"บุญเกียรติ โชควัฒนา" เปิดวิสัยทัศน์ วางเป้าหมายเครือสหพัฒน์
เป็นซัปพลายของโลก ภายใต้ Thailand Best ผลิตสินค้าที่ไม่เบียดเบียนมนุษย์
พร้อมปรัชญาในการทำธุรกิจเริ่มจากเล็กไปหาใหญ่
ไม่มอมเมาประชาชน ใช้เวทีการจัดงานแสดงสินค้าโชว์ศักยภาพให้ชาวโลก ได้รับรู้
นายบุญเกียรติ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล
จำกัด (มหาชน) เปิดเผย
"ผู้จัดการรายวัน" ถึงวิสัยทัศน์ในการทำธุรกิจของเครือสหพัฒน์
ว่าบริษัทวางเป้าหมายที่จะเป็น ซัปพลายของโลก ภายใต้เครื่อง หมาย Thailand
Best
โดยสหพัฒน์จะผลิตและจำหน่ายสินค้าที่ไม่เบียดเบียนชีวิต และไม่มอมเมาประชาชน
รวมทั้งเปิดกว้างรับพันธมิตรที่มีศักยภาพทำธุรกิจร่วมกัน ภายใต้จุดมุ่งหมายดังกล่าว
สหพัฒน์ได้ใช้เวทีการจัดงาน
สหกรุ๊ป เอ็กซ์ปอร์ต แอนด์ เทรด เอ็กซิบิชั่น ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
โดยในปีนี้เป็นปีที่ 6 มาใช้แสดงศักยภาพของบริษัทในเครือ โดยเฉพาะการแสดงสินค้าภายใต้นวัตกรรมใหม่
ที่กว่า 300
บริษัทในเครือได้พัฒนาเพื่อให้ผู้เข้าชมงานทราบถึงประสิทธิภาพของเครือสหพัฒน์ในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพที่ส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก
นายบุญเกียรติ กล่าวว่า แนว
คิดของการจัดงานนี้เกิดจากช่วงวิกฤต ซึ่งสหพัฒน์อยากเห็นเมืองไทยจัดการแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ
และต้องการให้ชาวต่างชาติรู้ว่าประเทศไทยยังมีผู้ผลิตที่มีประสิทธิภาพ
มีสินค้าที่หลากหลาย จึงถือโอกาสนี้จัดงานขึ้นเพื่อดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามาสั่งซื้อสินค้าในไทยมากขึ้น
เพื่อดึงเงินตราเข้าประเทศ ส่วนการเปิดจำหน่ายสินค้าด้วยก็เพื่อ
ตอบสนองผู้เข้าชมงานที่ต้องการได้สินค้าติดมือกลับไปบ้านด้วย และที่สำคัญที่สุดก็คือ
การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศไทย นายบุญเกียรติ กล่าวว่า ผลที่น่าพอใจสำหรับการนำงานแสดงสิน
ค้ามาเป็นยุทธศาสตร์ก็คือ ขวัญและกำลังใจของบริษัทในเครือที่ร่วม กันแสดงความตั้งใจ
และอยากให้ประชาชนรู้จักตัวเขามากขึ้น ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนที่เป็นบริษัทผู้ผลิตไม่จำเป็นต้องให้ใครรู้จักก็ได้
แต่เดี๋ยวนี้บริษัทผลิตรู้จักเปิดตัวเพื่อทำความ เข้าใจกับประชาชน รวมทั้งสื่อสารกับลูกค้าและผู้บริโภคได้ด้วย
"ในทุกวันนี้สหพัฒน์ได้รับการ ยอมรับจากผู้นำเข้าในหลายประเทศ
แม้แต่ผู้เป็นไลเซนเซอร์ของสหพัฒน์ ที่มาเยี่ยมชมงานสหกรุ๊ปฯก็เห็นว่าเรา
ทำด้วยความตั้งใจ มีสินค้าหลากหลาย และมีศักยภาพมาก บางทีก็มาให้ออร์เดอร์สหพัฒน์ในอนาคตด้วย"
อย่างไรก็ตาม
เป้าหมายของสหพัฒน์ในอนาคตคงไม่เปลี่ยนจาก การขายสินค้าอุปโภคบริโภคไปขายอย่างอื่น
เพราะผู้บริหารรวมทั้งพนักงานทุกได้ยึดถือและเจริญรอยตามแนวทางของดร.เทียม
โชควัฒนา
อดีตประธานเครือสหพัฒน์ผู้ล่วงลับ ที่ว่าสหพัฒน์ต้องทำในสิ่งที่ชำนาญ ถ้าจะขายสินค้าประเภทอื่นต้องทำด้วยความพิถีพิถัน
ด้วยความมั่นใจ และเริ่มทำจากเล็กไปหาใหญ่
และต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาชน นายบุญเกียรติ กล่าวอีกว่า แม้ว่าการรับรู้การบริหารงานของสห-พัฒน์ในสายตาของคนภายนอกจะมองว่าสหพัฒน์เป็นธุรกิจครอบครัว
ในวันนี้สหพัฒน์ก็ยังอยู่ร่วมกันแบบ ครอบครัว เพียงแต่ว่าความเป็นครอบครัวของสหพัฒน์ไม่เหมือนกับที่คนอื่นเข้าใจว่าเป็นธุรกิจของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง
แต่คำว่าครอบ ครัวของสหพัฒน์คือ
คนที่เข้ามาอยู่ในเครือสหพัฒน์ ก็คือคนในครอบ ครัวเดียวกัน สหพัฒน์มีบริษัทมากมาย
ตระกูลโชควัฒนา ในวันนี้มีไม่มาก และไม่สามารถดูแลธุรกิจในเครือได้ทั้งหมด
จึงต้องใช้มืออาชีพ เข้ามาบริหาร
แม้แต่ผมเองก็ถือว่าเป็นมืออาชีพ ไม่ได้ถือว่าเป็นคนของ ครอบครัว ต่างคนต่างเป็นมืออาชีพที่เข้ามาอยู่ในครอบครัวเดียวกัน
"ทุกวันนี้การแข่งขันทางการค้า เปิดเสรีมากขึ้น
สหพัฒน์จึงต้องปรับตัวและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ยืนหยัดอยู่ในธุรกิจได้อย่างมีศักดิ์ศรี
ต้องไม่เป็นขี้ข้าใคร และต้องทำให้ชาวโลกยอมรับสหพัฒน์ให้ได้" นายบุญเกียรติ
กล่าว