Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน18 กรกฎาคม 2545
"มิ่งขวัญ"จับมือสื่อโลก แลกข้อมูลไทม์ ฟอร์จูน             
 


   
www resources

โฮมเพจ อสมท.

   
search resources

มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์




"มิ่งขวัญ" เปิดตัวครั้งแรกต่อยักษ์ใหญ่วงการสื่อสาร ไทม์/ฟอร์จูน เจรจาร่วมมือขั้นแรกด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ของ 2 องค์กร ก่อนจะนำไปสู่การร่วมทุนในอนาคต

เผยวิสัยทัศน์ ผอ.อ.ส.ม.ท. ประสานงาน 4 หน่วยงานภาครัฐ เพื่อฟื้นเศรษฐกิจประเทศ พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านสื่อของอ.ส.ม.ท.ส่งออกในตลาดโลกปฏิบัติภารกิจในฐานะสื่อของรัฐและประชาชน

ด้วยการนำเข้าข้อมูล ข่าวสารจากพันธมิตรทั่วโลก นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.) เปิดเผยว่าได้เข้ารับตำแหน่งผอ.อ.ส.ม.ท. ในวันที่ 17 ก.ค.

2545 เป็นวันแรก และนายแอนดรู บุตเชอร์ ประธาน ไทม์แอนด์ฟอร์จูน ซึ่งรู้จักกันเป็น การส่วนตัว และได้นัดพบกันก่อน ที่ตนเองจะได้รับตำแหน่งผอ. อ.ส.ม.ท.ได้เข้าพบ

หลังจากนั้นนายแอนดรูจะเดินทางพบพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีต่อในช่วงบ่าย การเข้าพบของนายแอนดรู ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีของ อ.ส.ม.ท.ที่จะเจรจาเพื่อแลกเปลี่ยน ข้อมูลของทั้ง 2

องค์กร ที่เป็นผู้ดำเนินธุรกิจด้านสื่อเหมือนกัน ซึ่งไทม์/ซีเอ็นเอ็นจะเป็นช่องทางสำคัญในอนาคตของนโยบายการส่งออกข้อมูลข่าวสารจากอ.ส.ม.ท. ไปยังตลาดโลก นายแอนดรู บุตเชอร์ ประธาน ไทม์ อิงค์

พับลิชเชอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ไทม์ แอนด์ ฟอร์จูน เปิดเผยว่า บริษัทมีความใกล้ชิดและติดต่อกับประเทศไทยมากกว่า 50 ปี และได้รู้จักกับนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ มาก่อนหน้านี้

ในช่วงที่ทำงานอยู่กับโตโยต้า และมีชื่อเสียงด้านการตลาดอย่างมาก การเข้าพบนายมิ่งขวัญ ในครั้งนี้เป็นการมาแสดงความยินดีที่เข้ารับตำแหน่งผอ.อ.ส.ม.ท.

สำหรับโอกาสในการร่วมกันของไทม์/ซีเอ็นเอ็นกับอ.ส.ม.ท.นั้นเชื่อว่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะธุรกิจออนไลน์ ที่ขณะนี้ไทม์/ซีเอ็นเอ็นมีฐานสมาชิกกว่า 33 ล้านคน รวมทั้งความร่วมมือด้านธุรกิจสื่อ

ที่ทั้งอ.ส.ม.ท. และไทม์ ดำเนินธุรกิจอยู่ไม่ว่าจะเป็น สถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุ สำนักข่าว สื่อสิ่งพิมพ์ ความร่วมมือในขั้นแรกคือการแลกเปลี่ยน ข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน โดยไทม์/ซีเอ็นเอ็นจะส่ง

ข้อมูลข่าวสารงานวิจัยที่อ.ส.ม.ท.เห็นว่าเป็น ประโยชน์ และควรเผยแพร่ในประชาชนในประเทศไทยได้ทราบมาให้อ.ส.ม.ท.เผยแพร่ผ่าน สื่อที่มีอยู่ ขณะนี้เดียวกันก็จะให้ไทม์/ซีเอ็นเอ็น

เป็นช่องทางการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร จากประเทศไทยออกสู่ประชาคมโลกเช่นกัน ที่ผ่านมาไทม์ ได้มองหาสู่ทางเข้ามาลงทุนใน ประเทศไทย แต่ยังไม่พบพันธมิตรที่ถูกใจ

หลังการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับอ.ส.ม.ท.แล้ว ใน อนาคตอาจจะพัฒนารูปแบบการร่วมมือไปสู่การ ร่วมลงทุนได้แต่คงต้องใช้เวลาศึกษาตลาดประเทศ ไทยก่อน แต่ก็เชื่อว่าเป็นตลาดที่ ไทม์/ซีเอ็นเอ็น

น่าจะเข้ามาลงทุนด้านสื่อได้ดี นายมิ่งขวัญ กล่าวต่อว่า สำหรับวิสัยทัศน์หลังเข้ารับตำแหน่งผอ.อ.ส.ม.ท. คือให้อ.ส.ม.ท. เป็นองค์กรที่รับผิดชอบงานสำคัญ 2 ด้าน คือ 1.

