Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน18 กรกฎาคม 2545
นักวิชาการชี้ท่ามกลางปัญหาSMEsไทยมีทางออก             
 

   
related stories

วิเคราะห์ศักยภาพผู้นำSMEsของโลก จีนดาวรุ่ง-ญี่ปุ่นถดถอย-ไทยตามหลัง

   
search resources

SMEs




ท่ามกลางความเสียเปรียบของผู้ประกอบการไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นไม่ว่าจะเป็นจีน หรือญี่ปุ่น นักวิชาการธรรมศาสตร์เสนอทาง ออกของการแก้ปัญหาพัฒนาศักยภาพ SMEs

ไทยทัดเทียมต่างชาติ เชื่อมโยงข้อมูล 3 ด้านการค้า การศึกษา การท่องเที่ยว

ระหว่างจังหวัดกับจังหวัดกับประเทศที่ต้องการหวังถ่ายทอดข้อมูลที่มีประโยชน์พัฒนาขีดความสามารถผู้ประกอบการไทยไปพร้อมต่างชาติ รองศาสตราจารย์ ไว จามรมาน อาจารย์ประจำ

คณะพาณิชย ศาสตร์ และการบัญชี มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ กล่าวถึงศักยภาพในการประกอบการธุรกิจของผู้ประกอบการไทยทุกวันนี้ว่ายัง

เสียเปรียบประเทศอื่นอยู่มากทั้งนี้เป็นเพราะประเทศไทยไม่ให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรมาตั้งแต่ต้น เมื่อเทียบกับประเทศอื่นที่ปู พื้นฐานการพัฒนาประเทศด้วยการ

พัฒนาบุคลากรตั้งแต่อยู่ในระดับมหาวิทยาลัย "เราต้องปรับความรู้ความสามารถของพนักงานโดยเฉพาะ ในระดับ SMEs เสียใหม่ ภาครัฐต้องเข้ามาช่วยเหลือในการปรับระดับการศึกษาทั้งโดยรวม

และเฉพาะเจาะจงลงไปในแต่ละธุรกิจ โดยเฉพาะศึกษาลึกลงไปในธุรกิจ SMEs ที่เป็นดาวรุ่งมีโอกาสพัฒนา ได้อีกมาก" อาจารย์ไว กล่าวว่า แนวทางการพัฒนา SMEs

ด้วยการพัฒนาระบบการศึกษานั้นเราอาจนำต้นแบบจากประเทศที่ประสบความสำเร็จแล้วมาเป็นแบบอย่าง เช่น องค์กรธุรกิจในประเทศ เยอรมนีที่ให้พนักงานทำงานเพียง 4 วันส่วนที่เหลืออีก 2

วันเป็นเวลาที่ให้ไปศึกษาต่อในโรงเรียนอาชีวะโดยภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องค่าใช้จ่าย "เราต้องปรับระบบใหม่จะให้ SMEs มานั่งพัฒนาโดยลำพังเพียงอย่างเดียวไม่ได้ต้องทำให้เกิด

ความเป็นหนึ่งเดียวเริ่มจากการร่วมมือกับสถาบันการศึกษาอย่างโรงเรียนอาชีวะที่เข้มแข็งในจังหวัด ต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่อยู่ใน ภาคธุรกิจ SMEs ได้เรียนรู้จากเทค

โนโลยีใหม่ผ่านทางสถาบันการศึกษาที่อยู่ใกล้ๆ และนำความรู้กลับ ไปพัฒนางานที่ทำอยู่ได้ การสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษากับ SMEs หรือสถาบันที่เป็น

เทคโนโลยีเองจะเป็นประเด็นสำคัญ ในอนาคต" ในความคิดของอาจารย์ ไว มองว่าตัวผู้ประกอบการเองต้องมองให้ออกว่าในแต่ละเขตหรือจังหวัดอยากทำอุตสาหกรรมอะไร

