Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน30 มิถุนายน 2548
อาร์.เอส.ฯ ทุ่มงบ 150 ล. รื้อโพเอม่า แยกหัวเก่าแทนสร้างใหม่-ดึงคนนอกปลุกสื่อสิ่งพิมพ์             
 


   
www resources

โฮมเพจ อาร์.เอส. โปรโมชั่น

   
search resources

อาร์เอส, บมจ.
Printing & Publishing
โพเอม่า, บจก.




อาร์.เอส.ฯ ปรับโครงสร้างโพเอม่าใหม่ หวังเป็นหัวหอกรุกสื่อสิ่งพิมพ์ ดึงคนจากค่ายเนชั่นและค่ายบางกอกโพสต์มาร่วมทีม พร้อมตั้งฝ่ายตลาดแยกจากกองตลาดรวม เพื่อลุยงานเต็มที่ ชี้สิ่งพิมพ์ไม่เสี่ยงสูงเหมือนสื่อทีวีและวิทยุที่เป็นระบบสัมปทาน ทุ่มทุน 150 ล้านบาท รีลอนช์ "นิตยสารฟร้อนท์" ใหม่อีกรอบ

นางบุณฑณิก บูลย์สิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท โพเอม่า จำกัด ในเครือ อาร์.เอส. โปรโมชั่น เปิดเผยว่า ขณะนี้โพเอม่าได้มีการปรับโครงสร้างและแนวทางการดำเนินงานใหม่ และเปลี่ยนผู้บริหารใหม่เพื่อให้สามารถรุกธุรกิจสิ่งพิมพ์ได้เต็มที่ โดยตนเองเพิ่งเข้ามาดูแลโพเอม่าเมื่อเดือนเมษายนซึ่งเดิมดูแลทางด้านสื่อโฆษณาและการตลาดรวมของบริษัทแม่ และยังมีนายวิบูลย์ วันเกิดผล เข้ามาดูแลทางด้านผู้อำนวยการสายงานการตลาดจากเดิมที่ไม่มีฝ่ายตลาด เพราะใช้ทีมตลาดรวมของบริษัทแม่

ซึ่งนายวิบูลย์นี้มาจากค่ายบางกอกโพสต์ และยังมีนางสาวรัถยา ทองคงเย่า เป็นบรรณาธิการบริหารนิตยสารฟร้อนท์ด้วย อดีตเคยเป็น บรรณาธิการบริหารของนิตยสารแฮร์ของกลุ่มเนชั่น ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นไปตามนโยบายของนายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการของ อาร์.เอส.ฯ ที่จะให้ความสำคัญกับธุรกิจสิ่งพิมพ์มากขึ้น

นางสาวบุณฑณิกกล่าวต่อว่า ธุรกิจสิ่งพิมพ์นั้นมีความเสี่ยงน้อยกว่าธุรกิจทีวีหรือโทรทัศน์ แม้ว่าตลาดรวมจะมีมูลค่าน้อยกว่าโดยเฉพาะสื่อประเภทนิตยสารที่มีประมาณ 6,000 ล้านบาท เนื่องจากสื่อทีวีและวิทยุนั้นไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับระบบสัมปทาน แต่สื่อสิ่งพิมพ์นั้นหากสามารถสร้างความแข็งแกร่งให้กับหัวนิตยสารได้แล้วก็จะสามารถอยู่ได้ในระยะยาว ทั้งนี้การหันกลับมารุกสิ่งพิมพ์ครั้งใหม่นี้บริษัทฯ ได้ลงทุนกว่า 150 ล้านบาทในช่วง 1-2 ปีนี้ ลงทุนด้านสตูดิโอ ตึกใหม่และบุคลากร และวางเป้าหมายรายได้ของโพเอม่าปีนี้ไว้ที่ 30 ล้านบาท แบ่งเป็นนิตยสาร 95% และพ็อกเกตบุ๊ก 5% ขณะที่ปีหน้าเป้าหมายรายได้ 100 ล้านบาท แบ่งเป็นนิตยสาร 70 ล้านบาท และพ็อกเกตบุ๊ก 30 ล้านบาท ในอนาคตสัดส่วนอาจจะเท่ากันระหว่าง นิตยสารกับพ็อกเกตบุ๊ก

