|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
อธิบดีกรมการประกันภัย เผยตั้งกก.สอบแผนฟื้นฟูเข้ม บ.พาณิชย์ประกันภัยฯ ตีกรอบแผนใหม่ต้องเห็นเงินเพิ่มทุน 100 ล้าน ไม่มีตุกติกเบี้ยวจ่ายค่าประกัน 121 ล้าน พิสูจน์ฐานะการเงินที่แท้จริง ด้านผู้บริหารบริษัทประกันภัยอื้อฉาว หลังดอดพบแจงส่งแผนฟื้นฟู หาผู้ถือหุ้นระดมทุนเสร็จทัน 20 มิ.ย.แน่
นายยศชัย บัวสุวรรณ ประธานกรรมการ บริษัท พาณิชย์การประกันภัย จำกัด เปิดเผยภายหลังเข้าพบนางสาวพจนีย์ ธนวรานิช อธิบดีกรมการประกันภัยกว่า 1 ชั่วโมง เพื่อชี้แจงว่าภายในวันที่ 20 มิ.ย. นี้ บริษัทยืนยันว่าจะเสนอแผนฟื้นฟูฐานะการเงิน และแผนการจ่ายค่าสินไหมค้างจ่ายให้ผู้เอาประกันส่งแผนฟื้นฟูให้กับกรมการประกันภัยเสร็จทันอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องที่ประชาชนเป็นห่วงเรื่องการจ่ายค้างชำระค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันกว่า 2 พันคน หากกรมการประกันภัยอนุมัติแผนฯ บริษัทก็จะเร่งดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่ค้างชำระกับลูกค้ากว่า 2 พันราย ราว 121 ล้านบาท ได้ทันที แต่ทั้งนี้บริษัทก็ได้รับคำแนะนำจากอธิบดีกรมการประกันภัยว่าหากบริษัทมีความจริงใจจริงก็ต้องเร่งไปเรียกเก็บเบี้ยประกันค้างชำระที่อยู่กับตัวแทนกว่า 200 ล้านบาท เพื่อมาจ่ายให้แก่ผู้เอาประกัน ทางบริษัทก็รับไว้และจะเร่งไปตามเก็บมาจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับลูกค้าได้เป็นแก้ไขปัญหาทางหนึ่ง พร้อมยืนยันว่าจะมีผู้ลงทุนรายใหม่เข้ามาช่วยเพิ่มทุนแน่นอน
"ข่าวที่ออกมาผิดๆ บริษัทไม่ได้ถูกปิด เป็นแค่หยุดทำประกันวินาศภัยชั่วคราวให้กรมฯ ตรวจสอบเท่านั้น บริษัทยังจะสู้ต่ออยู่แล้ว แค่หยุดตรวจสอบและหาผู้ลงทุนใหม่" ประธานกรรมการ บริษัท พาณิชย์การประกันภัยกล่าว
นางสาวพจนีย์ ธนวรานิช อธิบดีกรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่าแผนฟื้นฟูของบริษัท พาณิชย์การประกันภัย จำกัดในวันที่ 20 มิ.ย.นี้ ที่แผนของบริษัทต้องแสดงความชัดเจน และจริงใจในการคลี่คลายสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด คือ ต้องสามารถเร่งระดมทุนเข้ากองทุนสำรองอย่างน้อยที่ขาด 100 ล้านบาท เพราะตอนจดทะเบียนบริษัทครั้งแรกวงเงิน 450 ล้านบาท บริษัทยังค้างชำระอยู่อีก 100 ล้านบาท พร้อมทั้งต้องเร่งหาเงินมาจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันที่ค้างชำระอยู่กว่า 2,000 ราย คิดเป็นเงิน 121 ล้านบาท ที่สำคัญบริษัทต้องพิสูจน์ให้ได้ถึงสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบริษัทว่ามีทรัพย์สิน ลูกหนี้ และเจ้าหนี้ คิดเป็นเงินจำนวนเท่าไร เพื่อสามารถคิดเป็นเงินที่จะเข้ามาสำรองในกองทุนสำรอง โดยเฉพาะที่บริษัทอ้างว่าเบี้ยประกันค้างชำระ 486.08 ล้านบาท แต่กรมการประกันภัยประเมินได้แค่ 197.75 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเงินค้างเบี้ยประกันที่เหลืออีกกว่า 200 ล้านบาท หรือเงินสดในธนาคารมีจำนวนเท่าไร หากหามาได้ก็คงจะไม่มีปัญหา
"ผู้บริหารที่เข้าพบเขาก็ยอมรับออกมาเองว่า ผู้ถือหุ้นเดิมก็ไม่รู้ว่าฐานะการเงินมีเท่าไร และเขาก็บอกว่าเหนื่อยเหมือนกันที่จะหาเงินมาเพิ่มทุน เราก็ถามไปว่าจะหาผู้ถือหุ้นใหม่เข้ามาได้หรือไม่ เขาตอบแต่เพียงว่าจะมีผู้ถือหุ้นรายใหม่เข้ามา 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มที่สองเป็นนักธุรกิจแถวๆเยาวราช และคนที่ 3 ก็เป็นนาย ปณชัย ประวีรนันท์ ที่วันนี้ไม่ยอมมาชี้แจ้งด้วยตัวเองแต่ส่งตัวแทนมา" อธิบดีกรมการประกันภัยกล่าว
อธิบดีกรมการประกันภัย กล่าวอีกว่า ตอนนี้ทางกรมฯ ก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ของกรมฯ เข้าไปดูแลติดตาม และยืนยันว่าบริษัทจะต้องจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันต่อไป ทั้งยังห้ามบริษัทไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินเอกสาร เกรงว่าจะมีการสวมรอย ทั้งนี้กรมฯ ได้เตรียมคณะกรรมการที่เป็นระดับรองอธิบดี และผู้เชี่ยวชาญพิเศษเพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูของบริษัทไว้พร้อมอยู่แล้ว ยืนยันว่าคงจะใช้เวลาพิจารณาไม่นานอย่างแน่นอน
"ทุกวันนี้บริษัทต้องจ่ายอยู่แล้ว หากผู้เอาประกันเกิดอุบัติเหตุต่างๆ ต้องจ่ายบริการเหมือนปกติ แต่ห้ามขายประกันวินาศภัยเพิ่มเติม" อธิบดีกรมการประกันภัยกล่าว
|
|
 |
|
|