ราคาดีเซลยังไม่ขึ้น หลังรัฐบาลซื้อเวลาเฉือนรายได้ภาษีสรรพสามิต 14,000 ล้านบาท อุ้มต่ออีก 10 เดือน โดยหวังว่าราคาสิงคโปร์จะไม่ขึ้นเกินกว่าเพดานการชดเชยลิตรละ 1.76 บาท ทีดีอาร์ไอชี้แค่ย้ายไปล้วงเงินจากกระเป๋า สรรพสามิตมาช่วยกองทุนฯ ชดเชย "สมคิด" ยืนยันไม่กระทบการจัดเก็บรายได้ ขณะที่ "วิเศษ" เผยปลายปีหน้าอาจต้องขึ้นภาษีเพื่อโปะคืนส่วนที่ลดไปก่อน ผู้อำนวยการ สนพ. ระบุ ช่วยสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนที่จะมาซื้อพันธบัตรน้ำมัน
นายวิเศษ จูภิบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (31 พ.ค.) ว่า รัฐบาลได้ตัดสินใจลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2548 เป็นต้นไป โดยนับแต่นี้ราคาขายปลีกจะอิงกับราคาตลาดสิงคโปร์เป็นหลัก แต่แทนที่ราคาขายปลีกดีเซล จะปรับขึ้นทันทีอีก 2.86 บาทต่อลิตร เป็น 21.05 บาท ต่อลิตรตามภาระที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ชดเชยไว้ รัฐบาลเลือกที่จะแบ่งเบาภาระให้กับประชาชนโดยคงราคาขายปลีกไว้ก่อน ในขณะเดียวกันก็กำหนดเพดานการชดเชยของกองทุนฯเหลือลิตรละ 1.76 บาท จากเดิมที่ไม่มีเพดาน
ส่วนต่าง 1 .10 บาท ระหว่างเงินชดเชยปัจจุบัน (2.86 บาทต่อลิตร) กับเพดานเงินชดเชยที่กำหนดขึ้นใหม่ (1.76 บาท) รัฐบาลจะชดเชยด้วยการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 1 บาท ซึ่ง ภาษีเทศบาล ซึ่งจัดเก็บในอัตรา 10% ของภาษีสรรพสามิตก็จะลดลงไปด้วยลิตรละ .10 บาท
นายวิเศษกล่าวว่า จะลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล เป็นเวลา 10 เดือน โดย 6 เดือนแรกจะลดลงจาก 2.3050 บาทต่อลิตร เหลือ 1.3050 บาทต่อลิตร ทำให้กองทุนน้ำมันจ่ายเงินลดลงลิตรละ 1.10 บาท หลังจากนั้นอีก 4 เดือน จะลดภาษีให้เพียง 50 สตางค์ต่อลิตร ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ประมาณ 14,000 ล้านบาท
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าวว่า จะมีการหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาถึงการจ่ายคืนภาษีที่ลดลงในอนาคต โดยในเดือนเมษายน 2549 อัตราการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล จะกลับมาอยู่ในอัตราเดิม หลังจากนั้นจะมีการเก็บเพิ่มเพื่อใช้คืนส่วนที่ลดลงไป 14,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงปลายปี
ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน จะขึ้นลงตามราคาสิงคโปร์ หากราคาสิงคโปร์ขึ้น จนเกินเพดานราคาชดเชย ราคาดีเซลในประเทศจะขึ้นตาม แต่ถ้าราคาสิงคโปร์ลดลง นายวิเศษกล่าวว่า ราคาขายปลีกจะไม่ลดลงตาม เพราะรัฐบาลเลือกที่จะลดการอุดหนุน โดยจะทยอยปรับลดเพดานที่กำหนดไว้ 1.76 บาทต่อลิตรจนเหลือศูนย์ ในสิ้นปีนี้หรือต้นปีหน้าเป็นอย่างช้า ขึ้นอยู่กับราคาตลาดโลก
นายวิเศษกล่าวถึงเหตุผลที่ไม่ลอยตัวทันทีเลยว่า เพราะจะทำให้ประชาชนเดือดร้อน และต้องการดูแลเศรษฐกิจไม่ให้ช็อกเพราะที่ผ่านมาก็ปรับไป 3 บาทต่อลิตรแล้ว นอกจากนั้นการที่ไม่ลอยตัวทันทียังจะแก้ไขปัญหาการสต็อกน้ำมันของผู้ค้าได้ด้วย
