|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ ฉบับ กรกฎาคม 2548
|
 |

เป็นความพยายายามอีกครั้งหนึ่งของ บุญ วนาสิน ที่พยายามผลักดันให้ปิยะเวทติดอันดับต้นๆ ของโรงพยาบาลในเมืองไทยและเอเชีย โดยเฉพาะแนวคิดของเขากับ เฉลียว อยู่วิทยา ประธานบริษัทเครื่องดื่มกระทิงแดง หุ้นส่วนของโรงพยาบาลคนสำคัญที่ต้องการสร้างศูนย์สุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ในขณะที่กำลังเร่งการก่อสร้างศูนย์ดังกล่าวบนเนื้อที่ 20 ไร่ บนถนนพระราม 9 กระแสข่าวการเปิดศูนย์โรคหัวใจแห่งใหม่ก็ได้สร้างให้ปิยะเวทเป็นที่สนใจในวงการแพทย์อย่างมากเช่นกัน เพราะคราวนี้เป็นการดึงเอาทีมงานของ ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ อายุรแพทย์หัวใจและหลอดเลือดชื่อดัง จากโรงพยาบาลกรุงเทพ มาร่วมจัดตั้งสถาบันหัวใจเพอร์เฟค ฮาร์ท ปิยะเวท
ทีมแพทย์ชุดนี้ประกอบไปด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญรักษาเฉพาะทางด้านหัวใจครบทุกแขนงมาประจำที่โรงพยาบาลตลอด 24 ชั่วโมง โดยเน้นการรักษาที่ทำงานร่วมกันเป็นทีม เพื่อวิเคราะห์อาการคนไข้แต่ละราย
ตารางเวรแพทย์ของสถาบันเพอร์เฟค ฮาร์ท ที่ออกมาตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ จะเห็นรายชื่อแพทย์ที่เป็นกำลังหลักรวมทั้งหมดเกือบ 30 ท่าน เช่น ศ.นพ.เกียรติชัย ภูริปัญโญ เป็นผู้อำนวยการสถาบัน นพ.ไพโรจน์ ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์ อายุรแพทย์และรังสีแพทย์หัวใจ พญ.ปิยะนุช รักพาณิชย์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูหัวใจ พญ.คุณหญิงมัลลิกา วรรณไกรโรจน์ อายุรแพทย์หัวใจ
นอกจากการทำงานเป็นทีม ซึ่งหมอนิธิย้ำว่าสำคัญที่สุดในการรักษาคนไข้แล้ว เครื่องมือที่ทันสมัยก็เป็นสิ่งที่ทำให้การรักษาคนไข้มีประสิทธิภาพเช่นกัน เมื่อเร็วๆ นี้โรงพยาบาลปิยะเวทได้ทำสัญญาเช่าซื้อเครื่องมือรักษาโรคหัวใจรุ่นล่าสุดมูลค่า 51 ล้านบาท กับธนาคารออมสิน
เครื่องมือทั้งหมดประกอบไปด้วยเครื่องตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง เครื่องทดสอบการทำงานของหัวใจด้วยการออกกำลังกายบนสะพานเลื่อน เครื่องตรวจและรักษาโรคหัวใจด้วยการสอดสายสวนหัวใจ และเครื่องนวดกระตุ้นการทำงานของหัวใจ โดยมีอายุสัญญาเช่าซื้อทั้งหมด 5 ปี หลังจากนั้นกรรมสิทธิ์ในเครื่องมือจึงจะตกเป็นของโรงพยาบาลโดยสมบูรณ์
กรพจน์ อัศวินวิจิตร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวยืนว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกของธนาคารออมสินที่ให้บริษัทเอกชนเช่าซื้อเครื่องมือในการดำเนินงานเพิ่มเติมเพื่อขยายกิจการให้มั่นคงและก้าวหน้ามากขึ้น จากเดิมที่ธนาคารเคยแต่ให้บริการกับบุคคลทั่วไปได้เช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่อยู่อาศัย และรถยนต์ส่วนบุคคลเท่านั้น ดังนั้นโรงงานอุตสาหกรรมและกลุ่มธุรกิจอื่นๆ จึงสามารถเสนอเรื่องขอใช้บริการดังกล่าวได้เช่นกัน
ศ.นพ.นิธิเล่าว่าจากสถิติของคน 1 แสนคน ในวัย 45-60 ปีขึ้นไป มีอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจประมาณ 20-40 คนต่อปี และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ โรคนี้จึงเป็นมัจจุราชเงียบที่น่ากลัว การตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ปัญหาร่วมกันจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ในขณะเดียวกันถือว่าเป็นการมองการณ์ไกลของผู้บริหารธนาคาร ที่ได้สนับสนุนการให้สินเชื่อเครื่องมือแพทย์ในโรคที่นับวันจะมีเปอร์เซ็นต์สูงมากขึ้น และทุกโรงพยาบาลจำเป็นต้องใช้เครื่องมือรุ่นล่าสุดที่มีประสิทธิภาพในการรักษาคนไข้เช่นกัน
|
|
 |
|
|