Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ สิงหาคม 2545








 
นิตยสารผู้จัดการ สิงหาคม 2545
Financial System Architecture             
โดย รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์
 





แบบสถาปัตยกรรมของระบบการ เงิน หรือที่วงวิชาการเศรษฐศาสตร์เรียกว่า Financial System Architecture กลาย เป็นประเด็นแห่งวิวาทะในวงวิชาการ เศรษฐศาสตร์อีกครั้งหนึ่งเมื่อบริษัทยักษ์ ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาจำนวนมากพากัน ล้มละลายทีละบริษัทสองบริษัท

วงวิชาการเศรษฐศาสตร์พากัน ถกเถียงกันมาเป็นเวลาช้านานว่า ควรจะออกแบบระบบการเงินอย่างไรจึงจะเป็นประโยชน์แก่ระบบเศรษฐกิจมากที่สุด

ระบบการเงินมีแบบสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันอยู่ 2 แบบ โดยที่แต่ละแบบ อยู่คนละขั้ว แบบที่หนึ่งเป็นระบบการเงิน ที่พึ่งธนาคารเป็นฐาน หรือ Bank-Based Financial System แบบที่สองเป็นระบบ การเงินที่พึ่งตลาดเป็นฐาน หรือ Market-Based Financial System

Bank-Based Financial System เป็นระบบการเงินที่พึ่งพิงธนาคารในการจัด สรรทรัพยากรทางการเงินธนาคารทำหน้าที่ เป็นสถาบันคนกลาง ด้านหนึ่งระดมเงินออม จากประชาชน อีกด้านหนึ่งจัดสรรทรัพยากร ทางการเงินสำหรับการประกอบกิจกรรมทาง เศรษฐกิจประเภทต่างๆ ทั้งการลงทุนและการบริโภค

Market-Based Financial System เป็นระบบการเงินที่พึ่งพิงการทำงานของ ตลาดทุนหรือตลาดหลักทรัพย์ วิสาหกิจต่างๆ เมื่อต้องการเงินทุนในการประกอบการหรือ ดำเนินกิจการ จะต้องออกหลักทรัพย์เพื่อนำ ออกขายในตลาดหลักทรัพย์ หลักทรัพย์ที่ ออกอาจเป็นหลักทรัพย์ที่แสดงความเป็น เจ้าของ (Ownership Securities) และ/หรือ หลักทรัพย์ที่แสดงสภาพแห่งหนี้ (Debt Securities) ประชาชนผู้มีเงินออมเป็นผู้ตัด สินใจว่าจะซื้อหลักทรัพย์ที่ออกโดยบริษัทใด บริษัทที่ขายหลักทรัพย์ได้ย่อมมีเงินทุน สำหรับการประกอบหรือดำเนินกิจการ

ตัวอย่างประเทศที่ยึด Bank-Based Financial System ได้แก่ เยอรมนี และญี่ปุ่น ตัวอย่างประเทศที่ยึด Market-Based Financial System ได้แก่ สหรัฐ อเมริกา และอังกฤษ

ประเทศที่ยึด Bank-Based Financial System ใช่ว่าจะไม่มีตลาดทุน หรือตลาดหลักทรัพย์ เพียงแต่มิได้มี ความสำคัญเท่าธนาคารในการทำหน้าที่ จัดสรรทรัพยากรในตลาดการเงิน

ในทำนองเดียวกัน ประเทศที่ยึด Market-Based Financial System ใช่ว่า จะไม่มีธนาคารและสถาบันการเงิน ประเภทต่างๆ เพียงแต่การจัดสรร ทรัพยากรในตลาดการเงินส่วนใหญ่ผ่าน ตลาดทุนหรือตลาดหลักทรัพย์

ภายใต้ Bank-Based Financial System ผู้บริหารธนาคารเป็นผู้กุมชะตา กรรมของกิจกรรมทางเศรษฐกิจประเภท ต่างๆ และเป็นผู้ชี้เป็นชี้ตายกิจกรรม เหล่านั้น กิจกรรมที่ได้รับจัดสรรเงินทุน จากธนาคาร ย่อมมีโอกาสเติบโตได้มาก ส่วนกิจกรรมที่มิได้รับจัดสรรเงินทุน ก็ต้องรอวันอับเฉา ในประเทศที่ระบบ สถาบันการเงินยังด้อยพัฒนา ธนาคาร เป็นธุรกิจในครอบครัว บางครั้งธนาคาร ผันเงินฝากประชาชนไปใช้ประโยชน์ใน ธุรกิจของผู้บริหารหรือญาติมิตรพวกพ้อง ของผู้บริหาร หากธุรกิจที่ได้รับจัดสรร เงินกู้จากธนาคารสามารถเติบโตอย่าง มั่นคง กิจการธนาคารก็พลอยมั่นคงด้วย เพราะได้รับชำระดอกเบี้ยและเงินต้น ในกรณีตรงกันข้าม หากธุรกิจที่ได้รับ จัดสรรเงินกู้จากธนาคารเสื่อมทรุด สินเชื่อธนาคารย่อมกลายเป็นสินเชื่อ ที่ไม่ก่อรายได้ (Non-Performing Loans) เมื่ออัตราการสูญหนี้เพิ่มขึ้นจนทำลาย ฐานรากของธนาคาร วิกฤติการณ์ธนาคาร ย่อมอุบัติขึ้น