รายงานข่าวจากวงการน้ำมันเผยว่า รัฐบาลได้ขอให้ ปตท.เป็นแกนนำกลุ่มผู้ค้าในการแบกภาระราคาดีเซลไว้ โดยขออย่าปรับราคาขึ้นหากราคาดีเซลสิงคโปร์ปรับขึ้นไปไม่เกิน 2 เหรียญต่อบาร์เรล หรือให้ช่วยแบกภาระช่วงแรกไว้ก่อน 50 สตางค์ต่อลิตรเพื่อดูแลเศรษฐกิจ ซึ่งประเด็นดังกล่าวจะกระทบกับรายได้ของโรงกลั่นพอสมควร โดยล่าสุดปิดตลาดสิงคโปร์เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ราคาปรับขึ้น 80 เซ็นต์ต่อบาร์เรล ดังนั้นคาดว่าในสัปดาห์นี้หากราคาสิงคโปร์ปรับขึ้นอีกจะยังไม่มีการขึ้นราคาดีเซลในประเทศ
ลอยตัวช่วยขายบอนด์
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลอยตัวราคาน้ำมันดีเซลตอนนี้ยังไม่มีผลกระทบในเรื่องราคา เนื่องจากมีการลดภาษีสรรพสามิตลง 1 บาท เพื่อช่วยดึงราคาไม่ให้ช็อก แต่จะสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น
นายเมตตา บันเทิงสุข ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงระบบการค้าน้ำมันกลับมาสู่การลอยตัวนั้น สนพ. สามารถประกาศได้ทันที แต่ที่ต้องนำเข้า ครม.เนื่องจากจะเกี่ยวกับการลดภาษีสรรพสามิต และการออกพันธบัตรวงเงินประมาณ 8.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งมติ ครม.วานนี้จะมีผลให้ยกเลิกการตรึงราคาหน้าโรงกลั่นเข้าสู่ระบบราคาลอยตัวค้าปลีกอิงราคาตลาดโลกทันที โดยในวันนี้ (1 มิ.ย.) จะหารือกับโรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมันเพื่อวางระบบการค้าขายเตรียมสู่การลอยตัวต่อไป
"ถือว่าลอยตัวค้าปลีกแล้ว แต่ว่าเราเลือกลอยตัวแบบมีการจัดการเพื่อเกลี่ยผลกระทบที่จะเกิดขึ้นให้ช้าลงแทนที่จะขึ้นราคาทันทีก็มีการตั้งเพดานการอุดหนุนไว้ แล้วค่อยๆ ทยอยปลดล็อก หาก 1-2 วันนี้ดีเซลลดลงเราก็จะเลือกการลดเพดานชดเชยลง ราคาขายปลีกไม่เปลี่ยนแปลง แต่ถ้าขึ้นก็คงจะขึ้นราคาตามตลาด วิธีนี้การที่ใครจะสต็อกน้ำมันก็ไร้ประโยชน์" นายเมตตากล่าว
ผู้อำนวยการ สนพ.ยังกล่าวด้วยว่า การลอยตัวราคาดีเซลครั้งนี้ จะเป็นการสร้างความมั่นใจในการออกพันธบัตร 8.5 หมื่นล้านบาท เพื่อนำเงินมาชำระหนี้กองทุนน้ำมัน
ที่ประชุม ครม.วานนี้ ได้อนุมัติแผนการออกพันธบัตรวงเงิน 8.5 หมื่นล้านบาท อายุไม่เกิน 5 ปี โดยแบ่งออกเป็นล็อตละ 20,000 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้หนี้น้ำมัน ซึ่งการชดเชยราคาน้ำมันตั้งแต่ 10 ม.ค.2547-31 พ.ค.2548 มีมูลค่า 88,370 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้การชดเชยดีเซล 81,395 ล้านบาท ที่เหลือเป็นหนี้ชดเชยเบนซิน
อย่างไรก็ตาม การออกพันธบัตรจะไม่ทันกำหนดชำระคืนเงินกู้ 8,500 ล้านบาทในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ ดังนั้น ครม.จึงอนุมัติให้ สถาบันบริหาร พลังงาน ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลบริหารกองทุนกู้เงินกู้ระยะสั้น หรือ Bridge Loan จากธนาคารกรุงไทย และออมสิน แห่งละ 3,750 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้หนี้ไปก่อน
ในวันนี้ (1 มิ.ย.) คณะกรรมการ สถาบันบริหารกองทุนน้ำมันจะประชุมหารือในรายละเอียดของการออกพันธบัตร โดยจะกำหนดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งในเบื้องต้นน่าจะสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล 5 ปี ที่ขณะนี้จ่ายอยู่ที่ 3.65% เพราะหากผลตอบแทนต่ำกว่านี้ ก็จะไม่เป็นที่สนใจของนักลงทุน
สำหรับพันธบัตรล็อตแรก 20,000 ล้านบาท คาดว่าจะออกจำหน่ายได้ราวกลางเดือนกรกฎาคมนี้
