Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน22 กรกฎาคม 2545
อนาคตเงินยูโร : เดินหน้าหรือถอยหลัง?             
 


   
www resources

โฮมเพจ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

   
search resources

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, บจก.




การอ่อนตัวค่าดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทำให้เงินบาทไทยค่าแข็งขึ้นช่วงนี้ ส่งผลผู้ส่งออกไทย ต้องปรับตัวเพื่อรับสถานการณ์ทิศทางค่าดอลลาร์ และบาทระยะต่อไป ทำให้นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร

แสดงความห่วงใยเรื่องนี้ แนะแนวทางเพื่อบรรเทาผลกระทบด้านการค้าระหว่างประเทศของไทย เนื่องจากความผันผวน ค่าดอลลาร์สหรัฐ

ผู้ส่งออกไทยควรกระจายการค้าขายกับต่างประเทศรูปเงินตราสกุลอื่นๆ เพิ่มขึ้น อาทิ เงินยูโรกลุ่มสหภาพยุโรป และเงินเยนญี่ปุ่น ทดแทนการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ เป็นหลัก เพื่อ

การส่งออกไทยจะลดความเสี่ยงจากอิทธิพลดอลลาร์สหรัฐ ช่วยให้การส่งออกของไทยยืดหยุ่นยิ่งขึ้น ขณะที่บาทค่าเข้มแข็งขึ้นราว 8.8% เมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่ต้นปี บาทกลับอ่อนตัวประมาณ

3.6% เมื่อเทียบเงินยูโร ค่าลดราว 3.8% เมื่อเทียบเยน จะเป็นผลดีต่อสินค้าส่งออกไทยที่ค้าขายรูปสกุลเงินยูโรและเงินเยนช่วงนี้ เพราะทำให้สินค้าไทยราคาถูกลงในสายตา ผู้ซื้อต่างชาติ

หากผู้ส่งออกไทยติดต่อค้าขายกับประเทศ คู่ค้ารูปสกุลเงินยูโรและเยนเพิ่มขึ้น จะมีส่วนช่วยชดเชยผลเสียจากการที่บาทแข็งค่าขึ้นเทียบ ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การ

ค้าขายสินค้ากับต่างประเทศที่โน้มเอียงสู่เงินตรา สกุลยูโร ควรทำค่อยเป็นค่อยไป ประเด็นสำคัญ ที่ต้องคำนึงถึง คือ กลุ่มประเทศยุโรปที่ใช้เงินยูโรร่วมกัน หรือที่เรียกกันว่า กลุ่มยูโรโซนž

จะยินดีขยายบทบาทของตนเวทีเศรษฐกิจและการค้าโลกมากน้อยแค่ไหน รวมทั้งเพิ่มพูนความสัมพันธ์เศรษฐกิจ-การค้ากับไทยเพียงใด ช่วงที่ผ่านๆ มา สหรัฐฯ มีความสำคัญด้าน เศรษฐกิจ การค้า

การลงทุน และการเงินภูมิภาค เอเชีย รวมทั้งในไทย มากกว่ากลุ่มยุโรป ส่งผลดอลลาร์สหรัฐ มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศของไทยอย่างมาก ประมาณว่า

การค้าระหว่างประเทศของไทยในรูปดอลลาร์สหรัฐมากกว่า 80% ของมูลค่า การค้าทั้งหมดของไทย เมื่อเทียบกับสายสัมพันธ์ เศรษฐกิจของไทยกับกลุ่มประเทศยุโรป

ซึ่งมักค้าขายภายในภูมิภาคเดียวกันเป็นหลัก ส่งผลให้การใช้เงินยูโรยังไม่แพร่หลายเท่าใดนักในกลุ่มประเทศเอเชีย รวมทั้งไทย ปัจจุบันการส่งออกสินค้าของไทยไปกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ประมาณ 15%

ของมูลค่าส่งออกทั้งหมดของไทย เทียบสัดส่วนส่งออกไป สหรัฐฯ ราว 20% เงินยูโร เป็นเงินตราสกุลใหม่ที่เปิดตัวสู่ตลาดการเงินโลกปี 2542 ฐานะเป็นเงินตราสกุล เดียวประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 12

