Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน1 สิงหาคม 2545
ทศท.แปลงร่างเป็น ทศท.คอร์ป รุกทุกรูปแบบ             
 


   
search resources

องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย-TOT
ทศท คอร์ปอเรชั่น




ทศท. แปรสภาพเป็นทศท คอร์ปอเรชั่น โดยมีสุธรรม มลิลา เป็นกรรม การผู้จัดการใหญ่คนแรก เดินหน้ากระบวน การกระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯให้ประชาชนซื้อหุ้นในเดือนต.ค.

ก่อนเข้าตลาดในเดือนพ.ย. พร้อมแผนธุรกิจหลักขยายเลข หมายโทรศัพท์พื้นฐานอีก 1 ล้านเลขหมาย เสริมด้วยธุรกิจสื่อสารข้อมูลและมีโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นองค์ประกอบ นายสุธรรม มลิลา

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) ได้จดทะเบียนแปลงสภาพเป็นบริษัท ทศทคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 31

ก.ค. ที่ผ่านมาด้วยทุนจดทะเบียน 6,000 ล้านบาท พร้อมรับโอนกิจการสิทธิหนี้สิน ทรัพย์ความรับผิดและพนักงานทั้งหมดจากทศท.ไปยังบริษัทใหม่

และพร้อมกระจายหุ้นสู่สาธารณะชนในปลายปีนี้ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ตามที่คณะกรรมการนโยบาย ทุนรัฐวิสาหกิจเสนอแนวทางการแปรสภาพทศท. "บริษัททศท

คอร์ปอเรชั่นเป็นผู้รับให้บริการโทรคมนาคมรายแรกที่แปรสภาพจากรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัท เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการแข่งขันเสรีในประเทศไทย" สถานะการเงินของทศท. ก่อนการแปรสภาพปี

2544 ทศท. มีสินทรัพย์รวม 273,004 ล้านบาท หนี้สินต่อส่วนทุน 0.43 เท่า มีรายได้จากการขาย 51,946 ล้านบาท กำไรสุทธิ 13,231 ล้านบาทคิดเป็น 25.5% ของรายได้ EBITDA 27,142 ล้านบาท

EBITDA Margin 52% หลังการแปรสภาพ ภารกิจหลักของทศท คอร์ปอเรชั่นจะมุ่งเน้นใน 3 ธุรกิจหลักประกอบด้วย 1. การให้บริการโทรศัพท์ประจำที่ โดย

จะรักษาความเป็นผู้นำตลาดและจะเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและโครงข่ายที่ทันสมัยเพื่อรองรับบริการใหม่ในอนาคต "ปัจจุบันสัดส่วนเลขหมายต่อพนักงานมีประมาณ 150 เลขหมาย

ผมต้องการให้เพิ่มขึ้นไปเป็น 200 เลขหมายต่อคน หรือต้องขยายเลขหมายอีกประมาณ 1 ล้านเลขหมาย ซึ่งต้องเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเป็นการลดต้นทุน เนื่องจากต้นทุนพนักงานจะเป็นส่วนที่คงที่

การใช้เทคโนโลยีจะช่วยทำให้ต้นทุนลดลง ค่าบริการถูกลงเพื่อ ให้สามารถแข่งขันได้" 2. ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมุ่งเน้นขยาย การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 1900 เมกะเฮิรตซ์

ให้ครอบคลุมและพร้อมที่จะพัฒนา ไปสู่โทรศัพท์เคลื่อนที่ในยุคที่ 3 หรือ 3จี "เครือข่าย 1900 จะแล้วเสร็จในเดือนก.ย. ซึ่งขณะนี้ติดตั้งสถานีฐานได้เกือบ 100

แห่งแล้วและอยู่ระหว่างขออนุมัติเช่าที่ติดตั้งสถานีฐานอีกประมาณ 186 แห่งรวมทั้งขอความร่วมมือกับทีเอในเรื่องดังกล่าว "นายอรัญ เพิ่มพิบูลย์ รอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ทศทคอร์ปอเรชั่น

ซึ่งได้รับมอบหมายให้มาดูแลธุรกิจในส่วนนี้กล่าว 3. การให้บริการสื่อสารข้อมูลในทุกระดับความต้องการของตลาด รวมถึงการให้บริการสื่อ สารข้อมูลความเร็วสูง และมีการรับรองคุณภาพ บริการ

เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ในส่วนของการร่วมลงทุนในบริษัทต่างๆ และสัญญาสัมปทาน ทศทคอร์ปฯจะเพิ่มสัด ส่วนรากการเจริญเติบโตอนาคต ในขณะเดียว

กันก็จะมองหาและวิเคราะห์ธุรกิจใหม่ที่มีความเหมาะสมในการเข้าร่วมลงทุน พร้อมทั้งทศท คอร์ปฯก็พร้อมที่จะเจรจาแปรสัญญากับคู่สัญญา อย่างเป็นธรรม

เพื่อให้เกิดการแข่งขันเสรีและเท่าเทียมกันในตลาดโทรคมนาคมไทย "หากไม่แปรสัญญาน่าจะเป็นผลดีกับ ทศทคอร์ปฯ ด้วยซ้ำ