นายเมตตากล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนฯมีรายได้ที่เก็บจากน้ำมัน 1,000 ล้านบาทต่อเดือน ในขณะที่มีรายจ่ายชดเชยราคาก๊าซหุงต้ม 450 ล้านบาทต่อเดือน และชดเชยดีเซลที่แม้ว่าจะลดเพดานเหลือที่ 1.76 บาทต่อลิตรก็ตาม ยังต้องจ่ายอีกเดือนละ 3,000 ล้านบาท กองทุนจึงอยู่ในสภาพติดลบ แต่จะค่อยๆ ปรับลดลงจนมีรายได้เข้ามา หากราคาดีเซลในตลาดโลกลดลง ก็จะทยอยเก็บเงินเข้ากองทุนฯเพิ่มขึ้นเหมือนกับกรณีเบนซิน
"โดยภาพรวมแล้วก็จะต้องใช้หนี้ภายใน 5 ปี แต่ถ้าราคาน้ำมันตลาดโลกกลับมาผันผวนรุนแรง ก็จะต้องชดชยอีก ครม.จึงได้อนุมัติหลักการไว้ว่ า ถึงตอนนั้นให้สำนักงบประมาณไปหารือกับกระทรวงพลังงานเพื่อหาแหล่งเงินกู้ไว้ให้กองทุนฯกู้ยืมเพิ่มเติมได้อีก"
ทีดีอาร์ไอชี้ แค่ย้ายไปล้วงกระเป๋าอีกใบ
นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า การลอยตัวราคาน้ำมันดีเซลแบบมีการจัดการ โดยลดภาษีสรรพสามิตรลงลิตรละ 1 บาท เป็นเพียงการย้ายกระเป๋าเท่านั้น เพราะแทนที่รัฐบาลจะจ่ายภาระหนี้ที่เกิดขึ้นจากการเข้าไปพยุงราคาน้ำมันโดยกองทุนน้ำมัน ก็ไปควักกระเป๋าของกรมสรรพสามิตมาชดเชยภาระที่เกิดขึ้น ซึ่งจุดนี้จะส่งผลกระทบต่อฐานะการคลังของประเทศ เพราะรายได้จากการจัดเก็บภาษีจะปรับตัวลดลง
นอกจากนี้ การที่รัฐบาลตัดสินใจเร่งประกาศลอยตัวราคาน้ำมันส่วนหนึ่งมาจากปัญหาการขาดดุลการค้าของประเทศ เพราะการเข้าไปพยุงราคาน้ำมัน ส่งผลให้ปริมาณการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น
"ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี พูดความจริงเพียงด้านเดียวเกี่ยวกับการขาดดุลการค้าว่า สาเหตุมาจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น แต่เป็นการพูดความจริงเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เพราะดูแค่ราคาน้ำมันที่แพงขึ้น แต่ไม่ได้บอกความจริงว่าปริมาณการใช้ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย เพราะรัฐบาลเข้าไปพยุงราคาน้ำมัน"
นายสมชัยกล่าวว่า หากตรวจสอบตัวเลขการใช้น้ำมันในปีที่ผ่านมา ในช่วงที่รัฐบาลเข้าไปพยุงราคาน้ำมันจะพบว่า ปริมาณการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นมาก ตัวเลขบางเดือนสูงกว่า 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นายเทียนไชย จงพีร์เพียร นักวิชาการด้านพลังงาน กล่าวว่า ตนเคยเสนอแนวทางการกำหนด เพดานการชดเชย ราคาน้ำมันดีเวลมานานแล้ว เพื่อ ไม่ให้กระทบกับเศรษฐกิจมากเกินไป หลังจากนั้นก็จะต้องลดเพดานอุดหนุนแล้วปล่อยลอยตัวในที่สุด แต่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่รัฐนำภาษีสรรพสามิตดีเซลและภาษีเทศบาลมาชดเชย เพราะนี่คืองบประมาณของแผ่นดิน
"รายได้ของประเทศก็จะหายไปอยู่ดี และท้ายสุดก็จะต้องหามาชดเชย"
นายโสภณ สุภาพงษ์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่ามาตรการลอยตัวน้ำมันดีเซล ไม่ได้เป็นประโยชน์หรือช่วยเหลือประชาชนเลย แม้ว่ารัฐบาลตั้งใจจะแก้ปัญหา แต่ความจริงแล้วเพื่อที่จะเอาเงินภาษีประชาชนมาช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันที่ชดเชยให้โรงกลั่นเท่านั้นเอง ซึ่งภาระกองทุนชดเชยที่สูงขึ้นขณะนี้มาจาก2 สาเหตุ คือ การขึ้นราคาน้ำมันดีเซลครั้งที่ผ่านมาที่รัฐบาลยังไม่เรียกเงินคืนจากผู้ค้าน้ำมัน 3 บาทต่อลิตร ซึ่งเรื่องนี้ตนได้เรียกร้องมานานแล้วแต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ประเด็นที่สองที่ชี้ให้เห็นว่ามาตรการครั้งนี้ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาคือ การที่กองทุนน้ำมันติดลบจากการชดเชยน้ำมันดีเซล ในขณะนี้มาจากสูตรราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นที่สูงเกินกว่าควรจะเป็นตามต้นทุน และไม่เป็นธรรมต่อประชาชน คือสูตรราคาน้ำมันดีเซลที่กำหนดตามราคาสิงคโปร์ ซึ่งผิดพลาด เพราะครม.