ชาติ จากจำนวนสมาชิกทั้งหมด 15 ชาติ เนื่องจากอังกฤษ สวีเดนและเดนมาร์ก ยังไม่ร่วมใช้เงินตราสกุลนี้ หลังจากกลุ่มยูโรโซนนำเงินยูโรออกใช้หมุน เวียนระบบเศรษฐกิจ ตั้งความหวังว่าเงินตราสกุล

เดียวยุโรปจะสวมบทบาทแทนเงินตราสกุลเดิมประเทศสมาชิก EU 12 ชาติ มีบทบาทสำคัญวงการการค้าและระบบการเงินโลก อาทิ ' บทบาทสื่อกลางการค้า คาดเงินยูโรจะเป็นเงินสกุลหลักที่ใช้

ประกอบธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศ ราว 1 ใน 5 ของมูลค่าการค้าโลก เทียบดอลลาร์สหรัฐ ที่นิยมใช้แพร่หลายมากที่สุด สัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งมูลค่าการค้าโลก ส่วนเยนบทบาทค่อนข้างน้อย ราว

5% เท่านั้น ' บทบาททุนสำรองระหว่างประเทศ คาดว่าประเทศต่างๆ ถือครองเงินยูโร ในฐานะทุน สำรองเงินตราต่างประเทศ ประมาณ 20% ของปริมาณทุนสำรองฯทั้งโลก เทียบกับทุนสำรอง

เงินตราต่างประเทศที่อยู่ในรูปดอลลาร์สหรัฐ ราว 63% เยน 6% ' บทบาทสื่อกลางในตลาดตราสารหนี้ของ โลก เงินยูโรบทบาทค่อนข้างโดดเด่นในตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศ

ตราสารหนี้ที่ซื้อขายกันรูปสกุลเงินยูโรประมาณ 35% ของมูลค่าตราสาร หนี้ในตลาดโลก ใกล้เคียงสัดส่วนการค้าตราสาร หนี้รูปดอลลาร์สหรัฐ ระดับ 37% และการซื้อขาย ตราสารหนี้รูปสกุลเยน 17%

เงินยูโรเป็นเงินตราสกุลหลักอีกสกุลหนึ่งแวดวงการค้าและการเงินโลก ที่มีโอกาสทาบรัศมีดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากสหภาพยุโรปประชากรถึง 300 ล้านคน แนวโน้มสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ทำให้การใช้เงินยูโรมีโอกาสเติบโตต่อไป แต่ที่ผ่านมา เงินยูโรยังไม่ได้รับความสนใจ เต็มที่ ค่าอ่อนตัวลงเป็นลำดับหลังจากประเดิมใช้เงินตราสกุลนี้ 3 ปีก่อน เหตุผลที่ผู้นำชาติยุโรปอ้างว่าเงินยูโรอ่อนตัว

เพราะค่าดอลลาร์เข้มแข็งเกินไป ดูเหมือนแนวคิดดังกล่าวอาจเป็นจริง เพราะขณะนี้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนแรงลง ส่งผลเงินยูโรกลับฉายแววสดใส ท่ามกลางมรสุมค่าดอลลาร์สหรัฐ ตกต่ำ

เงินยูโรกอบกู้ค่าเงินสูงขึ้น เฉลี่ย 1 ยูโรต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินแข็งแกร่ง ในรอบ 2 ปี ทำให้ประเทศต่างๆ จับตาเงินยูโร ในฐานะเงินตราสกุลหลักที่มีศักยภาพไม่ด้อยกว่าดอลลาร์สหรัฐ เงินยูโร :

พ้นวิกฤต ‚ พิชิตโอกาส บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดสรุปปัจจัยสำคัญ 5 ประการ ที่จะช่วยสนับสนุนเงินยูโรให้บทบาทโดดเด่นแวดวงเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ ดังนี้ *

เงินทุนไหลกลับยุโรป สถานการณ์ปั่นป่วนตลาดเงินตลาดทุนสหรัฐฯ ทำให้เงินลงทุนบางส่วนเริ่มไหลกลับยุโรป สวนทางช่วงก่อนหน้านี้ ที่กระแสเงินทุนจากยุโรป

หลั่งไหลเข้าเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในสหรัฐฯ อย่างมาก ทั้งรูปการลงทุนโดยตรง และการลงทุน ทางอ้อม เพื่อซื้อหุ้น พันธบัตร และตราสารหนี้ต่างๆ เนื่องจากสหรัฐฯ เคยเป็นแหล่งลงทุนเนื้อหอมช่วง 10

