|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ท็อปส์ฯ วาดฝันเป็นซูเปอร์มาร์เกตระดับโลก เซ็นสัญญา "เวทโทรส" จากอังกฤษ นำเข้าสินค้าอาหาร 80 รายการ คาดเพิ่มยอดขาย 100 ล้านบาท เผยไตรมาสแรก ยอดขายโต 32% เป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี จากการเปิดสาขาใหม่และสาขาเดิม ส่วนปัจจัยลบที่เกิดขึ้นพร้อมรับมือด้วยการปรับภายในองค์กร
นายเอียน ไพน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ร่วมลงนามเซ็นสัญญากับเวทโทรส ซูเปอร์มาร์เกตพรีเมียมจากอังกฤษเป็นเวลา 2 ปี ในการนำเข้าสินค้าอาหารของเวทโทรสกว่าหลายรายการเข้ามาวางขายในท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เกต และมาร์เกตเพลส บาย ท็อปส์ จำนวน 24 สาขาก่อน เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าให้แก่ผู้บริโภคของบริษัทฯ ในราคาที่เหมาะสมและมีคุณภาพดี จากนั้นหากได้รับการตอบรับดีจากลูกค้า บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายบริการไปให้ครอบคลุมทุกสาขา
เบื้องต้นเตรียมนำสินค้าอาหารเข้ามาขาย 80 รายการ เช่น แป้งออร์แกนิค, ชา, แยม และพาสต้า เป็นต้น จากนั้นเดือนกรกฎาคมจะนำเข้าอีกกว่า 250 รายการ คาดว่าภายใน 2 ปี จะนำสินค้าเข้ามาอีก 6-7 พันรายการ ปัจจุบันสินค้าที่วางขายในท็อปส์ฯ มีให้เลือกกว่า 2 หมื่นรายการ โดยสัดส่วนสินค้านำเข้าขณะนี้คิดเป็น 1-2% ของยอดขายทั้งหมด
"สินค้าของเวทโทรสที่นำเข้ามาขายในท็อปส์ฯ และมาร์เกตเพลสฯ จะมีราคาถูกกว่าสินค้าที่เป็นเนชันแนลแบรนด์อื่น คิดเป็น 15% และจากการที่เรามีสาขามากทำให้สามารถขายสินค้าได้ในราคาที่ถูก ทั้งนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าการนำเข้าสินค้าจากเวทโทรสจะช่วยเพิ่มยอดขายให้ประมาณ 100 ล้านบาท"
กลุ่มเป้าหมายหลักในช่วงแรก บริษัทฯ จะเน้นไปที่สมาชิก "สปอต รีวอร์ต การ์ด" ที่มีประมาณเกือบ 2 ล้านคน โดยบริษัทฯ ยังแบ่งลูกค้าออกเป็น 10 กลุ่ม ตามความถี่และการใช้จ่ายสินค้าของลูกค้า ซึ่งจากการใช้บัตรดังกล่าวทำให้บริษัทฯ ทราบข้อมูลว่าลูกค้ามีพฤติกรรมในการซื้อสินค้ากลุ่มไหนมาก ซึ่งการนำเข้าสินค้าจากเวทโทรสจะมีการส่งข้อมูลผ่านไดเรกต์เมลให้แก่สมาชิก และจะมีการทำกิจกรรมบีโลว์เดอะไลน์
ส่วนแผนการขยายสาขาปีนี้เตรียมลงทุนเปิดสาขาเพิ่มให้ครบ 90 แห่งภายในสิ้นปีนี้ ปัจจุบันบริษัทฯ มีร้านท็อปส์และมาร์เกตเพลสฯ รวม 77 แห่ง ล่าสุดเตรียมเปิดท็อปส์ฯ 2 แห่ง ได้แก่ ที่เซนส์หลุยส์ และเยาวราช
สำหรับยอดขายในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาบริษัทฯ มียอดขายโต 32% ทั้งนี้เป็นเพราะบริษัทฯ ได้เข้าไปซื้อกิจการของฟู้ดไลอ้อน และได้มีการปรับเปลี่ยนร้านใหม่จำนวน 21 แห่ง และจากร้านเดิมของบริษัทฯ ที่มีมากถึง 77 แห่ง โดยสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีกำไร 2% ซึ่งถือเป็นครั้งแรกหลังจากที่เปิดดำเนินการมานาน 7 ปีและยังไม่มีผลกำไร ขณะที่ส่วนแบ่งทางการตลาดปีที่แล้วบริษัทฯ มีแชร์ 7% จากตลาดรวมของธุรกิจค้าปลีกกว่า 3.6 แสนล้านบาท ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมามีแชร์ เพิ่มเป็น 8.5%
นายไพน์ กล่าวด้วยว่า ปัจจัยลบที่เกิดขึ้นทั้งราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น จะส่งผลให้คนใช้ชีวิตนอกบ้านน้อยลง และจะหันมาทำอาหารในบ้านมากขึ้น หรือความถี่ของลูกค้าที่มาใช้บริการที่ท็อปส์ฯ อาจน้อยลง แต่จะซื้อสินค้าในปริมาณที่มากขึ้น เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ในส่วนขององค์กรได้มีการรับมือ โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การประหยัดค่าใช้จ่ายในองค์กร ด้วยการให้พนักงานทุกคนช่วยประหยัดพลังงาน ซึ่งช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา สามารถประหยัดค่าไฟได้ถึง 17% และในส่วนการขนส่งที่มีการปรับเส้นทางการขนส่งให้มีประสิทธิภาพขึ้นและได้จำนวนรอบมากขึ้น
ส่วนเรื่องการปรับราคาสินค้านั้น บริษัทฯ ยังคงตรึงราคาสินค้าไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ โดยได้มีการเซ็นสัญญา MOU กับกรมการค้าภายในและร่วมรายการธงฟ้า ด้วยการนำสินค้ากว่า 500 รายการ ที่จำเป็นมาขายในราคาที่ถูก เป็นต้น ทั้งนี้บริษัทฯ ได้มีการติดต่อกับทางกรมการค้าภายในอยู่ตลอดเวลาในการส่งข้อมูลราคาสินค้าข้าว ซึ่งถือเป็นสินค้าหลัก และจำเป็นต่อคนไทยไปให้กรมการค้าฯ เพื่อดูความเคลื่อนไหวและนำไปวิเคราะห์ ที่ผ่านมามีสินค้าบางรายการที่ปรับราคาขึ้นไปบ้างแล้ว อาทิ นมผงและผงซักฟอกที่ปรับราคาขึ้นในเดือนพฤษภาคม
|
|
 |
|
|