|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ ฉบับ พฤศจิกายน 2539
|
 |
บางคนถึงกับออกปากว่าถ้าไม่ได้กาแฟซักแก้วตอนเช้าดูเหมือนร่างกายจะอ่อนเปลี้ยจนทำอะไรไม่ค่อยจะไหว หลายคนอาการหนักถึงขนาดขาดกาแฟแล้วมือไม้สั่นพาลจะหงุดหงิดไปหมดความจริงแล้วแค่กาแฟแก้วเดียวคงไม่เท่าไหร่ แต่ทราบกันบ้างหรือไม่ว่าเมื่อล่วงเข้าแก้วที่ 3 หรือ 4 ในแต่ละวันสุขภาพของคุณกำลังตกอยู่ในอันตราย
อย่างที่รู้กันดีอยู่ว่า กาเฟอีนช่วยกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางด้วยเหตุนี้กาแฟร้อนควันกรุ่นตอนเช้าจึงช่วยให้คุณกระปรี้กระเปร่าเหมือนปลากระดี่ได้น้ำและทำให้ความคิดของคุณแจ่มชัดยิ่งขึ้น ดังนั้นข้อควรจำสำหรับคอกาแฟในที่นี้ก็คือ การรักษาสมดุลเพราะถ้าดื่มมากเกินไปอาจทำให้คุณใจสั่น หงุดหงิดง่ายจนถึงออกอาการแปลกประหลาดได้ ผู้ที่นอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ ขอแนะนำให้งดเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนเจือปนตลอด 24 ชั่วโมงไม่ใช่เฉพาะแค่ช่วงหลังเที่ยงขึ้นไปเท่านั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนสูง เนื่องจากเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนสูงถึงระดับหนึ่งนั้นจะออกฤทธิ์เช่นเดียวกับเทราโทเจนซึ่งเป็นสารที่เป็นอันตรายต่อลูกในท้องแต่ที่ร้ายยิ่งกว่าคือสารธาลิโดไมด์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในช่วงทศวรรษ 1950-1960 ซึ่งรุนแรงถึงขั้นทำให้ทารกน้อยพิการเลยทีเดียว
กาเฟอีนยังมีผลต่อระบบย่อยอาหารโดยเป็นตัวกระตุ้นกรดและเป๊ปซินในน้ำย่อยทำให้เกิดกรดในกระเพาะอาหาร ซึ่งจะทำให้แผลในกระเพาะอาหารที่อาจมีอยู่แล้วอักเสบรุนแรงยิ่งขึ้น
สำหรับผลข้างเคียงที่มีต่อระบบหลอดเลือดหล่อเลี้ยงหัวใจนั้น แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับตัวบุคคลและปริมาณกาเฟอีนที่ได้รับ ปกติแล้วกาแฟหนึ่งถ้วยจะมีกาเฟอีนเจือปนอยู่ 85-250 มิลลิกรัม โดยเฉลี่ย ซึ่งมากพอที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้ความตื่นตัวและความกระฉับกระเฉงแต่ไม่ควรเข้าใจผิดว่าถ้าต้องการกระฉับกระเฉงมากๆก็ควรจะดื่มกาแฟวันละหลายๆแก้ว
เพราะอย่างหนึ่งนั้นพึงระลึกไว้เสมอว่ากาเฟอีนจะมีฤทธิ์สะสม ดังเช่นที่ด็อกเตอร์อีเลนิตา ลาบอร์เต้ เซวิลญานักฟิสิกส์และศาสตราจารย์ของเซบุ อินสติติวท์ ออฟเมดิซีนในฟิลิปปินส์ เตือนว่า “กาเฟอีนเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นที่จะถูกขับถ่ายออกจากร่างกายภายในเวลา 3-7 ชั่วโมงเพราะฉะนั้น ถ้าคุณดื่มกาแฟแก้วที่ 2 ภายในระยะเวลาดังกล่าวคุณก็จะมีคาเฟอีนค้างอยู่ในร่างกายถึง 1.5 เท่าและเมื่อฤทธิ์ในการกระตุ้นสมองส่วนกลางหมดลง คุณจะรู้สึกเพลียยิ่งกว่าปกติหลายเท่า”
อย่างไรก็ตาม กาเฟอีนไม่ได้จัดเป็นสารเสพติด เพียงแต่ทำให้เกิดความเคยชินหรือเรียกว่าเป็นที่พึ่งพิงทางใจก็อาจจะได้ ดังนั้นการเลิกกาแฟจึงทำได้ง่ายพอๆกับการตัดสินใจเลิกนั่นแหละ อย่างไรก็ดีมีผู้แนะนำให้คอกาแฟชนิดผูกขาดหันไปดื่มชารากขิงแทน อนึ่งสำหรับผู้ที่จำเป็นจะต้องบอกลากาเฟอีน เครื่องดื่มเหล่านี้ถือเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างยิ่งได้แก่ กาแฟ โคล่า ช็อกโกแลตและชา
และคุณอาจจะแปลกใจที่ได้ทราบว่าน้ำอัดลมที่ไม่ใช่โคล่าก็มีกาเฟอีนเจือปนอยู่ในระดับสูงเอาการ จึงควรหลีกเลี่ยงหลังออกกำลังกายมาอย่างหนัก เนื่องจากกาเฟอีนจะเร่งการขับปัสสาวะมากกว่าภาวะปกติถึง 30% ทำให้ร่างกายสูญเสียโปแตสเซียม แมกนีเซียมตลอดจนวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นอีกหลายอย่าง
|
|
 |
|
|