หอการค้าจังหวัดประสานสมาคมการค้าส่ง-ค้าปลีกไทยร้อง"พาณิชย์"ตรวจสอบการจัดทำบัญชีของ
4 ยักษ์ค้าปลีกต่างชาติ หลังพบข้อสงสัยมีการตกแต่งบัญชีโดยนำรายได้จากค่าธรรมเนียม
ต่างๆ
มาลงเป็นกำไร และอาจจะผิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคกรณีของแถมที่เสนอจะให้
แต่พอไปแลกกลับไม่ได้ "เนวิน"รับลูกสั่งกรมทะเบียนการค้าสอบทันควัน
ยันหากพบผิดฟันไม่เลี้ยง นายเนวิน ชิดชอบ
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2545
ที่ผ่านมา ได้รับหนังสือร้องเรียนจากสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย และประธานหอการค้า
4 จังหวัดภาคตะวันออก
ประกอบด้วยชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใน
4 จังหวัดภาคตะวันออก ขอให้กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบการจัดทำบัญชีของร้านค้าปลีกรายใหญ่ต่างชาติ
โดยเฉพาะคาร์ฟูร์
เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี และแม็คโคร เพราะมีเหตุ อันชวนสงสัยว่าจะขัดกับพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ.2522
ในเรื่อง ของแถมพก และสิทธิประโยชน์ ที่ผู้บริโภคควรได้รับ และขัดกับ พ.ร.บ.การบัญชี
พ.ศ.2543
โดยในหนังสือร้องเรียนระบุว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่ได้ลดต้นทุนเพื่อแสวงหากำไรสูงสุด
หรือ ผลักภาระต้นทุนออกไปให้กับบุคคลภายนอกและยังเรียกเก็บเงิน ค่าธรรมเนียมจากผู้ร่วมค้ามากมาย
หอการค้าจังหวัดประสานสมาคมการค้าส่ง-ค้าปลีกไทยร้อง"พาณิชย"ตรวจสอบการจัดทำบัญชีของ
4 ยักษ์ค้าปลีกต่างชาติ
หลังพบข้อสงสัยมีการตกแต่งบัญชีโดยนำรายได้จากค่าธรรมเนียม ต่างๆ มาลงเป็นกำไร
และอาจจะผิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคกรณีของแถมที่เสนอจะให้ แต่พอไปแลกกลับไม่ได้
"เนวินรับลูกสั่งกรมทะเบียนการค้าสอบทันควัน ยันหากพบผิดฟันไม่เลี้ยง
นายเนวิน ชิดชอบ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่
8 กรกฎาคม 2545 ที่ผ่านมา
ได้รับหนังสือร้องเรียนจากสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย และประธานหอการค้า 4 จังหวัดภาคตะวันออก
ประกอบด้วยชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใน 4
จังหวัดภาคตะวันออก
ขอให้กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบการจัดทำบัญชีของร้านค้าปลีกรายใหญ่ต่างชาติ
โดยเฉพาะคาร์ฟูร์ เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี และแม็คโคร เพราะมีเหตุ
อันชวนสงสัยว่าจะขัดกับพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ.2522 ในเรื่อง ของแถมพก
และสิทธิประโยชน์ ที่ผู้บริโภคควรได้รับ และขัดกับ พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ.2543
โดยในหนังสือร้องเรียนระบุว่า
ผู้ประกอบการรายใหญ่ได้ลดต้นทุนเพื่อแสวงหากำไรสูงสุด หรือ ผลักภาระต้นทุนออกไปให้กับบุคคลภายนอกและยังเรียกเก็บเงิน
ค่าธรรมเนียมจากผู้ร่วมค้ามากมาย ทั้งเงินกินเปล่าแรกเข้า
ค่าแผ่นพับโฆษณาประชาสัมพันธ์ ค่าเก็บรักษารหัสข้อมูลรายการสินค้า ค่าส่งเสริมการขายสินค้า
ค่าจัดส่ง และกระจายสินค้า ฯลฯ
