Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน4 กรกฎาคม 2548
กสิกรไทยคว้าแชมป์กอง LTF-RMF ครึ่งปีแรกมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 6.3 พันล.             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด

   
search resources

กสิกรไทย, บลจ.
Funds




อินไซด์กองทุน LTF-RMF ครึ่งปีแรก บลจ.กสิกรไทยยังคงครองความเป็นเบอร์หนึ่งในมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหารจัดการรวม 2 กอง มูลค่ากว่า 6.3 พันล้านบาท "อโศก" ชี้จุดแข็งการผสมผสานความเป็นหนึ่งด้านการขายควบคู่ธนาคารกสิกรไทย ที่กว่า 95% ใช้ช่องทางผ่านสาขาแบงก์

รายงานข่าวเปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลของ "ผู้จัดการรายวัน" ถึงข้อมูลส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) กองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) พบว่า 5 อันดับแรกของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดยังคงเป็นบลจ.ที่มีธนาคารพาณิชย์เป็นบริษัทแม่ เนื่องจากมีความได้เปรียบในเรื่องของช่องทางการจัดจำหน่าย เพราะบลจ.แต่ละแห่งต่างใช้ความได้เปรียบในเรื่องของเครือข่ายสาขาธนาคารเป็นจุดขายที่ผสมผสานกัน

สำหรับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหุ้นระยะยาวของบลจ.ทั้งระบบที่มีกองทุน LTF 23 กองทุน เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2548 มูลค่าทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 6,872.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นเดือนธันวาคม 2547 ที่มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 5,633.93 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 1,238.34 ล้านบาท

โดยบลจ.ที่มีมาร์เก็ตแชร์สูงสุด 5 อันดับแรกประกอบด้วย 1.บลจ.กสิกรไทย มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 1,744.46 ล้านบาท มาร์เก็ตแชร์ 25.38% 2. บลจ.ไทยพาณิชย์ 1,545.01 ล้านบาท มาร์เก็ตแชร์ 22.48% 3. บลจ.บัวหลวง 690.32 ล้านบาท มาร์เก็ตแชร์ 10.05% 4. บลจ.ทหารไทย 478.33 ล้านบาท มาร์เก็ตแชร์ 6.96% และ 5. บลจ.ธนชาต 376.40 ล้านบาท มาร์เก็ตแชร์ 5.48%

สำหรับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ของบลจ.ทั้งระบบ รวม 58 กองทุน เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2548 มูลค่าทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 13,314.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นเดือนธันวาคม 2547 ที่มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 12,237.87 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 1,076.83 ล้านบาท

โดยบลจ.ที่มีมาร์เก็ตแชร์สูงสุด 5 อันดับแรกประกอบด้วย 1. บลจ.กสิกรไทยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 5,231.47 ล้านบาท มาร์เก็ตแชร์ 39.29% 2. บลจ.ไทยพาณิชย์ 1,990.04 ล้านบาท มาร์เก็ตแชร์ 14.95% 3. บลจ.บัวหลวง 1,178.53 ล้านบาท มาร์เก็ตแชร์ 8.85% 4. บลจ.อยุธยา เจเอฟ 923.11 ล้านบาท มาร์เก็ตแชร์ 6.93% และ 5. บลจ.ทหารไทย 728.55 ล้านบาท มาร์เก็ตแชร์ 5.47%

รายงานข่าวกล่าวว่า เป็นที่น่าสังเกตว่ากองทุนรวมส่วนใหญ่ที่มีพอร์ตกองทุน LTF และ RMF ในสัดส่วนสูงต่างเป็นบลจ.ที่มีธนาคารเป็นบริษัทแม่ทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นเบอร์หนึ่งอย่างบลจ.กสิกรไทย ที่ใช้เครือข่ายสาขาของธนาคารกสิกรไทย รองลงมาก็เป็นบลจ.ในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารทหารไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยาเป็นพันธมิตรเป็นต้น

ขณะที่บทวิจัยของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ซึ่งได้วิเคราะห์ถึงธุรกิจกองทุนรวมครึ่งปีหลังปี 48 ตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันธุรกิจกองทุนมี 2 กลุ่มด้วยกันคือ กลุ่มแรกคือ กลุ่มที่มีธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดรวมสูงถึง 73.3% ของกองทุนรวมทั่วไปทั้งหมด ซึ่งแบ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 52.9% ธนาคารพาณิชย์ขนาดกลาง 10.24% และธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก 10.16% ขณะที่กลุ่มที่ไม่มีธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ถือหุ้นมีมาร์เก็ตแชร์เพียง 26.7%

รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า บลจ.ที่มีธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จะมีความได้เปรียบในเรื่องช่องทางการจำหน่าย การเข้าถึงกลุ่มนักลงทุน แต่การลงทุนค่อนข้างจะเป็นไปอย่างระมัดระวัง เนื่องจากพื้นฐานของผู้ถือหน่วยลงทุนส่วนมากมาจากกลุ่มผู้ที่ฝากเงินกับธนาคาร ทำให้การลงทุนมีความระมัดระวังจึงมีความต้องการออกกองทุนซึ่งความเสี่ยงไม่สูงมาก

นายอโศก วงศ์ชะอุ่ม รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ปัจจัยหนุนที่ทำให้บริษัทครองมาร์เกตแชร์อันดับ 1 ในธุรกิจจัดการกองทุน เนื่องจากใช้ความเป็นเครือข่ายแบงก์กสิกรไทย โดยยอดขายประมาณ 95% มาจากเครือข่ายสาขาของธนาคาร โดยพนักงานของบริษัทจะมีการวิเคราะห์ความต้องการในการลงทุนของลูกค้า และความเสี่ยงที่ลูกค้ารับได้ เพื่อนำเสนอข้อมูลกองทุนในแต่ละส่วนให้สอดคล้องความต้องการของลูกค้า

สำหรับแนวโน้มครึ่งปีนี้ คาดว่าดัชนีตลาดหุ้นยังคงผันผวนในช่วงแคบๆ เนื่องจากยังขาดปัจจัยบวกเข้ามาหนุน อย่างไรก็ตาม ในแง่ของข่าวร้ายไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ราคาน้ำมัน แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น และปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ นักลงทุนต่างรับรู้ข่าวไปแล้ว โดยบริษัทประเมินว่าดัชนีในช่วงสิ้นปีนี้น่าจะยืนอยู่ในระดับ 740 จุด   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us