เปิดข้อเสนอ FTA ไทย-ญี่ปุ่น รอเพียง "ทักษิณ" จดปากกาเซ็นสิ้นก.ค.นี้ สภาหอฯ ระบุสินค้าเกษตรให้เพิ่มแค่โควตา ทยอยลดภาษีซื้อเวลา ลดทันที 0% แค่กุ้ง ทูน่า ผลไม้ แฉญี่ปุ่นกีดกันสินค้าประมงต้องใช้แรงงานไทย 75% ขีด 7 ปีเสรีเหล็กรีดร้อนนับถอยหลังปีที่ 10 ภาษี 0% ส่วนยานยนต์ยังอุบไต๋
แหล่งข่าวสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเปิดเผยผลการประชุมร่วมกันระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กับนายพินิจ จารุสมบัติ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มาชี้แจงและรับทราบท่าทีของสภาหอการค้าในเรื่องการจัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย - ญี่ปุ่น (JTEPA) หรือ FTA ไทย-ญี่ปุ่น โดยนายพินิจได้เปิดเผยว่า รายการสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมที่ฝ่ายญี่ปุ่นเสนอให้ไทยที่ถือว่าเป็นข้อเสนอขั้นสุดท้ายของการทำงานระดับคณะเจรจาฯ ในรอบที่ 8 ปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ต่อไปจะเป็นการเจรจาและตัดสินใจระดับการเมือง ระหว่างรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายเพื่อจะให้ลงนามได้ทันภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ แต่หากมีข้อติดขัด เพิ่มเติมแก้ไขได้หลังจากความตกลงฯใน 6 เดือน ก็จะเป็นหน้าที่ระดับคณะเจรจาของทั้งสองฝ่ายจะเป็นผู้ดำเนินการต่อไป
"จะไม่มีการเจรจารอบใหม่อีกแล้ว ถือว่าปิดฉากแค่นี้ จะเป็นหน้าที่ตัดสินใจระดับรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายเพื่อให้ได้ลงนามได้ทันสิ้นเดือนนี้ แต่ภายใน 6 เดือนหลังลงนามหากมีข้อติดขัดมีการแก้ไขอันไหนเพิ่มเติมอะไรไม่ชัดเจนก็จะเป็นการใช้ล็อบบี้ ก็จะเป็นระดับคณะเจรจาเป็นฝ่ายดำเนินการไป" แหล่งข่าวคนเดียวกันกล่าว
แหล่งข่าวระบุต่อว่า นายพินิจยังได้เปิดเผยถึงข้อเสนอเปิดเสรีสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมว่า ในรอบสุดท้ายที่ฝ่ายญี่ปุ่นยอมอ่อนข้อให้มากกว่ารอบที่ 7 เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ถึง 1 เม.ย. 2548 ที่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ให้สภาหอฯ รับทราบ แต่การเปิดเผยข้อมูลนั้นนายพินิจไม่ได้เปิดเผยเอกสารว่ารายละเอียดของข้อเสนอรายการสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมที่ญี่ปุ่นเสนอให้ไทยเป็นอย่างไร เป็นเพียงการกล่าวสรุปสั้นๆให้ฟัง โดยพูดอย่างรวดเร็วๆ โดยอ้างว่าเป็นข้อมูลที่รับทราบกันเฉพาะระดับรัฐมนตรีของฝ่ายไทยและญี่ปุ่นเท่านั้น โดยรายการสินค้าเกษตรที่ญี่ปุ่นเสนอให้ไทยมี 5 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 ลดภาษีเป็น 0% ทันที (Immediate Tariff Elimination) มี 1. กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง และกุ้งแปรรูป 2. ผลไม้เมืองร้อนทุกชนิด จากเดิมรอบที่ 7 ยกเลิกภาษีทันทีให้ทุเรียน มะละกอ มะพร้าว ส่วนผลไม้ชนิดอื่นเหลือ 0% ใน 3 -7 ปี 3. ปลาทูน่าและแซลมอน จากเดิมรอบ 7 ลดภาษีจาก 9.6% เหลือ 0% ใน 5 ปี และ 4. เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์ ได้เพิ่มขึ้นมา
กลุ่มที่ 2 ทยอยลดภาษี (Reduce Tariff) มี 1. ไก่แปรรูป จากภาษีเดิม 6% เหลือ 3% ภายใน 5 ปี 2. เนื้อหมู ลดภาษีให้ทันที 3% จากอัตราภาษีเดิม 21.3% จากเดิมรอบที่ 7 ลดภาษีจาก 21.3% เหลือ 10.65% ใน 5 ปี 3. เนื้อวัว และหมู ที่เป็น Product ลดภาษีจาก 20% เหลือ 16% ภายในโควตา 1,200 ตัน จากเดิมรอบที่ 7 คงภาษี 20% ภายในโควตา 1,200 ตัน 4. ปลาหมึกกล้วย ภายใน 5 ปี ลดภาษีเหลือ 0% จากเดิมรอบ 7 ลดภาษีจาก 3.5% เหลือ 2% และ 5. น้ำมันรำข้าว ลดภาษีจาก 8.5 เยน/กก. เหลือ 4 เยน/กก. ใน 5 ปี
กลุ่มที่ 3 โควตา (Quota) 1. กล้วยหอม โควตา 4,000 ตันในปีแรก เพิ่มเป็น 8,000 ตันในปีที่สาม จากเดิมรอบที่ 7 โควตา 3,000 ตันในปีแรก เพิ่มเป็น 6,000 ตันในปีที่สาม 2. สับปะรดสด โควตา 100 ตันใน ปีแรก เพิ่มเป็น 300 ตันในปีที่ห้า 3. แป้งมัน สำปะหลังแปรรูป ยกเว้นภาษีในโควตา 250,000 ตัน จากเดิมรอบที่ 7 ยกเว้นภาษีในโควตา 200,000 ตัน และ 5. กากน้ำตาล โควตา 4,000 ตัน ในปีที่สาม และเพิ่มเป็น 5,000 ตันในปีที่สี่
กลุ่มที่ 4 กลับมาเจรจาใหม่ (Re-negotiate) ในอีก 3 ปีหลังความตกลงฯมีผล 1. น้ำตาลทรายดิบ 2. สับปะรดกระป๋อง 3. แป้งมันสำปะหลังดิบ กลุ่มที่ 5 ยกออกจากการเจรจา (Exclusion) มี ข้าว และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากแป้งและน้ำตาล
ขีด 7 ปีเสรีเหล็กลด 0% ปีที่ 10
นายพินิจยังกล่าวถึงรายการสินค้าอุตสาหกรรมที่ไทยยอมอ่อนข้อต่อฝ่ายญี่ปุ่นในการเปิดเสรีเหล็ก แผ่นรีดร้อน ด้วยการคงภาษีเหล็กแผ่นรีดร้อนไว้ในอัตราฐาน เป็นเวลา 7 ปีแรก หลังจากความตกลงมีผลบังคับจะเริ่มลดภาษี เหลือ 0% ในปีที่ 10 ซึ่งเป็นท่าทีอ่อนข้อลงจากในรอบที่ 7 ที่ไทยจะคงภาษีเหล็กแผ่นรีดร้อนไว้ที่อัตราฐาน (ประมาณ 7-9.5%) เป็นเวลา 10 ปีแรก หลังจากความตกลงฯ มีผลบังคับใช้ จากนั้นจะเริ่มลดภาษีในปีที่ 11 และเหลือ 0% ในปีที่ 15
ส่วนรายการสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์และยานยนต์ที่เป็นรถยนต์ที่นั่งที่มีขนาดเครื่องยนต์ขนาด 3000 ซีซีขึ้นไป ที่ฝ่ายญี่ปุ่นต้องการให้ไทยเปิดเสรีใน 2 เรื่องนี้นายพินิจ ระบุว่า ตนไม่ทราบข้อมูลไม่ได้ศึกษาเรื่องนี้จึงไม่ขอเปิดเผยแต่ท่าทีในรอบที่ 7 ที่เขาใหญ่ ชิ้นส่วนรถยานยนต์ ภาคเอกชนและหน่วยงานรัฐ ยอมฝ่ายญี่ปุ่นให้ลดภาษีจากอัตรา 10-30% ในปีแรก ให้เหลือ 0% ในปีที่ 15 ขณะที่ยานยนต์ในรถยนต์นั่งที่มีขนาดเครื่องยนต์ขนาด 3000 ซีซีขึ้นไป ที่เป็นรถยนต์หรูจะกลับมาเจรจาใหม่อีก 3 ปีข้างหน้า ในรายละเอียดเงื่อนไขการลดภาษี