โดยแผนการบุกพ็อกเกตบุ๊กวางแผนจะออกวางแผงประมาณ 3 ฉบับต่อเดือน โดยจะไม่เน้นงานแปลมากนัก ส่วนตลาดนิตยสารนั้น นอกจากการพัฒนาหัวของตัวเองแล้ว อนาคตอาจจะมีการซื้อลิขสิทธิ์หัวนอกโดยเฉพาะในย่านเอเชียเข้ามาทำตลาด แต่เวลานี้ต้องการเน้นหนักและทำตลาดหัวของตัวเองคือ ฟร้อนท์ (FRONT) ก่อน หลังจากที่ได้หยุดวางแผงไป 5 เดือน เพื่อปรับปรุงใหม่ โดยมีเป้าหมายที่จะทำส่วนแบ่งตลาดนิตยสารได้ 5% ในปีหน้าจากตลาดรวมเวลานี้ของนิตยสารประมาณ 6,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเซกเมนต์ผู้หญิง 1,900 ล้านบาท เพราะตลาดมีแนวโน้มเติบโตดี ซึ่งที่ผ่านมาปี 2545 ตลาดนิตยสารผู้หญิงมีประมาณ 1,200 ล้านบาท เพิ่มเป็น 1,400 ล้านบาท เมื่อปี 2546 และปีที่แล้วรวม 1,900 ล้านบาท จากทั้งหมด 35 หัวในตลาดนิตยสารผู้หญิง

สำหรับการเปิดตัวครั้งใหม่ของนิตยสารฟร้อนท์ได้มีการปรับเปลี่ยนใหม่ โดยจะแยกเป็นหัวออกมาอีก 3 ฉบับคือ ฟร้อนท์มินิ ฟร้อนท์ชอปปิ้งและฟร้อนท์เฟม เป็นรายเดือนเริ่มวางแผงวันที่ 5 กรกฎาคมศกนี้ก่อน คือ มินิกับชอปปิ้ง ขายรวมกันช่วงเปิดตัวราคา 90 บาท และช่วงเดือนสิงหาคมจะเริ่มวางแผงมินิกับเฟมคู่กัน โดยตั้งแต่ต้นปีหน้าจะเริ่มแยกขายแต่ละเล่ม และคาดว่าจะคืนทุนประมาณ 2-3 ปี และก้าวขึ้นเป็นท็อปไฟว์ในนิตยสารผู้หญิงให้ได้ภายในปีหน้า

ทั้งนี้เดิมฟร้อนท์มียอดพิมพ์เฉลี่ย 80,000 ฉบับต่อเดือน แต่ขณะนี้จะเพิ่มยอดพิมพ์เป็น 150,000 ฉบับต่อหัวต่อเดือน ความหนาประมาณ 160 หน้าต่อเล่ม และมีส่วนของโฆษณาประมาณ 40% คาดว่ารายได้จากการขายโฆษณาประมาณ 80% ส่วนรายได้จากยอดขาย ประมาณ 20% เดิมมีสมาชิกประมาณ 1,000 กว่าคน จะโอนมาเป็นสมาชิกใหม่โดยอัตโนมัติ จนกว่าจะหมดอายุ โดยเป้าหมายปีหน้าจะมีสมาชิกประมาณ 4,000 คนต่อเล่ม

นายวิบูลย์ วันเกิดผล ผู้อำนวยการสายงานการตลาด กล่าวว่า งบตลาดช่วงแรกตั้งไว้ 120 ล้านบาท โดยจะทำตลาดแบบครบวงจรแบ่งเป็นการสร้างแบรนด์ 70% อีเวนต์ 20% และโปรโมชันกับผู้อ่าน 10% ทั้งการทำซีอาร์เอ็ม การแจกของพรีเมียม ซึ่งในแง่ของการทำตลาดนั้นจะผนึกกำลังกับสื่อที่มีอยู่ในเครือทั้งหมดเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง พร้อมกับการซื้อสื่อโฆษณาภายนอกด้วย

ส่วนความแตกต่างของทั้ง 3 เล่มคือ ฟร้อนท์มินิ เจาะกลุ่มผู้หญิงเริ่มต้นทำงาน อายุ 20-35 ปี รายได้ต่อเดือนเฉลี่ย 20,000-55,000 บาทต่อเดือน จะเป็นแนวไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตทั่วไป ขนาดเล่มเล็กเป็นไปตามแนวโน้มตลาด ในต่างประเทศ ส่วนฟร้อนท์ชอปปิ้ง เจาะกลุ่ม คนรุ่นใหม่อายุ 18-25 ปี รายได้เฉลี่ย 12,000-55,000 บาทต่อเดือน เนื้อหาเน้นการชอปปิ้งทั้งราคาและสไตล์ของสินค้าใหม่ๆ และ ฟร้อนท์เฟม กลุ่มเป้าหมายคือ ผู้หญิงที่มีกำลังซื้อสูง อายุ 30-45 ปี รายได้ 55,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us