ปีที่ผ่านมา เป็นผลจากการที่สหรัฐฯ ปฏิรูปเศรษฐกิจสู่ยุค New EconomyŽ ประมาณว่าเงินลงทุนจากยุโรปเฉลี่ยสูงถึง 80% ของเงินลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมดของสหรัฐฯ หรือมูลค่าไม่ต่ำกว่า

500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี คาดว่าเงินลงทุนจากยุโรป ที่เคยแสวงหาผลตอบแทนในต่างแดน โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และละตินอเมริกา แนวโน้มจะทยอยไหลกลับลงทุนภายในภูมิภาคตนเองมากขึ้น

อีกทั้งเงินลงทุนใหม่ยุโรป จะเลือกลงทุนกลุ่มตนเอง ซึ่งดูเหมือนจะปลอดภัยมากกว่า เงินลงทุนประเทศ ภูมิภาคอื่นๆ อาจเห็นลู่ทางการลงทุนในยุโรป ทดแทนการลงทุนในสหรัฐฯ

คาดว่าจะส่งผลดีเงินยูโรให้มีค่ามั่นคง เพราะความต้องการเงินยูโรขยับสูงขึ้น * เงินยูโรเพิ่มบทบาททุนสำรองเงินตราต่างประเทศ หลังจากเงินยูโรเปิดตัวสู่ตลาดการเงินโลกปี 2542 ประเทศต่างๆ

ถือเงินตราน้องใหม่สกุลนี้เป็นส่วนหนึ่งทุนสำรองระหว่างประเทศ เพิ่มเติมจากเดิมที่นิยมถือครองดอลลาร์สหรัฐ เป็นหลัก แต่ระยะแรก การใช้เงินยูโรเป็นทุนสำรอง เงินตราต่างประเทศค่อนข้างจำกัด

เนื่องจากบรรดาประเทศต่างๆ ยังไม่ค่อยคุ้นเคยนัก เพราะเงินยูโรเป็นเพียงสกุลเงินอ้างอิง ยังไม่มีการพิมพ์ธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ออกใช้ จนกระทั่งต้นปี 2545 กลุ่มประเทศยูโร

จึงนำธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ออกใช้หมุนเวียนจริงจัง ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เกิดวิกฤตค่าเงินเอเชีย ทำให้ประเทศเอเชียส่วนใหญ่พะวงกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการเงินภายในประเทศตน

โดยเฉพาะปัญหาเงินทุนสำรองระหว่างประเทศร่อยหรอ จึงไม่สนใจจะบริหารจัดการปรับสัดส่วนเงินทุนสำรองระหว่างประเทศนัก ความต้องการที่จะใช้เงินยูโรเป็นทุนสำรอง

เงินตราต่างประเทศแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นลำดับเวลาต่อมา กลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป 15 ประเทศ ประกาศลดสัดส่วนถือทองคำเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

เพื่อถือสกุลเงินยูโรมากขึ้น การที่เศรษฐกิจเอเชียเริ่มฟื้นตัว ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลความต้องการถือเงินยูโรเป็นเงินทุนสำรองระหว่างประเทศขยายตัว

โดยเฉพาะช่วงค่าดอลลาร์สหรัฐ ตกต่ำ เกิดความไม่แน่นอนตลาดหุ้นและเศรษฐกิจสหรัฐฯเป็นแรง จูงใจให้ความต้องการถือเงินยูโรเป็นทุนสำรองฯ แนวโน้มสดใส ความต้องการถือเงินยูโรเป็นทุนสำรอง

เงินตราระหว่างประเทศ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ค่าเงินยูโรมั่นคง ขณะนี้ประเทศเอเชีย ซึ่งปริมาณ ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศโดยรวมค่อนข้างสูงสุดในโลกอยู่แล้ว

แสดงท่าทีจะเพิ่มสัดส่วนถือเงินยูโรเป็นทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ มากขึ้น * เศรษฐกิจยุโรปคมในฝัก หากพิจารณาผิวเผิน เศรษฐกิจกลุ่มยูโร ค่อนข้างเชื่องช้า เมื่อเทียบสหรัฐฯ ช่วง 5 ปีที่แล้ว

