|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
สหพัฒน์พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ใช้ช่วงเศรษฐกิจขาลงหว่านเงินลงทุนเกือบ 1,000 ล้านบาท ขยายธุรกิจหวังผลระยะยาว ชูนโยบายยุคดีเซลลอยตัว "ดึงต่างชาติร่วมทุน เน้นนวัตกรรม บริหารต้นทุน" ระบุปีนี้ไม่ปรับราคาสินค้า หวังตีท้ายครัวสูบรายได้คู่แข่ง สิ้นปีโตตาม เป้า 15% กวาดรายได้ทะลุหลัก 1 แสนล้านบาท
นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือ สหพัฒน์ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผนการลงทุนปีนี้เครือ สหพัฒน์ใช้งบเกือบ 1,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมามีการลงทุน 200-300 ล้านบาท แม้ว่าทิศทางเศรษฐกิจปีนี้จะมีปัจจัยจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น และล่าสุดภาครัฐปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันดีเซลไปแล้วก็ตาม แต่สหพัฒน์จะใช้ในช่วงขาลงตรงนี้เป็นช่วงในการลงทุนเพื่อผลในระยะยาว โดยที่ผ่านมาเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดีสหพัฒน์ก็ไม่เคยคิดถอย
"ช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี พฤติกรรมของคนไทยจะหันมาเลือกสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ขณะที่เศรษฐกิจดีคนจะหันไปซื้อสินค้าชิ้นใหญ่มากกว่า เศรษฐกิจอย่างนี้คนอาจจะเลือกซื้อสินค้าที่มีความจำเป็นมากขึ้น สหพัฒน์จึงมองเป็นโอกาสทางการตลาดมากกว่า เพราะสินค้าภายใต้เครือสหพัฒน์มีแต่สินค้าที่จำเป็น"
สำหรับนโยบายการทำตลาดปีนี้มี 3 แนวทาง ประการแรก คือ การนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องสู่ผู้บริโภค ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยของกลุ่มผู้บริโภค ขณะที่แนวทางที่สอง บริษัทจะเน้นการบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง และประการที่สาม คือ เปิดรับการร่วมทุนกับพันธมิตรจากต่างประเทศให้มากขึ้น
"การทำธุรกิจจะต้องมีความก้าวหน้าทางนวัตกรรมอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นปีนี้เราเน้นในเรื่องของนวัตกรรมค่อนข้างมาก เพราะการทำธุรกิจจะอยู่รอดได้จะต้องมีนวัตกรรมมาตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา"
นายบุณยสิทธิ์ กล่าวต่อถึงนโยบายราคาสินค้าภายใต้เครือสหพัฒน์ว่า ครึ่งปีหลังนี้จะไม่มีการปรับราคาสินค้าขึ้นอย่างแน่นอน โดยสหพัฒน์มีนโยบายการตรึงราคาสินค้าไว้ให้นานที่สุด เพราะถือว่าเป็นโอกาสในการสร้างยอดขายสินค้าในเครือ โดยยกตัวอย่างว่า หลังจากที่ผู้ประกอบการรายอื่นๆ ปรับราคาผงซักฟอกขึ้น ขณะที่เปายังไม่มีการปรับราคา ส่งผลให้ยอดขายเปาเพิ่มขึ้นถึง 20% อย่างไรก็ตาม หากจะมีการปรับราคาสินค้า จะพิจารณาต้นทุนของวัตถุดิบเป็นหลักมากกว่าจะพิจารณาจากค่าขนส่ง เช่น หลังจากที่ตรึงราคาผงซักฟอกไว้นาน ล่าสุดได้ปรับราคาขึ้นเช่นกัน เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น
ล่าสุดสหพัฒน์ได้ร่วมทุนกับบริษัท โดม คอมโพสิท (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่ทำจากคาร์บอน ไฟเบอร์ โดยจะเซ็น สัญญาการร่วมทุนระหว่างวันที่ 1-3 ก.ค.นี้ อีกทั้งยังได้ร่วมกับสถาบันบุนกะจากประเทศญี่ปุ่น ในลักษณะไลเซนซี เปิดโรงเรียนสอนการ ออกแบบเพื่อรองรับนโยบายภาครัฐที่ผลักดันกรุงเทพฯ เป็นเมืองแฟชั่น ซึ่งคาดว่าในปีแรกจะเปิดรับนักเรียน 10-20 คน และในครึ่งปีหลังนี้บริษัทจะร่วมทุนกับบริษัทต่างประเทศ 2-3 ราย
สำหรับความเคลื่อนไหวร้านตัดผม "ควิก บาร์เบอร์" หลังจากได้เปิดตัวในงานสหพัฒน์ เอ็กซ์โปฯ ไปเมื่อปีที่ผ่านมา ขณะนี้ได้จัดตั้งเป็นบริษัทเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากมีการร่วมทุนกับผู้ประกอบการรายอื่นแล้ว นอกจากนี้ยังได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะร่วมทุนกับสหพัฒน์อีกหลายธุรกิจ เช่น ธุรกิจคาราโอเกะ "บิ๊กเอคโค่" เป็นต้น
ผลประกอบการปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 10-15% โดยเป็นเป้าที่ไม่ได้ปรับลงแต่อย่างใดแม้ว่าครึ่งปีหลังภาครัฐจะลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล เนื่องจากรายได้ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งคาดว่าปีนี้เครือสหพัฒน์จะมีรายได้ถึง 1 แสนล้านบาท จากในปีที่ผ่านมามีรายได้ 80,000 ล้านบาท
|
|
 |
|
|