ซึ่งผลประโยชน์ส่วนนี้ผู้ประกอบการรายใหญ่นำมาบิดเบือนกลไกตลาด กลไกราคา
ทำให้ผู้บริโภคสับสนว่าผู้ประกอบการ รายย่อยขายสินค้าแพง มีกำไรมาก ทั้งๆ
ที่เป็นเพียงกำไรปกติ
ตรงข้ามกับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ขายสินค้าถูก มีกำไรส่วนเกินมาก เพราะมีรายได้จากค่าธรรมเนียมเข้ามาสนับสนุน
และมีเหตุอันควรเชื่อว่าการลงบัญชีรายได้ที่มาจากค่า ธรรมเนียมไม่น่าถูกต้อง
เป็นการส่งสัญญาณอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม "ผมได้สั่งการให้กรมทะเบียนการค้าดำเนิน
การตรวจสอบงบดุลบัญชีของค้าปลีกยักษ์ใหญ่ทุกรายแล้ว ไม่เฉพาะแต่ 4 รายเท่านั้น
แต่ให้ดูค้าปลีกรายใหญ่ทั้งหมดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งหากพบว่าค้าปลีกรายใหญ่รายใดมีการแต่งงบดุลหรือตกแต่งบัญชี
หรือพบ ข้อพลาดในการจัดทำงบดุล
ก็จะให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที ทั้งเจ้าของนิติบุคคล และผู้สอบบัญชี นายเนวินกล่าว
นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทยกล่าวว่าได้ส่งหนังสือร้องเรียนให้
นายเนวินดำเนินการตรวจสอบงบดุลบัญชีเพราะ เห็นว่าน่าจะมีการลงบัญชีไม่ถูกต้อง
โดยเห็นว่าราคาซื้อสินค้าส่วนลดที่ร้านค้าปลีกรายใหญ่ได้จากผู้ผลิต (ซัปพลายเออร์)
ไม่ต่างจากที่ร้านค้าปลีกรายย่อยซื้อได้ แต่ทำไมร้านค้าปลีก รายใหญ่ จึงมีกำไรมหาศาล
จึงเป็นไปได้ว่ามีการขายสินค้า ต่ำกว่าทุน ซึ่งไม่ถูกต้องและเอาเปรียบร้านค้าปลีก
รายย่อยมาก
รวมถึงอาจมีการเอาค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เก็บจากซัปพลายเออร์ เช่น ค่าธรรมเนียม
แรกเข้ามาลงบัญชีเป็นกำไร ซึ่งไม่ถูกต้องอีก จึงต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการโดยด่วน
นอกจากนี้ สมาคมฯ
ยังได้รับการร้องเรียน จากสมาชิก ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกค้าส่งว่าคาร์ฟูร์
สาขาหนองแขม ผิดสัญญา โดยสัญญาว่าจะเสนอ ของแถมให้ แต่เมื่อซื้อแล้วจะไปรับของแถม
ทาง ห้างก็อ้างว่าของหมด
และให้ลูกค้าเก็บสะสมเพื่อ มารับในครั้งต่อไป แต่พอมาซื้ออีกก็ได้รับการปฏิเสธของแถมอีกหลายครั้ง
อีกทั้งผู้จัดการสาขา ยังได้ลาออกจากห้าง สมาคมฯจึงได้ให้สำนักงาน
ทนายความฟ้องร้องดำเนินคดีกับคาร์ฟูร์สาขาหนองแขม เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายแล้วด้วย
ก่อนหน้านี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยนายเนวิน ได้เชิญให้ร้านค้าปลีกรายใหญ่ทั้ง
4
รายมาชี้แจงข้อกล่าวหากรณีได้รับการร้องเรียนจากซัปพลายเออร์ว่าทำการค้าไม่เป็นธรรมมาแล้ว
ซึ่งหลังจากได้รับฟังคำชี้แจง นายเนวินระบุว่าส่วนใหญ่ชี้แจงไม่ชัดเจนในประเด็นที่กล่าวหา
จากนั้นได้มีการเชิญให้ซัปพลายเออร์มารับทราบถึงคำชี้แจงของร้านค้าปลีกรายใหญ่
และเสียงของซัปพลายเออร์ส่วนใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ที่ร้านค้าปลีกบอกว่าเป็นการสมยอมระหว่างกันนั้น
ไม่ใช่เรื่องจริง แต่เป็นการจำยอม เพราะร้าน ค้าปลีกจะหักค่าใช้จ่ายต่างๆ
ไว้ก่อน แล้วแจ้งให้ ทราบภายใน ซึ่งเจรจาคืนได้บ้าง ไม่ได้บ้าง