การเจริญเติบโตเศรษฐกิจเฉลี่ยราว 2.4% ต่อปี เทียบกับสหรัฐฯ ขยายตัว GDP เฉลี่ยราว 4.2% ต่อปี อัตราว่างงานกลุ่มยูโรปัจจุบันราว 9% สูงกว่าในสหรัฐฯ กว่า 2 เท่า อย่างไรก็ตาม

เศรษฐกิจยูโรมีเสถียรภาพระดับหนึ่ง ไม่ผันผวนรวดเร็วเหมือนสหรัฐฯ อีก ทั้งกำลังอยู่ในกระบวนการปฏิรูปอย่างเป็นระบบ ทำให้เศรษฐกิจกลุ่มยูโรทิศทางมั่นคงในอนาคต

ปัจจัยที่ช่วยเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจยูโรขณะนี้ ได้แก่ การลงทุนด้าน IT ซึ่งดำเนินต่อเนื่อง เช่น เยอรมนีอัตราลงทุนด้าน IT เพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 28% ต่อปี ตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมา ตลาดแรงงานยุโรปปรับตัว

โดยปรับปรุงกฎหมายแรงงานเป็นลำดับ ช่วยให้ตลาดแรงงาน ยืดหยุ่นกว่าเดิม จ้างแรงงานใหม่ๆ เพิ่มขึ้น อัตราว่างงานที่เคยสูงกว่า 10% เริ่มชะลอตัว งบประมาณเกินดุล

ประเทศสมาชิกต้องปรับลดงบประมาณขาดดุลให้อยู่ภายในกฎเกณฑ์สนธิสัญญา Maastricht ทำให้ประเทศยูโรส่วนใหญ่ยอดงบประมาณเกินดุล ปฏิรูปภาษี

เพื่อสร้างความได้เปรียบดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ปรับปรุงระบบเก็บภาษี และปรับโครงสร้างอัตราภาษีใหม่ จึงกลายเป็นแฟชั่นทั่วยุโรป เป็นต้น เศรษฐกิจยุโรปปี 2545 คาดว่าจะเฉลี่ยราว 2.2%

เทียบกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งทางการสหรัฐฯ ประมาณราว 3.5% แต่สหรัฐฯ ต้องแบกปัจจัยเสี่ยงด้านขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูงถึง 4 % ของ GDP ความผันผวนตลาดหุ้นสหรัฐฯ และค่าดอลลาร์

หากวิกฤตศรัทธาเศรษฐกิจและธุรกิจสหรัฐฯ ตลาดหุ้น และค่าดอลลาร์ ยังคงดำเนินต่อไป ยิ่งทำให้ค่าเงินยูโรโดดเด่นมากขึ้นเท่านั้น * ยุโรปได้เปรียบอัตราดอกเบี้ย

สถานการณ์อัตราดอกเบี้ยต่างประเทศโดยทั่วไปทรงตัวระดับต่ำแทบทุกภูมิภาค โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา เป็นผู้นำปรับลดดอกเบี้ยตลอดปีที่ผ่านมา ปัจจุบันดอกเบี้ยระยะสั้น (Fed funds rate)

ของสหรัฐฯ ทรงตัว 1.75% ซึ่งต่ำสุดรอบ 40 ปีของสหรัฐฯ เป็นระดับต่ำมากเมื่อเทียบชาติตะวันตกอื่นๆ คาดการณ์ว่าสหรัฐฯอาจต้องรักษาดอกเบี้ย ระดับต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง

หากสถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไม่มีท่าทีฟื้นตัวชัดเจน สหรัฐฯ จึงแทบหมดโอกาสจะใช้มาตรการอัตราดอกเบี้ย เพื่อช่วยพยุงค่าดอลลาร์ของตนช่วงนี้

ส่งผลประเทศยุโรปยังคงได้เปรียบด้านอัตราดอกเบี้ยเหนือสหรัฐฯ แม้กลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโรร่วมกัน หรือที่เรียกว่า กลุ่มยูโรโซนž ทยอย ปรับลดดอกเบี้ยทั่วไปลงเช่นกันรอบปี 2544

ดอกเบี้ยเงินยูโรทรงตัวอยู่ระดับ 3.25% ปัจจุบัน ซึ่งสูงกว่าของสหรัฐฯ ทำให้เงินยูโรเป็นสกุลเงินตราที่จูงใจนักลงทุนมากกว่าดอลลาร์สหรัฐ ประเด็นน่าสังเกตคือ ธนาคารกลางยุโรป (European Central

