แนวคิดการรวมกลุ่มประเทศในทวีปเอเชียเคยเกิดขึ้น มาแล้ว อย่างน้อย 2 ครั้ง
นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 และอังกฤษเริ่มปลดปล่อยประเทศที่เคยยึดครองไว้เป็น
อาณานิคมให้เป็นอิสระ
ในครั้งแรก ยาวาฮาลาล เนห์รู อดีตนายกรัฐมนตรี ของอินเดีย เคยเป็นต้นคิดในระหว่างปี
ค.ศ.1948-1952 มีการเชิญผู้นำประเทศต่างๆ ไปร่วมประชุมกันที่เมืองบันดุง
ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีแกนนำคนสำคัญคือนายกรัฐมนตรี เนห์รู นายพลนัสเซอร์
จากประเทศอียิปต์ และประธานาธิบดี ซูการ์โน ของอินโดนีเซีย ส่วนประเทศไทย
มีพระองค์เจ้า วรรณไวทยากรณ์ ซึ่งต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ
กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมประชุมด้วย
แนวคิดของนายกรัฐมนตรีเนห์รู ในการประชุมที่บันดุง กลายเป็นที่มาของการก่อตั้งกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
(Non-Aligned Movement : NAM) ซึ่งมิได้จำกัดอยู่เฉพาะประเทศในเอเชียเท่านั้น
หากเป็นนโยบายที่เกิดขึ้นท่ามกลางการแบ่งแยกเป็น 2 ขั้วระหว่างสังคมนิยมแบบโซเวียต
และเสรีนิยมแบบสหรัฐ อเมริกา บนเวทีการเมืองระหว่างประเทศที่ดำเนิน ไปอย่างหนักหน่วงในเวลาดังกล่าว
และเป็น แนวคิดที่ทรงอิทธิพลและมีบทบาทไม่น้อยต่อประเทศเอกราชใหม่ และประเทศโลกที่สามทั้งหลาย
ก่อนที่จะคลี่คลายบทบาทลงในเวลา ต่อมา
ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรี มหาธีร์ โมฮัมหมัด
แห่งมาเลเซีย เคยมีความคิดจะรวมกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออก (EAEC : East
Asia Economic Caucus) แต่แนวคิดนี้ ถูกต่อต้านจากสหรัฐ อเมริกา โดยการกดดันอย่างลับๆ
ผ่านทางประเทศญี่ปุ่น เมื่อญี่ปุ่นไม่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ แนวคิดที่จะจัดตั้ง
EAEC ของมหาธีร์ จึงต้องล้มเหลว
คำถามที่ตามมาคือแนวคิดในการรวมกลุ่ม ACD ของประเทศไทยครั้งนี้ จะต้องเผชิญกับอุปสรรคอย่างที่เคย
เกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้งหรือไม่
นักการทูตผู้หนึ่ง บอกกับ "ผู้จัดการ" ว่าการรวมกลุ่ม ACD เมื่อเทียบกับแนวคิดของนายกรัฐมนตรีเนห์รู
และมหาธีร์ แล้ว จะมีปัจจัยที่แตกต่างกันอยู่ 2-3 ประการ
ประการแรก สถานการณ์ที่ประเทศในทวีปเอเชียกำลัง เผชิญอยู่ขณะนี้ สุกงอมจนถึงขั้นที่ทุกคนต่างมีแนวคิดที่ตรงกัน
แล้วว่าควรมีความร่วมมือเกิดขึ้น เพียงแต่รออยู่ว่า ใครจะเป็น ผู้เริ่มต้นก่อน
ประการต่อมา การที่ประเทศไทยซึ่งเป็นแกนนำใน การเสนอแนวคิดการรวมกลุ่ม
ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่ เบื้องหลัง จึงได้รับความร่วมมือจากประเทศอื่นในภูมิภาคนี้
อย่างเต็มที่
ประการสุดท้าย การดำเนินการเรื่องนี้ กระทำโดย เปิดเผย มีการนำเสนอแนวคิดนี้อย่างเป็นขั้นตอน
ทั้งภายใน เอเชียด้วยกันเอง รวมถึงประเทศทางฝั่งยุโรป และสหรัฐอเมริกา ดังนั้นจึงไม่มีความระแวงเกิดขึ้น