แหล่งข่าวระบุว่า นายพินิจยังได้กล่าวถึงสินค้าอุตสาหกรรมที่ญี่ปุ่นเสนอให้ไทย 2 รายการ คือ รองเท้า และเครื่องหนัง กับอัญมณีและเครื่องประดับ แต่นายพินิจระบุเพียงว่าสินค้า 2 รายการนี้ฝ่ายญี่ปุ่นให้แบบมีเงื่อนไข แต่นายพินิจไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดให้ทราบว่าเงื่อนไขที่ทางญี่ปุ่นกำหนดมานั้นคืออะไร
นายสมพล เกียรติไพบูลย์ ประธานคณะกรรมการประเมินผลและกำหนดแนวทางขยายผลจากการเจรจาเอฟทีเอ กล่าวว่า FTA ไทย-ญี่ปุ่น เป็นที่ชัดเจนว่าปลายเดือนกรกฎาคมนี้จะต้องมีการ ลงนามกันอย่างแน่นอน แต่หากมีปัญหาที่ต้องใช้การตัดสินใจจากฝ่ายการเมือง ทางรัฐบาลญี่ปุ่นพร้อม ที่จะส่ง นายโชอิชิ นาคากะวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม (เมติ) จะเดินทาง มาเจรจากับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้วยตัวเองเพื่อให้ได้ข้อสรุปสุดท้าย
สภาหอฯอัดข้อเสนอญี่ปุ่นน้อยไปไม่คุ้ม
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธิการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่าแม้ล่าสุดญี่ปุ่นยอมเปิดตลาดให้กับสินค้าเกษตรของไทยหลายรายการ แต่ถือว่าไม่คุ้มเป็นการให้ที่น้อยเกินไป เช่น กล้วยหอมต้องลดภาษีเป็นศูนย์ทันที ขณะที่ญี่ปุ่นเสนอยกเลิกภาษีให้กับฟิลิปปินส์ได้ภายใน 10 ปี แต่สำหรับไทยให้ได้แค่โควตา หรือไก่แปรรูปควรลดเหลือ 3% ในปีแรกและลดเหลือ 0% ใน 5 ปี หรือแม้แต่กากน้ำตาล ที่ญี่ปุ่นให้โควตาแก่ไทย ทางสภาหอการค้าเห็นว่าไทยไม่ควรรับข้อเสนอนี้ เพราะไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยเลย
แฉแหกตาเปิดเสรีสินค้าประมง
รองประธานสภาหอการค้า กล่าวอีกว่า โดยเฉพาะปลาทูน่า แซลมอน และปลาหมึกกล้วย หรือสินค้าประมงอื่นๆ ของไทยอาจมีปัญหาในการส่งออก แม้ญี่ปุ่นจะเปิดเสรีให้เพราะติดปัญหาเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้า และการที่ญี่ปุ่นกำหนดเงื่อนไขว่าสินค้า ประมงไทยต้องใช้แรงงานในประเทศไม่น้อย กว่า 75% พร้อมให้ไทยไปสำรวจทำรายงานว่า ในประเทศไทยมีการใช้แรงงานต่างด้าวในอุตสาหกรรมประมงเป็นจำนวนเท่าไร
แหล่งกำเนิดสินค้า และเงื่อนไขต้องใช้แรงงาน ไทยไม่ต่ำกว่า 75% ทูน่าคงส่งออกไม่ได้ ก็รู้กันอยู่ปลาทูน่า 1 กระป๋องค่าใช้จ่ายด้านแรงงานน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าตัวอื่นๆ ทางญี่ปุ่นเองก็ยืนยันที่จะให้ระดับรัฐมนตรีของไทยเป็นฝ่ายตกลงกับรัฐมนตรีของญี่ปุ่นโดยไม่ขอเจรจาผ่านทางคณะเจรจาอีกแล้ว" นายพรศิลป์กล่าว
|