กลุ่มธนาคารพาณิชย์ โชว์ผลงานครึ่งปีแรก กำไรสุทธิรวมกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10% นำโด่งเป็นอันดับหนึ่งโดยแบงก์กรุงเทพ กำไรสุทธิพุ่งเกิน 1.1 หมื่นล้านบาท ด้าน "ชาติศิริ" พอใจผลงานปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมาย ขณะที่ "กรุงไทย" เดินหน้าลดยอดเอ็นพีแอลให้ต่ำกว่า 10% ภายในสิ้นปีนี้ ส่วนทหารไทยยังเหนื่อยกับการแก้ปัญหาหนี้เอ็นพีแอล ด้านแบงก์กรุงศรีฯ ตั้งเป้าปล่อยกู้เพิ่ม 3 หมื่นล้าน
กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ได้ประกาศผลการดำเนินงานประจำงวด ไตรมาส 2 และงวด 6 เดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2548 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 12 แห่ง ปรากฏว่า ธนาคารส่วนใหญ่มีผลกำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 48,699.95 ล้านบาท เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 44,466.81 ล้านบาท หรือกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 9.52%
โดยธนาคารพาณิชย์ที่มีกำไรสุทธิงวด 6 เดือนสูงสุด 3 อันดับแรก คือ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL กำไรสุทธิสูงถึง 11,576.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 52.08% ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB กำไรสุทธิ 9,210.51 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 21.46% และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK กำไรสุทธิ 7,691.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.87%
ขณะที่ธนาคารขนาดเล็กที่มีกำไรสุทธิน้อยที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธนาคารยูโอบีรัตนสิน จำกัด (มหาชน) หรือ UOBR กำไรสุทธิ 187.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 164.56% ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ NBANK กำไรสุทธิ 265.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.66% และธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) หรือ BT กำไรสุทธิ 336.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.81%
บิ๊กBBLพอใจกำไรครึ่งปีเกิน1.1หมื่นล.
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารมีกำไรสุทธิครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 52.1% เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ดีขึ้น ซึ่งอยู่ในระดับที่น่าพอใจและคาดว่าการเจริญเติบโตของเงินให้สินเชื่อจะเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 13.9% ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดล 11.4% ส่งผลให้มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 4,152 ล้านบาท
"ถึงแม้สภาวะเศรษฐกิจในระดับมหภาคจะอ่อนตัวลง แต่ภาคธุรกิจยังคงมีอุปสงค์ทางด้านสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง โดยสินเชื่อของธนาคารในช่วงที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2547 ประมาณ 2.7% คือ จาก 932,940 ล้านบาท ณ สิ้นปี2547 เป็น 958,348 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2548"
ด้านรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 11.6% ในครึ่งปีแรก ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 10.6% ส่วนค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเพิ่มขึ้น 10.8% เนื่องจากธนาคารได้ปรับเงินเดือนขึ้น ในขณะที่รายจ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของการด้อยค่าของสินทรัพย์
สำหรับสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ลดลงจากสิ้นปี 2547 ที่มีอยู่ 158,676 ล้านบาท เป็น 153,918 ล้านบาท หรือ 15.8%ของยอดสินเชื่อรวม ซึ่งในงวดครึ่งปีแรกนี้ธนาคารได้ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 2,057 ล้านบาท ทำให้ธนาคารมีสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 106,996 ล้านบาท หรือคิดเป็น 69.5% ของยอดสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้
KTB ลดเอ็นพีแอลต่ำกว่า10%ภายในปีนี้
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ครึ่งปีแรกธนาคารมีกำไรก่อนการหักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 10,638 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 6.2% และกำไรสุทธิ 7,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.59% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดและสูงกว่าระยะเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากธนาคารมีรายได้และเงินปันผลสุทธิจำนวน 18,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2,285 ล้านบาท หรือ 14.44% แม้ว่าธนาคารจะมีรายได้ด้านภาษีรายได้อีก 1,200 ล้านบาท
ทั้งนี้ ธนาคารได้ปล่อยสินเชื่อเพิ่มให้กับลูกค้าทั่วไปจำนวน32,000 ล้านบาท (ไม่รวมตั๋ว SAM) และในครึ่งปีหลัง
แม้มีปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยในช่วงขาขึ้นธนาคารยังคงมั่นใจว่าจะสามารถขยายสินเชื่อได้ครบ 70,000 ล้านบาทตามเป้าหมาย
ขณะที่ยอดหนี้เอ็นพีแอล อยู่ที่ 113.918 ล้านบาท หรือ 12.02% ของสินเชื่อรวม ลดลงจากสิ้นปีก่อนที่มี 119,693 ล้านบาท โดยในครึ่งปีที่ผ่านมาธนาคารได้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ เป็นการทั่วไปเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 300 ล้านบาท เพื่อให้เกิดความมั่นคงและทำให้สำรองรวมของธนาคารสูงกว่าเกณฑ์ที่ธปท. กำหนดไว้
"ภายในสิ้นปีนี้ ธนาคารคาดว่าจะสามารถลดหนี้เอ็นพีแอลให้เหลือต่ำกว่า 10% ด้วยการขายลูกหนี้ด้อยคุณภาพ ให้กับบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (บบส.) และตั้งสายงานบริหารสินทรัพย์เพื่อดูแลการแก้ไขปัญหาลูกหนี้โดยเฉพาะ"
ทหารไทยเหนื่อยลดยอดเอ็นพีแอลไม่เข้าเป้า
นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ไตรมาส 2 นี้ ธนาคารมีหนี้เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 14.2% จากไตรมาสแรกอยู่ที่ 12.8% เนื่องจากธนาคารได้จัดชั้นหนี้ตามเกณฑ์คุณภาพที่เข้มงวดมากขึ้นตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แม้ว่าไตรมาสที่ผ่านมาหนี้เอ็นพีแอลจะปรับลดลงถึง 5,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ธนาคารได้ตั้งสำรองสำหรับหนี้ด้อยคุณภาพไว้เพียงพอแล้ว โดยธนาคารมีเงินสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญทั้งสิ้น 40,492 ล้านบาท สูงกว่าเกณฑ์ที่ธปท.กำหนดไว้ถึงเกือบ 581 ล้านบาท และมีสัดส่วนเงินสำรองต่อหนี้ด้อยคุณภาพ 54.35%
"ผมมั่นใจว่า หนี้เอ็นพีแอลไตรมาส 3 นี้จะลดลง จากปัจจุบันมีหนี้เอ็นพีแอลอยู่ 40,000 ล้านบาท และอยู่ในขั้นตอบของศาลตัดสินอีก 25,000 ล้านบาท หากแก้ไขส่วนนี้ได้จะทำให้เอ็นพีแอลลดลง แต่ก็เป็นเรื่องยากที่ธนาคารจะแก้ปัญหาหนี้เอ็นพีแอลให้ลดลงต่ำกว่า 10% ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง" นายสุภัค กล่าว
กรุงศรีฯมั่นใจปล่อยกู้ทั้งปีเพิ่ม3หมื่นล.
นายพงศ์พินิต เดชะคุปต์ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ครึ่งแรกปี 2548 ธนาคารมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 4,509 ล้านบาท เพิ่มขึ้นปีก่อน 17% โดยในไตรมาส 2 ธนาคารได้ตั้งสำรองฯ เพิ่มอีก 750 ล้านบาท รวม 6 เดือนเป็น 1,500 ล้านบาท เพื่อรองรับเป้าหมายการเร่งขจัดเอ็นพีแอลที่ธนาคารกำหนดไว้ ทำให้มีกำไรสุทธิในงวดครึ่งแรกจำนวน 3,009 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 28%
"ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ทุกด้าน โดยสินเชื่อขยายตัวจากสิ้นปีก่อน 3.5% รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิปรับตัวสูงขึ้น 14% รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 20% ขณะที่เอ็นพีแอลลดลงมาอยู่ที่ 9.5% จากสิ้นปีอยู่ที่ 9.9%"
นายพงศ์พินิต กล่าวเพิ่มเติมว่า จากผลการดำเนินงานที่ทำได้ตามเป้าหมายในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ทำให้ธนาคารมั่นใจว่าทั้งปีนี้ จะทำได้ตามเป้าหมายธุรกิจที่วางไว้ แม้ภาวะเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงบ้าง โดยตั้งเป้าขยายสินเชื่อเพิ่มสุทธิ 30,000 ล้านบาท และขยายรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 20%
|