วิกฤติการณ์การเงินที่เกิดขึ้นใน อาเซียตะวันออกในปี 2540 สะท้อนให้ เห็นจุดอ่อนของ Bank-Based Financial System เพราะการจัดสรรเงินให้กู้ของ ธนาคารและสถาบันการเงินอื่นๆ เป็น ไปโดยมิได้ประเมินศักยภาพทางธุรกิจ ของโครงการที่ขอเงินกู้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ และอย่างเข้มงวด หากแต่เป็น ไปตามความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์และ ระบบพวกพ้อง จนมีการประทับตราระบบ ทุนนิยมในอาเซียตะวันออกว่าเป็นระบบ ทุนนิยมพวกพ้อง (Crony Capitalism) ภายหลังวิกฤติการณ์การเงินปี 2540 มี วิวาทะในวงวิชาการเศรษฐศาสตร์ว่า สมควร ที่จะเปลี่ยนแบบสถาปัตยกรรมระบบการเงิน ในอาเซียตะวันออก จาก Bank-Based Financial System เป็น Market-Based Financial System หรือไม่ และจะเปลี่ยน แปลงแบบสถาปัตยกรรมนี้อย่างไร

นักเศรษฐศาสตร์อเมริกันจำนวน ไม่น้อยเชื่อว่า Market-Based Financial System ดีกว่า Bank-Based Financial System เมื่อเกิดวิกฤติการณ์สถาบันการเงิน ในญี่ปุ่นนับตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมา ประกอบกับความเสื่อมทรุดทางเศรษฐกิจของ เยอรมนีภายหลังการพังทลายของกำแพง เบอร์ลิน ยิ่งเป็นการตอกย้ำความเชื่อดังกล่าวนี้ แต่แล้ววิกฤติการณ์วิสาหกิจอเมริกัน ที่ก่อเกิดตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2540 เป็นต้นมา ก่อให้เกิดข้อกังขาว่า Market-Based Financial System ดีกว่า Bank-Based Financial System จริงหรือ

ภายใต้ Market-Based Financial System บริษัทจะได้รับจัดสรรทรัพยากร ทางการเงินจากตลาดทุน ก็ต่อเมื่อมีผลการ ประกอบการดี บริษัทจึงต้องพยายามประกอบ การให้มีกำไร กำไรจากการประกอบการ มีผลต่อราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ หาก ตลาดทุนทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทรัพ-ยากรทางการเงินจะถูกจัดสรรให้แก่บริษัท ที่มีผลการประกอบการดี อันเป็นเหตุให้ มีการใช้ทรัพยากรทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

แต่วิกฤติการณ์วิสาหกิจอเมริกัน ที่กำลังเกิดขึ้นนี้เป็นผลมาจากการผลิต สารสนเทศลวงประชาชนผู้มีเงินออม บริษัท ยักษ์ใหญ่จำนวนมาก อาศัยการตกแต่ง บัญชีเพื่อให้มีกำไรสูงกว่าความเป็นจริง แต่ในกรณีส่วนใหญ่รอดหูรอดตาผู้ตรวจ สอบบัญชี โดยมิได้รู้เห็นเป็นใจประชาชน ผู้มีเงินออมพากันแห่ไปซื้อหุ้นของบริษัท ที่มีอัตรากำไรสูง โดยหลงเข้าใจว่าเป็น กำไรที่เกิดขึ้นจริง กว่าที่จะรู้ว่าเป็นกำไร ลวงก็เป็นเวลาที่บริษัทล้มละลายแล้ว

วิกฤติการณ์วิสาหกิจอเมริกันที่ เกิดขึ้นครั้งนี้ ช่วยเปลือยข้อบกพร่องของ Market-Based Financial System หากบริษัทสามารถตกแต่งตัวเลขกำไรได้ และสามารถปั่นหุ้นได้ โดยไม่มีใครจับได้ ไล่ทันอย่างทันการ ตลาดทุนย่อมมิอาจ ทำหน้าที่จัดสรรทรัพยากรทางการเงิน อย่างมีประสิทธิภาพได้

ท่านจะเลือกแบบสถาปัตยกรรม ระบบการเงินใดระหว่าง Bank-Based Financial System กับ Market-Based Financial System

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us