Bank: ECB) ซึ่งดูแลรับผิดชอบนโยบายการเงินกลุ่มประเทศยูโรโซน แนวโน้มอาจปรับดอกเบี้ยสูงขึ้น หากเห็นว่าภาวะเงินเฟ้อประเทศกลุ่มนี้ส่อเค้าปะทุเกินเพดานอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 2%

สถานการณ์ดังกล่าว จะทำให้ส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยยุโรปและสหรัฐฯ กว้างขึ้น จะมีส่วนเกื้อหนุนเงินยูโรให้มีค่ามั่นคงยิ่งขึ้น * ปลอดภัยจากเหตุการณ์ก่อการร้ายข้าม ชาติ

ดอลลาร์สหรัฐเคยเป็นสกุลเงินปลอดภัย ที่สุดสกุลหนึ่งของโลก แต่หลังจากเหตุวิปโยคในสหรัฐฯ กันยายน 2544 ส่งผลสหรัฐฯ กลายเป็นดินแดนเป้าหมายก่อการร้ายข้ามชาติ

แนวโน้มอาจเกิดเหตุการณ์รุนแรงได้ทุกขณะ ส่งผลบทบาทเดอลลาร์สหรัฐ ในฐานะสกุลเงินปลอด ภัย เสื่อมถอยลง ความต้องการถือดอลลาร์ จึงลดลงด้วย นักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยง

จึงกระจายการลงทุนอยู่ในรูปสกุลเงินตราต่างประเทศอื่นๆ รวมถึงเงินยูโร หากสถานการณ์ในภูมิภาคต่างๆ ของโลก ยังคงร้อนระอุด้วยภัยก่อการร้าย และการสู้รบ

จะทำให้ความต้องการถือเงินสกุลปลอดภัยเพิ่มขึ้น ได้แก่ เงินฟรังก์สวิส เงินยูโร และเงินปอนด์ สเตอร์ลิง แทนที่จะดอลลาร์สหรัฐ การที่เงินยูโรกลับมาฉายแววสดใส ค่าพุ่งขึ้นเทียบเท่า 1 ดอลลาร์สหรัฐ

อีกครั้งระยะนี้ มองกันว่าเงินยูโรแนวโน้มจะเพิ่มบทบาทในเวทีการเงินและการค้าโลกมากขึ้น ท่ามกลางความอึมครึมค่าดอลลาร์สหรัฐ ที่กำลังกระทบจากวิกฤตศรัทธาบริษัทชั้นนำสหรัฐฯ

จนสะเทือนตลาดหุ้นและตลาดเงินสหรัฐฯ อย่างหนักขณะนี้ ประเทศไทย คาดว่าระยะยาว เงินยูโรจะเป็นเงินตราต่างประเทศสกุลหลักที่แทรกตัวมีบทบาทการค้าของไทยเพิ่มขึ้น

เพื่อช่วยบรรเทาความผันผวนการส่งออกของไทย และกระจายความเสี่ยงจากความแกว่งไกวค่าดอลลาร์สหรัฐฯ ไทยควรขยายความสัมพันธ์กับกลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งมีมาตรฐานจัดระเบียบเศรษฐกิจ

มั่นคง แนวโน้มเป็นกลุ่มเศรษฐกิจเสรีที่ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ แม้ตลาดสหภาพยุโรปมีมาตรการการค้าเข้มงวดมาก เป็นอุปสรรคต่อสินค้าส่งออกของไทยอยู่บ้าง

แต่หากผู้ส่งออกไทยเข้าใจกฎระเบียบกลุ่มอียูอย่างละเอียดรอบคอบ คาดว่าจะช่วยลดความขัดแย้งการค้าระหว่างกันได้ สินค้าไทยจะสามารถเจาะตลาดการค้าขนาดใหญ่

ที่ประชากรกำลังซื้อสูงแห่งนี้ได้กว้างขวาง ขณะเดียวกันทางการไทยควรเพิ่มสัดส่วน ถือเงินยูโรเป็นทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ เหมือนประเทศเพื่อนบ้านเอเชียอื่นๆ

เพื่อช่วยประคับประคองทุนสำรองเงินตราต่างประเทศโดยรวมของไทยให้มีเสถียรภาพ ไม่ผันผวนตาม สกุลดอลลาร์สหรัฐ จนเกินไป

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us