การสื่อสารข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ในการดำรงชีวิตกับประชาชนในประเทศไทยจำนวน 62 ล้านคน ตามมาตรา 40 ในฐานองค์กรของรัฐ และ 2. การสื่อสารข้อมูลข่าวของประเทศไทยไป

สู่ประชาคมโลก โดยอาศัยความร่วมมือจากพันธ มิตรในต่างประเทศที่มีศักยภาพด้วยการประสาน งานกับทุกสื่อทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ อ.ส.ม.ท.ในยุคที่ตนเองเป็นผอ.จะทำ

ตัวเป็นทั้งผู้นำเข้า และส่งออกผลิตภัณฑ์ คือเป็น ผู้นำเข้าข้อมูลข่าวสารจากต่างประเทศทั่วโลกที่เป็นประโยชน์ต่อการประชาชน และเศรษฐกิจประเทศ ส่วนด้านส่งออกคือ

การส่งออกข้อมูลข่าวสารจากประเทศไทย ผ่านสื่อที่อ.ส.ม.ท.มีอยู่ เพื่อให้อ.ส.ม.ท.เป็นองค์กรด้านข่าวสารในระดับ สากล "อ.ส.ม.ท.เป็นสื่อของรัฐที่มีหน้าประชาสัมพันธ์ หน่วยงานภาครัฐ

เพื่อสร้างประโยชน์ต่อ การฟื้นตัวของภาพรวมเศรษฐกิจประเทศ หลังจากประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจมา ตลาด 5 ปี และขณะนี้ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันฟื้นเศรษฐกิจประเทศไทย

โดยอ.ส.ม.ท. จะเป็นหน่วยงานหลักที่สะท้อนภาพลักษณ์ที่ดีของ ไทยสู่สายตาประชาชนในประเทศ และประชาคม โลก" นายมิ่งขวัญกล่าว การทำงานของอ.ส.ม.ท.ในยุคนี้จะประสาน งานใกล้ชิดกับ 4

หน่วยงานหลักของภาครัฐ คือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ,การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), กรมส่งออก กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานหลัก ของทั้งภาครัฐและเอกชน

เช่น ปตท. ปูนซีเมนท์ ไทย การบินไทย บริษัทเอกชนขนาดใหญ่ เป็นต้น ทั้งนี้ เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศไทยในต้องอาศัยการงทุนจากต่างประเทศ

โดยเฉพาะการประกาศใช้นโยบายเขตการค้าเสรี อาเซียน หรืออาฟต้า ที่มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการใน 10 ประเทศ วันที่ 1 ม.ค. 2546 จะเป็นช่องทางให้นักลงทุนจากต่างประเทศสนใจเข้า

มาค้าขายในกลุ่มประเทศอาเซียนมากขึ้น จากประชากรที่มีอยู่ถึง 500 ล้านคน ในจุดนี้อ.ส.ม.ท. จะทำหน้าที่เป็นผู้ประชาสัมพันธ์ถึงศักยภาพการ ลงทุนของประเทศไทยให้ตลาดโลกได้ทราบ โดย

มีเป้าหมายที่จะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในทุกด้านของอาเซียน ในส่วนนี้อ.ส.ม.ท.จะร่วมมือกับบีโอไอ เพื่อไปดึงนักลงทุนต่างประเทศเข้า มาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น

อีกหน่วยงานที่อ.ส.ม.ท.จะทำงานร่วมกันอย่างใก้ลชิด คือ ททท. เนื่องจากเป็นหน่วยงานหลักสร้างรายได้ให้ประเทศ โดยในปีที่ผ่านมามีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศกว่า 3 แสน

ล้านบาทในฐานะที่ตนเองเป็นกรรมการททท.ด้วย จะเร่งผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจากความ ร่วมมือของทั้งอ.ส.ม.ท. และททท.ให้มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นทุกปี เพื่อรายได้เข้าประเทศไทย

นายมิ่งขวัญกล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายหลังเข้ารับตำแหน่ง ผอ.อ.ส.ม.ท. คือ 1. การดำเนินนโยบายเชิงรุก โดยให้อ.ส.ม.ท. เป็นหน่วย งานหลักในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไปยังประชาชนในประเทศไทย

ตามมาตรา 40 2. มุ่งพัฒนาสื่อที่อ.ส.ม.ท.มีอยู่ในมือให้มีประสิทธิภาพ การทำงานสูงสุด ทั้ง ทีวี วิทยุ สำนักข่าว และเคเบิลทีวี 3. การพัฒนาบุคลากรของอ.ส.ม.ท.ให้ มีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้น

และมีความภูมิใจ ที่เป็นพนักงานของอ.ส.ม.ท. 4. สื่อสารวิสัยทัศน์และทิศทางขององค์กรสู่ประชาชนในประเทศให้มีความเข้าใจการทำงานของอ.ส.ม.ท.เพิ่มประสิทธิ

ภาพการทำงานในอ.ส.ม.ท.ให้มีความรวดเร็วขึ้น ด้วย 3 ขั้นตอนคือจากพนักงานถึงรองผอ.และ ผอ.อ.ส.ม.ท. 5. มองหาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับ อ.ส.ม.ท.จากการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ในยุค ปัจจุบัน 6.

จะร่วมเป็นพันธมิตรกับสื่อในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อพัฒนาอ.ส.ม.ท.ให้โดดเด่น ในด้านข้อมูลข่าวสาร และประกอบธุรกิจอย่างมีกำไร 7. สร้างรายได้ให้อ.ส.ม.ท.มีกำไรตลอดช่วง ระยะเวลาที่บริหาร

4 ปี โดยจะมีเข้าไปจัดการกับหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และค้างจ่ายกับ อ.ส.ม.ท.

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us