|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ ฉบับ 5 กรกฎาคม 2548
|
 |

การศึกษาแนวใหม่ซึ่งเป็นโรงเรียนในฝันของคนหลายคนจะไม่สามารถนำเด็กไปสู่การเปลี่ยนแปลง เพื่อการสร้างสรรค์ให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ได้เลย หาก 'ครู' ยังมีวิธีคิดและใช้วิธีการสอนแบบเก่า
กระบวนการคัดสรรบุคลากร จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา อธิบายกับ "ผู้จัดการ" ว่า
"ที่นี่เราเรียกครูว่า facilitator ซึ่งไม่ใช่ครูในความหมายเดิม ที่จะต้องสอน แต่ของเราคือผู้ที่อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ให้กับเด็ก และที่สำคัญครูต้องเป็นคนรักเด็ก เพราะเด็กที่นี่ถูกกระตุ้นให้ถาม ให้ตั้งข้อสงสัย จะรำคาญไม่ได้ สติ จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก ดังนั้น เมื่อเรารับเขาเข้ามา อย่างแรกเลย ต้องส่งไปอบรมฝึกสมาธิ ฝึกสติ และระหว่างปี หากพบว่าคนไหนเครียดเกินไปก็จะให้พักไปฝึกสมาธิให้จิตสงบสบาย เพราะเราถือว่าหากครูจิตใจขุ่นมัวแล้วจะทำให้เป้าหมายของโรงเรียนบิดเบี้ยวไป"
คนที่เข้ามาเป็นครู จบสาขาวิชาใดมาก็ได้ แต่ต้องจบปริญญาตรีมาเป็นอย่างน้อย ในเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.7 มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ และคอมพิวเตอร์ได้ดี
"ไม่ได้จบครู ก็ไม่เป็นไร ไม่จำเป็นครับ เราก็ไปเอาหลักสูตรของกระทรวงศึกษามา ซึ่งมี 100 กว่ารายการ เรามาย่อยให้เหลือเพียงไม่กี่รายการ แล้วนำมาปรับปรุงให้เหมาะกับโรงเรียนเรา บางอย่างเราก็ไม่เอา เหลือพวกแกนๆ เท่านั้น ที่เหลือเราก็บูรณาการเข้าไปอย่างจริยธรรรม ศีลธรรม เราไม่มีในชั่วโมงเรียนและผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้สอนไม่ได้ แต่เราต้องมีวิธีการปลูกฝังได้" พารณอธิบายต่อ
ครูโครงงานของเด็กบ้านล่าง เป็นหนุ่มสาววัยประมาณ 26-28 ปี มีทั้งหมด 6 คนคือ 'ครูแวะ' สุภาพรรณ จิระอานนท์ จบปริญญาโทด้านจิตวิทยาคลินิก ทำงานเป็นนักจิตวิทยาก่อนมาร่วมงานที่นี่ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา
อารียา ศิโรดม 'ครูกุ๊บกิ๊บ' จบจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มงานที่นี่เมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา 'ครูกิ๊บ' ธันยา พิทธยาพิทักษ์ จบปริญญาโทด้านวรรณกรรมเด็กจากประเทศออสเตรเลีย เริ่มสอนที่นี่ประมาณ 1 ปีเช่นกัน "ครูแจ็ค' ธันยวิช วิเชียรพันธ์ จบปริญญาโทจากคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เริ่มงานที่นี่มาประมาณ 4 ปี 'ครูหนุ่ม' เสนีย์ บุญพารานนท์ จากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง สอนมาประมาณ 2 ปี และสุดท้าย ครู 'เหลิม' เฉลิมพล สุลักษณาการ จบปริญญาตรีวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และกำลังต่อปริญญาโทด้าน MIT จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เพิ่งมาสอนที่นี่ในปีนี้
ด้วยวัยและบุคลิกของครู ที่เป็นเสมือนเพื่อน เหมือนพี่ อาจทำให้วินัยของบ้านเด็กเล็กไม่ค่อยดีนัก แต่ในขณะเดียวกันเมื่อเขาไม่ 'กลัว' หรือ 'เกรง' คำถามก็เลยเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
คำว่า 'สอน' ที่ถูกบอกมาว่าให้ลืมไปเลย เพราะกลัวว่าเด็กจะหยุดขบวนการทางความคิด อาจยังใช้ไม่ได้เต็มที่นักสำหรับเด็กบ้านล่างที่ยังอ่านไม่ออกเขียนไม่คล่อง ไม่เชี่ยวชาญเรื่องใช้เครื่องมือ และยังขาดความมั่นใจ ดังนั้นการสอนก็ไม่น่าผิด เพียงแต่ต้องเป็น การสอนในเวลาที่เขาอยากรู้ และไม่ใช่เป็นการสอนที่ให้จบตรงนั้น แต่ต้องเป็นการกระตุ้นให้เขาคิดต่อด้วย
แต่การปฏิบัติจริง ทำได้แค่ไหน อย่างไร ขึ้นอยู่กับสไตล์การสอนของครู และระบบการบริหารจัดการของทางโรงเรียนเอง
|
|
 |
|
|