เคยมีมติให้ใช้สูตรที่สอดคล้องกับต้นทุนจริงของโรงกลั่น แต่กลับไม่ทำ ยังเอาราคาสิงคโปร์มาอ้างอิง เลยทำให้ราคาสูงมาก
สมคิดยันไม่กระทบงบสมดุล
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การลดภาษีน้ำมันดีเซล เพื่อนำมาชดเชยให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ลิตรละ 1.10 บาท ในช่วง 6 เดือน แรก และ 0.50 บาท ในช่วง 4 เดือนถัดไป จะทำให้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณสนับสนุนรวมทั้งสิ้น 14,000 ล้านบาท ซึ่งการเจียดเงินงบประมาณมาอุดหนุนในส่วนนี้ รัฐบาลยังสามารถดูแลให้งบประมาณรายจ่ายปี 2548 เป็นงบประมาณสมดุลได้
"ผมได้สอบถามอธิบดีกรมจัดเก็บภาษีแล้ว เขายืนยันว่าแม้จะนำมาใช้ในส่วนนี้ 1.4 หมื่นล้านบาท และต้องทำงบประมาณกลางปีเพิ่มเติมอีก 50,000 ล้านบาท เราก็ยังสามารถทำงบสมดุลได้ ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วง รายได้เราเพียงพอ ถ้าไม่สมดุลผมคงไม่ยอมแน่นอน" นายสมคิด กล่าว
นายสมคิด กล่าวว่า การลอยตัวน้ำมันแบบมีเงื่อนไขนี้ จะทำให้ปริมาณการบริโภคน้ำมันลดลง แต่ว่าจะลดได้มากน้อยแค่ไหน ก็ต้องขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของประชาชนในประเทศ ที่ผ่านมารัฐบาลต้องการช่วยเหลือประชาชน โดยเริ่มต้นด้วยการลอยตัวน้ำมันเบนซินก่อน เพราะกระทบกับคนที่มีรายได้สูง ขณะที่ยังตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ เพราะกระทบภาคการผลิต และผู้มีรายได้น้อย แต่การตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ ทำให้คนหันมาใช้รถที่ใช้น้ำมันดีเซล ดังนั้นต้องมีการปรับให้สอดคล้องกับความเป็นจริง
ตั้งคณะกรรมการช่วยประมง
นายเนวิน ชิดชอบ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากการที่ครม. มีมติลอยตัวน้ำมันดีเซล ในส่วนของผลกระทบด้านประมง ครม. ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือ โดยมี นายสมคิด เป็นประธาน และมี รมว. พลังงาน รมว.พาณิชย์ และรมช.เกษตรฯ เป็นกรรมการ เพื่อกำหนดสูตรในการช่วยเหลือต่อไป
ปัจจุบันรัฐบาลจำหน่ายน้ำมันราคาถูกเพื่อช่วยเหลือชาวประมงหรือน้ำมันม่วง ในราคาต่ำกว่าน้ำมันที่ขายทั่วไป ลิตรละ 2 บาท แต่ภายหลังปรับให้ลอยตัว ทางภาครัฐก็จะต้องหาแนวทางในการช่วยเหลือ ในส่วนของราคาที่เพิ่มขึ้น
นายประสันต์ ศีลพิพัฒน์ นายกสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันม่วงที่ขายกันทั่วไปอยู่ที่ 16.19 บาท/ลิตร ขณะที่ราคาหน้าปั๊มตก 18.19 บาท/ลิตร นอกจากนี้ยังประสบปัญหาคือตั้งแต่เริ่มให้บริการเมื่อเดือนเม.ย. จนถึงขณะนี้ พบว่าน้ำมันม่วงที่นำมาให้บริการไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งในวันที่ 3 มิ.ย.นี้ทางสมาคมจะประชุมกันอีกครั้งก่อน เข้าหารือกับ นายเนวิน ชิดชอบ รมช.เกษตรฯ ต่อไป
ตลท.ระบุไม่กระทบผลประกอบการ บจ.
