โกลเด้นแลนด์ เตรียมออกหุ้นกู้ 1,500 ล้านบาท ไตรมาส 3 ปีนี้ เพื่อนำมารีไฟแนนซ์หุ้นกู้เดิม พร้อมเดินแผนพัฒนาตึกสูงย่านใจกลางเมืองภายใน 2 ปี ก่อนปรับเป้ารายได้จากเช่าและขายโครงการเป็น 50 ต่อ 50 ภายใน 5 ปีข้างหน้า แจงมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 22,900 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 7,700 ล้านบาท
นายเลียแค็ท สุลต่าน แดนจี้ ประธานกรรมการ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือโกลเด้นแลนด์ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารบริษัทได้มีมติออกหุ้นกู้ (บอนด์) จำนวน 3,000 ล้านบาท รองรับความต้องการใช้เงินที่สูงขึ้นในอนาคต โดยจะเป็นการทยอยออกซึ่งในไตรมาส 3 ของปีนี้ บริษัทมีแผนที่จะออกหุ้นกู้ในล็อตแรกจำนวน 1,500 ล้านบาท เพื่อนำมาชำระเงินหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดชำระในช่วงครึ่งหลังของปีจำนวน 1,100 ล้านบาท และส่วนที่เหลือเพื่อใช้ในการลงทุน ส่วนจำนวนหุ้นกู้ที่เหลือนั้นคาดว่าจะออกในภายหลัง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีภาวะความผันผวนของตลาดแต่เชื่อว่าการออกหุ้นกู้ยังถือว่าเป็นแหล่งเงินทุนที่ดีอยู่
สำหรับเงินลงทุนในปัจจุบันบริษัทได้ใช้เงินกู้จากสถาบันการเงิน เนื่องจากมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเงินลงทุนส่วนใหญ่จะนำมาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับดำเนินการในตึกสูง เช่น โครงการ The Infinity แยกสาทร-นราธิวาสฯ มูลค่า 1,800 ล้านบาท ซึ่งได้เปิดขาย ไปแล้วมียอดขายกว่า 90% และจะเปิด The Infinity 2 อีก 1 แห่ง และในปี 2549 จะปรับโครงการรามคำแหงคอมเพล็กซ์เนื้อที่ 35 ไร่ ที่หมดสัญญาในเดือนสิงหาคม 2548 เป็นคอนโดมิเนียม 9 อาคารมูลค่า 3,000 ล้านบาท
ปัจจุบัน บริษัทมีโครงการระหว่างดำเนินการอยู่ใน 4 ทำเลหลัก ได้แก่ ย่านสาทร-วงแหวน ศรีนครินทร์ ปิ่นเกล้า และบางนา-ตราด รวมมูลค่าทั้งหมด 22,900 ล้านบาท โดยมียอดขายแล้วประมาณ 33.8% หรือ 7,700 ล้านบาท และยังเหลือเพื่อขายอีก 15,000 ล้านบาท เพียงพอสำหรับสร้างยอดขาย ในอนาคตได้อีกไม่ต่ำกว่า 3 ปี ซึ่งการพัฒนาโครงการจะแบ่งออกเป็นเฟส และทยอยเปิดตัว โดยแต่ละโครงการจะถูกแบ่งออกเป็น 2-3 เฟส นอกจากนี้ยังมีแผนจะเปิดโครงการที่พระราม 2 อีก 1 โครงการ มูลค่าประมาณ 2,400 ล้านบาท ในกลางปี 2549
อย่างไรก็ตาม ในอีก 2 ปีข้างหน้าว่าจะเน้นพัฒนาอาคารสูงในย่านใจกลางธุรกิจ ได้แก่ โครงการวันสาทร สแควร์ ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ของบริษัท ประกอบด้วย คอนโดมิเนียมพักอาศัยทั้งแบบซื้อและเช่า โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ อาคารสำนักงาน และชอปปิ้ง มอลล์ รวมมูลค่าโครงการกว่า 9,000 ล้านบาท และโครงการโปโล พาร์ค จากปัจจุบันมีโครงการตึกสูงเพื่อเช่า 2 โครงการ คือ โครงการเมย์แฟร์ แมริออท และโครงการแอสคอท พิริยา
นอกจากนี้ยังมีโครงการอาคาร สำนักงานและโกดังสินค้าเพื่อเช่า 1 โครงการคือ รามคำแหงคอมเพล็กซ์ โดยทั้ง 3 โครงการสร้างรายได้จาก ค่าเช่า 222 ล้านบาทในปี 2547 อย่างไรก็ตาม คาดว่าในปีนี้จะมีรายได้จากค่าเช่าเติบโตขึ้นเป็น 300 ล้านบาท หรือเติบโต 35% ส่วนรายได้จากวันสาทร สแควร์ และโปโล พาร์ค นั้นคาดว่าจะเกิดขึ้นใน อีก 3-4 ปี ข้างหน้า
ปัจจุบันบริษัทมีที่ดินสะสม (land bank) อยู่ทั่วประเทศประมาณ 1,200 ไร่ ซึ่งจะสามารถรองรับการพัฒนาไปได้อีกประมาณ 5 ปี ค่อนข้างอยู่ตัวไม่จำเป็นต้องซื้อเพิ่ม อย่างไรก็ตามภายในระยะเวลา 5 ปีต่อจากนี้ บริษัทจะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการเช่าหรือธุรกิจบริการ เป็น 50% เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีรายได้อยู่ที่ 30% ส่วนที่เหลืออีก 70% เป็นรายได้จากการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ซึ่งสาเหตุในการปรับเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวมาจากเพื่อรองรับภาวะความผันผวนของตลาดในปัจจุบัน และไม่สามารถควบคุมได้
สำหรับรายได้รวมของบริษัทในไตรมาสแรกมีจำนวน 577 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสแรกของปีก่อน 10% โดยคิดเป็นรายได้จากการขายบ้าน 478 ล้านบาท ซึ่งลดลง 22% จาก 584 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันเนื่องจากภาวะอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง และเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว นอกจากนี้บริษัทยังมียอดขาดทุน 2 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ลดลง และต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามบริษัทเชื่อว่าจะสามารถรับรู้รายได้ประมาณ 2,500 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 4,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 3,500 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าในปีนี้ บริษัทจะสามารถดำเนินการได้ตามเป้าที่ตั้งไว้
ส่วนโครงการในต่างจังหวัดที่ได้พัฒนาแล้ว ได้แก่ โครงการวอยาจ พาโนราม่า แฟมิลี่ รีสอร์ท ที่ จ.นครราชสีมา ปัจจุบันพัฒนาเป็นสนามกอล์ฟ 18 หลุม รวมเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ โรงแรม ศูนย์ประชุมวิลล่า ซึ่งมีที่ดินเหลือจากสนามกอล์ฟที่จะพัฒนาอีก 600 ไร่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนที่จะพัฒนาเป็นโครงการบ้านพักตากอากาศ นอกจากนี้ยังมีเชนโรงแรมชื่อดังเข้ามาติดต่อขอบริหารโรงแรม ในลักษณะร่วมทุน คาดว่าจะมีแผนการพัฒนาทั้งหมดภายในกลางปี 2549
พร้อมกันนี้บริษัทมีแผนนำที่ดินในกระบี่ จำนวน 200 ไร่ ซึ่งอยู่ใกล้กับหาดนพรัตน์ธารา มาพัฒนา เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว และวิลล่า มูลค่าโครงการ 3,000-5,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ คาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 2 ปี 2549
|