เพื่อสร้างให้เกิดแหล่งผลิตแต่ละด้านขึ้นในแต่ละจังหวัด เช่นชิ้นส่วน รถจักรยานยนต์ผลิตที่จังหวัดหนึ่ง ขณะที่อีกจังหวัดหนึ่งผลิตชิ้นส่วนของอีกอุตสาหกรรมหนึ่งเข้าคอน-

เซ็ปท์คัสเตอร์เหมือนที่ประเทศอื่นทำกัน " ผมมองว่าหนึ่งหมู่บ้านหนึ่งตำบลมันเล็กเกินไป น่าจะทำให้ใหญ่ กว่านี้เป็นหนึ่งจังหวัด"

หลังจากมองแนวทางการพัฒนาออกแล้วว่าต้องออกในรูปของคัสเตอร์ระดับจังหวัดแล้วก็ต้อง มาดูในเรื่องเดิมที่เป็นปัญหาอยู่คือ คน เทคโนโลยี และตลาด โดยทั้ง 3 ปัญหาอาจารย์ไวมองทางออกว่า

ของการแก้ปัญหาว่าน่าจะมีการเชื่อมระหว่างเมืองต่อเมืองเข้าด้วยกัน เช่น นครพนมเชื่อมกับอากาชิของญี่ปุ่นเชื่อมกับเมืองวินของเวียด นามและเชื่อมกับอีกเมืองในอิตาลี เหมือนเป็นระบบเมืองพี่เมือง

น้อง ในคอนเซ็ปต์การเชื่อมโยงของอาจารย์ไวคือ แต่ละจังหวัดต้อง วิเคราะห์ตัวเองให้ออกว่าต้องการเทคโนโลยีอะไรก็ไปเชื่อมกับเมืองที่มีเทคโนโลยีนั้น ซึ่งระบบนี้หอ

การค้าจังหวัดต้องเข้ามามีบทบาทในการประสานงานด้วย การเชื่อมกันระหว่างประเทศกับประเทศด้วยกันอย่างทุกวันนี้ไม่เป็นผล

โดยมองว่าการเชื่อมกันระหว่างกับจังหวัดอีกประเทศด้วยกันจะเป็นผลมากกว่า "ต่อจากนี้ไปต้องเป็นระบบกระจายอำนาจที่ผ่านมากรุงเทพเท่านั้นที่โต

หากระบบนี้เกิดได้ประเทศไทยทุกจังหวัดทั่วประเทศก็จะโตไปพร้อมกันด้วย" ในการเชื่อมโยงระหว่าง เมืองนั้นในมุมมองของอาจารย์ไว มองว่าต้องเชื่อมโยงกัน 3 เรื่อง คือ เชื่อมการค้า เชื่อมการศึกษา

เชื่อมการท่องเที่ยว โดยเอาคนแต่ละจังหวัดที่ต้องการเชื่อมโยงมาทำการค้าร่วมกันแลกเปลี่ยนกัน สร้างความสามารถเฉพาะขึ้นจากการแลกเปลี่ยนระหว่างเมือง

และถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างเมืองกันได้ การประสานงานในเรื่องเหล่านี้จะเป็นการตัดปัญหาเดิมๆของผู้ประกอบการในเรื่องการข้อมูล ข่าวสาร

ซึ่งแต่เดิมนั้นใช้กรุงเทพเป็นศูนย์กลางก่อนแล้วจึงกระจายข้อมูลออกไปยังภูมิภาคต่างๆ ซึ่งก็ไม่ทำให้เกิดผลดีกับผู้ประกอบการอย่างที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม อาจราย์ ไว กล่าวว่าต่อไปในอนาคต

สภาอุตสาหกรรมและหอการค้า จังหวัดในแต่ละจังหวัดจะต้องเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้นในการ เป็นตัวกลางประสานงานระหว่างจังหวัดกับจังหวัดในประเทศที่ต้องการ นอกจากนี้กระทรวง

การต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ก็ควรเป็นหน่วยงานของรัฐที่น่าจะเข้ามามีบทบาทในการทำงานเหล่านี้ด้วยเพื่อให้เกิดการประสานงานกันทุกฝ่ายตามแนว

ทางการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการของไทย

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us