพลักษณ์เครือข่ายเอไอเอสเสียไปด้วย
เรียกว่าเสียในระดับแม่ข่าย
AWM ยกเครื่องบริหารต้นทุนทั้งกระบิ ด้วยการนำระบบไอทีมาช่วยเพื่อทำให้ราคาโทรศัพท์มือถือ
ถูกลงในระดับที่แข่งขันกับเครื่องเถื่อนได้ รวมทั้งการ สร้างความรับรู้ให้ผู้บริโภคในชื่อโมบาย
ฟอร์ม แอดวานซ์ ที่มีบริการหลังการขาย พร้อมการรับประกันที่น่าเชื่อถือ รวมทั้งการที่มีแม่ข่ายอย่างเอไอเอส
หนุนหลัง
AWM ลดต้นทุนใน 3 เรื่องหลักคือเรื่องสินค้าคงคลังเพื่อลดปัญหาการสต็อกสินค้าที่มากเกินจำเป็น
การบริหารเรื่องการเงินและการจัดส่งสินค้า เมื่อทุกขั้นตอนสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภาพรวมของธุรกิจก็จะช่วยลดต้นทุนเพื่อนำมาลดราคาเครื่องโทรศัพท์มือถือแข่งกับของเถื่อนได้
"การปลดล็อกอีมี่ทำให้ตลาดแข่งขันรุนแรงขึ้น มีสินค้าจากแหล่งต่างๆไหลเข้ามา
เป็นผลดีกับผู้บริโภคเพื่อให้มีทางเลือกมากขึ้น แต่ถ้าให้ยุติธรรมกับคนซื้อ
ควรให้เขาซื้อและตัดสินใจบนข้อมูลที่ ถูกต้อง ถ้าเป็นเครื่องใช้แล้วคุณภาพดีราคาถูก
ก็ควรมีข้อมูลให้ผู้บริโภค ไม่ใช่ย้อมแมว เอาของเก่ามาเปลี่ยนฝาหน้า ฝาหลัง
แล้วไม่ให้ข้อมูลที่แท้จริง ก็จะมีอย่างนี้เข้ามามากขึ้น" นายกุลดิษฐ์กล่าว
และย้ำว่า "ผมไม่ได้บอกว่า AWM ถูกที่สุด แต่เราจะทำตัวเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงสุด"