Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน21 กรกฎาคม 2548
แบงก์กำไรพุ่ง4.8หมื่นล.             
 


   
search resources

Banking and Finance




กลุ่มธนาคารพาณิชย์ โชว์ผลงานครึ่งปีแรก กำไรสุทธิรวมกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10% นำโด่งเป็นอันดับหนึ่งโดยแบงก์กรุงเทพ กำไรสุทธิพุ่งเกิน 1.1 หมื่นล้านบาท ด้าน "ชาติศิริ" พอใจผลงานปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมาย ขณะที่ "กรุงไทย" เดินหน้าลดยอดเอ็นพีแอลให้ต่ำกว่า 10% ภายในสิ้นปีนี้ ส่วนทหารไทยยังเหนื่อยกับการแก้ปัญหาหนี้เอ็นพีแอล ด้านแบงก์กรุงศรีฯ ตั้งเป้าปล่อยกู้เพิ่ม 3 หมื่นล้าน

กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ได้ประกาศผลการดำเนินงานประจำงวด ไตรมาส 2 และงวด 6 เดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2548 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 12 แห่ง ปรากฏว่า ธนาคารส่วนใหญ่มีผลกำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 48,699.95 ล้านบาท เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิ 44,466.81 ล้านบาท หรือกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 9.52%

โดยธนาคารพาณิชย์ที่มีกำไรสุทธิงวด 6 เดือนสูงสุด 3 อันดับแรก คือ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL กำไรสุทธิสูงถึง 11,576.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 52.08% ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB กำไรสุทธิ 9,210.51 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 21.46% และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK กำไรสุทธิ 7,691.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.87%

ขณะที่ธนาคารขนาดเล็กที่มีกำไรสุทธิน้อยที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธนาคารยูโอบีรัตนสิน จำกัด (มหาชน) หรือ UOBR กำไรสุทธิ 187.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 164.56% ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ NBANK กำไรสุทธิ 265.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.66% และธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) หรือ BT กำไรสุทธิ 336.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.81%

บิ๊กBBLพอใจกำไรครึ่งปีเกิน1.1หมื่นล.

นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารมีกำไรสุทธิครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 52.1% เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ดีขึ้น ซึ่งอยู่ในระดับที่น่าพอใจและคาดว่าการเจริญเติบโตของเงินให้สินเชื่อจะเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 13.9% ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดล 11.4% ส่งผลให้มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 4,152 ล้านบาท

"ถึงแม้สภาวะเศรษฐกิจในระดับมหภาคจะอ่อนตัวลง แต่ภาคธุรกิจยังคงมีอุปสงค์ทางด้านสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง โดยสินเชื่อของธนาคารในช่วงที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2547 ประมาณ 2.7% คือ จาก 932,940 ล้านบาท ณ สิ้นปี2547 เป็น 958,348 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2548"

ด้านรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 11.6% ในครึ่งปีแรก ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 10.6% ส่วนค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเพิ่มขึ้น 10.8% เนื่องจากธนาคารได้ปรับเงินเดือนขึ้น ในขณะที่รายจ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของการด้อยค่าของสินทรัพย์

สำหรับสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ลดลงจากสิ้นปี 2547 ที่มีอยู่ 158,676 ล้านบาท เป็น 153,918 ล้านบาท หรือ 15.8%ของยอดสินเชื่อรวม ซึ่งในงวดครึ่งปีแรกนี้ธนาคารได้ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 2,057 ล้านบาท ทำให้ธนาคารมีสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 106,996 ล้านบาท หรือคิดเป็น 69.5% ของยอดสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้

KTB ลดเอ็นพีแอลต่ำกว่า10%ภายในปีนี้

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ครึ่งปีแรกธนาคารมีกำไรก่อนการหักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 10,638 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 6.2% และกำไรสุทธิ 7,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.59% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดและสูงกว่าระยะเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากธนาคารมีรายได้และเงินปันผลสุทธิจำนวน 18,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2,285 ล้านบาท หรือ 14.44% แม้ว่าธนาคารจะมีรายได้ด้านภาษีรายได้อีก 1,200 ล้านบาท

ทั้งนี้ ธนาคารได้ปล่อยสินเชื่อเพิ่มให้กับลูกค้าทั่วไปจำนวน32,000 ล้านบาท (ไม่รวมตั๋ว SAM) และในครึ่งปีหลัง

แม้มีปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยในช่วงขาขึ้นธนาคารยังคงมั่นใจว่าจะสามารถขยายสินเชื่อได้ครบ 70,000 ล้านบาทตามเป้าหมาย

ขณะที่ยอดหนี้เอ็นพีแอล อยู่ที่ 113.918 ล้านบาท หรือ 12.02% ของสินเชื่อรวม ลดลงจากสิ้นปีก่อนที่มี 119,693 ล้านบาท โดยในครึ่งปีที่ผ่านมาธนาคารได้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ เป็นการทั่วไปเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 300 ล้านบาท เพื่อให้เกิดความมั่นคงและทำให้สำรองรวมของธนาคารสูงกว่าเกณฑ์ที่ธปท. กำหนดไว้

"ภายในสิ้นปีนี้ ธนาคารคาดว่าจะสามารถลดหนี้เอ็นพีแอลให้เหลือต่ำกว่า 10% ด้วยการขายลูกหนี้ด้อยคุณภาพ ให้กับบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (บบส.) และตั้งสายงานบริหารสินทรัพย์เพื่อดูแลการแก้ไขปัญหาลูกหนี้โดยเฉพาะ"

ทหารไทยเหนื่อยลดยอดเอ็นพีแอลไม่เข้าเป้า

นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ไตรมาส 2 นี้ ธนาคารมีหนี้เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 14.2% จากไตรมาสแรกอยู่ที่ 12.8% เนื่องจากธนาคารได้จัดชั้นหนี้ตามเกณฑ์คุณภาพที่เข้มงวดมากขึ้นตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แม้ว่าไตรมาสที่ผ่านมาหนี้เอ็นพีแอลจะปรับลดลงถึง 5,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ธนาคารได้ตั้งสำรองสำหรับหนี้ด้อยคุณภาพไว้เพียงพอแล้ว โดยธนาคารมีเงินสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญทั้งสิ้น 40,492 ล้านบาท สูงกว่าเกณฑ์ที่ธปท.กำหนดไว้ถึงเกือบ 581 ล้านบาท และมีสัดส่วนเงินสำรองต่อหนี้ด้อยคุณภาพ 54.35%

"ผมมั่นใจว่า หนี้เอ็นพีแอลไตรมาส 3 นี้จะลดลง จากปัจจุบันมีหนี้เอ็นพีแอลอยู่ 40,000 ล้านบาท และอยู่ในขั้นตอบของศาลตัดสินอีก 25,000 ล้านบาท หากแก้ไขส่วนนี้ได้จะทำให้เอ็นพีแอลลดลง แต่ก็เป็นเรื่องยากที่ธนาคารจะแก้ปัญหาหนี้เอ็นพีแอลให้ลดลงต่ำกว่า 10% ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง" นายสุภัค กล่าว

กรุงศรีฯมั่นใจปล่อยกู้ทั้งปีเพิ่ม3หมื่นล.

นายพงศ์พินิต เดชะคุปต์ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ครึ่งแรกปี 2548 ธนาคารมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 4,509 ล้านบาท เพิ่มขึ้นปีก่อน 17% โดยในไตรมาส 2 ธนาคารได้ตั้งสำรองฯ เพิ่มอีก 750 ล้านบาท รวม 6 เดือนเป็น 1,500 ล้านบาท เพื่อรองรับเป้าหมายการเร่งขจัดเอ็นพีแอลที่ธนาคารกำหนดไว้ ทำให้มีกำไรสุทธิในงวดครึ่งแรกจำนวน 3,009 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 28%

"ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ทุกด้าน โดยสินเชื่อขยายตัวจากสิ้นปีก่อน 3.5% รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิปรับตัวสูงขึ้น 14% รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 20% ขณะที่เอ็นพีแอลลดลงมาอยู่ที่ 9.5% จากสิ้นปีอยู่ที่ 9.9%"

นายพงศ์พินิต กล่าวเพิ่มเติมว่า จากผลการดำเนินงานที่ทำได้ตามเป้าหมายในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ทำให้ธนาคารมั่นใจว่าทั้งปีนี้ จะทำได้ตามเป้าหมายธุรกิจที่วางไว้ แม้ภาวะเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงบ้าง โดยตั้งเป้าขยายสินเชื่อเพิ่มสุทธิ 30,000 ล้านบาท และขยายรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 20%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us