แต่การแปรสัญญาไม่ได้กระทบโดยตรงกับการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งการแปรสัญญาก็จะดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง แต่จะได้ข้อยุติเมื่อไหร่ยังไม่สามารถกำหนดเวลาได้

ซึ่งแต่ละสัญญาก็ยังได้สิทธิในการดำเนินธุรกิจต่อเนื่องไป จนกว่าอายุสัญญาจะสิ้นสุดลง" นายสุธรรมกล่าว สำหรับโครงสร้างใหม่ของทศทคอร์ปฯ

เพื่อรองรับการทำธุรกิจแบบเอกชนนั้นได้มีการแยกธุรกิจต่างๆ ออกจากโครงสร้างเดิม ให้มีลักษณะเป็นกลุ่มธุรกิจหรือ Business Group (BG) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ

และเน้นโครงสร้างในระดับแนวนอน (Flat Organization) ในแต่ละกลุ่มธุรกิจ เพื่อลดขั้นตอนในการบริหารให้มีความกระชับและรวดเร็วมากขึ้น กลุ่มธุรกิจต่างๆ ของทศท.คอร์ปฯ ประกอบ ด้วย BG1-

Fixed Line กลุ่มธุรกิจโทรศัพท์พื้นฐาน BG2-Mobile กลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อน ที่ BG3-Data Service กลุ่มธุรกิจบริการข้อมูล BG4 Network กลุ่มธุรกิจโครงข่าย BG5-Public Payphone

กลุ่มธุรกิจโทรศัพท์สาธารณะ BG6 Related Business กลุ่มธุรกิจอื่นๆ BG7-Customer Service กลุ่มธุรกิจบริการลูกค้า BG8-Corporate Center กลุ่มอำนวยการวิสาหกิจ และ BG9-International

Business กลุ่มธุรกิจระหว่างประเทศ ทิศทางธุรกิจในอนาคตของทศท. คอร์ปฯ จะมุ่งเน้นให้บริการโทรคมนาคมที่ทันสมัยครบวงจรโดยเน้นการให้บริการลูกค้า (Customer Oriented) เป็นสำคัญ ดังนั้น

ทศท คอร์ปฯ จะขยายขอบเขตของธุรกิจให้มีความครอบคลุมมากขึ้น เพื่อสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

อีกทั้งเพื่อเป็นการสร้างความแข็งแกร่งทางการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมในประเทศ พร้อมทั้งมองหาโอกาสและลู่ทางในการลงทุนและขยายบริการ ออกสู่ต่างประเทศ

สำหรับจำนวนหุ้นเพิ่มทุนของทศท คอร์ปฯ ที่จะจำหน่ายให้ประชาชนทั่วไป ในเดือนต.ค. ก่อนเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในเดือนพ.ย.

อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการระดมทุนซึ่งมีนายศรีสุข จันทราศุ ปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน และมีกรรมการประกอบด้วยผู้แทนจากกระทรวงการคลัง อัยการสูงสุด

กรรมการผู้จัดการใหญ่และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการเงิน ทศท. คอร์ปฯ เป็นผู้พิจารณา ซึ่งคาดว่าจะประชุมในสัปดาห์หน้า

โดยที่มีที่ปรึกษาการเงินและตัวแทนจำหน่ายหุ้นประกอบด้วยบริษัทต่างชาติคือโซโลมอน บราเธอร์และมอร์แกนสแตนเล่ย์ ส่วนบริษัทไทยคือธนชาติ ธนาคารไทยพาณิชย์ ทิสโก้และเมอร์ริลลินซ์

"หุ้นทศท.คอร์ปฯ เป็นหุ้นที่น่าเชื่อถือเป็น กิจการที่มั่นคงน่าจะได้รับการตอบรับจากตลาด" สำหรับนายสุธรรม มลิลา ถือเป็นกรรม การผู้จัดการใหญ่หรือซีอีโอ คนแรกของบริษัท ทศทคอร์ปอเรชั่น จำกัด

(มหาชน) ซึ่งมีเทอมการทำงานจนถึงสิ้นเดือนก.ย.นี้ หลังจากนั้นทศท คอร์ปก็จะมีซีอีโอคนใหม่ที่ได้จากกระบวนการสรรหา ส่วนนายสุธรรมก็มานั่งเป็นกรรมการบอร์ดทศทคอร์ปฯ

ในส่วนของพนักงานทศทคอร์ป จำนวน 22,095 คน นับอายุงานต่อเนื่อง โดยสถานะของ องค์กรเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลัง ถือหุ้น 100% ระเบียบข้อบังคับ ยังใช้ของทศท. ตามเดิม

สวัสดิการเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง กองทุนสวัสดิการสงเคราะห์ กองทุนสำรองเลี้ยง ชีพฯ ทั้งหนี้สินและเงินทุนรวมทั้งกองทุนก็โอนตามไปด้วย สหภาพแรงงานฯ ทศท.

เปลี่ยนชื่อเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ. ทศท คอร์ปอเรชั่น (สบท.) และในการประชุมบอร์ดทศทคอร์ปฯชุดแรกมีวาระการประชุมคือการปรับโครงสร้างเงินเดือน 15%

เพื่อรองรับการเพิ่มเวลาการทำงานจาก 08.00-16.00 น. เป็น 08.00-17.00 น.

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us