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงการประกาศลอยตัวน้ำมันดีเซลว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน เนื่องจากพิจารณาเห็นว่าบริษัทสามารถผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภคได้ ซึ่งอาจจะส่งผลทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดน้อยลง
ดังนั้น อาจจะทำให้สินค้าไม่มีความจำเป็น หรือสินค้าฟุ่มเฟือยได้รับผลกระทบ เพราะผู้บริโภคจะมีการไตร่ตรองในการใช้จ่ายมากกว่าช่วงที่ผ่านมา
นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเติบโตของกำไรของบริษัทจดทะเบียนในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 7-8% ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และวัสดุอื่นๆ ราคาก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน การเลือกลงทุนเน้นบริษัทที่มีการจ่ายเงินปันผลสูงๆ มีรายได้อย่างต่อเนื่องและแน่นอน ถึงแม้ว่าสภาพเศรษฐกิจจะชะลอตัวก็ตาม
นางสาววิริยา ลาภพรหมรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคิน จำกัด กล่าวว่า การปรับขึ้นในครั้งไม่รุนแรงเหมือนครั้งก่อนในส่วนของบริษัทจดทะเบียนได้มีการนำปัจจัยดังกล่าวเข้าไปคำนวณแล้ว ทั้งนี้ จึงยังเชื่อว่าอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนในปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 10% แม้ว่าในช่วงไตรมาส1/48 กำไรจะปรับขึ้นกว่า 27% ก็ตาม
สำหรับกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดีเซล เช่น กลุ่มรถยนต์ เรื่องจำนวนยอดขายรถยนต์, ขนส่ง เรื่องต้นทุนค่าขนส่ง เป็นต้น โดยในช่วง 5 วันที่ผ่านมากลุ่มรถยนต์ดัชนีกลุ่มปรับลดลงเกือบ 6%
นายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธการลงทุน บล.พัฒนสิน กล่าวว่า สิ่งที่น่าติดตามนอกเหนือจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นคงเป็นเรื่องพฤติกรรมการใช้จ่ายของบริโภคมากกว่า ว่าหากราคามีการปรับขึ้น ปริมาณการซื้อจะปรับเปลี่ยนไปอย่างไร เพราะความเป็นไปได้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตในระดับ 6% ในปีนี้คงไม่มีแน่นอน
หากพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นคงเกิดขึ้นกับทุกกลุ่มเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนค่าขนส่ง แต่ทั้งนี้ในส่วนของต้นทุนสินค้าบางรายการในปัจจุบันมีการปรับลดลงก็จะทำให้สินค้าที่จะปรับขึ้นปรับขึ้นในระดับไม่สูงมาก
สะท้อนต้นทุนแท้จริง
นายสมเชาว์ ตันฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี. เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ผลกระทบจากการลอยตัวราคาน้ำมันดีเซลนั้น อาจจะมี อยู่บ้างแต่จะมากน้อยอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับช่วงเวลาระยะเวลาในการปล่อยลอยตัว แต่อย่างไรก็ตามการประกาศปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันดีเซลในครั้งนี้นับว่า เป็นการตัดสินใจที่ดีต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากเป็นการช่วยลดบรรยากาศอึมครึม ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเพราะผู้บริโภค และผู้ประกอบการเองยังมีความลังเลว่าจะได้รับผลกระทบทางด้านธุรกิจ และกำลังซื้อจากการปรับขึ้นราคาน้ำมัน
ทั้งนี้ การปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันทำให้ผู้ประกอบการสามารถรับรู้ได้ถึงต้นทุนที่แท้จริงว่าจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันมากน้อยเท่าใดเมื่อมีการปรับขึ้น ทำให้สามารถคำนวณต้นทุนด้านธุรกิจได้อย่างถูกต้อง ส่วนราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นหลังจากการปล่อยลอยตัวแล้วจะส่งผลกระทบกับตลาดอสังหาริมทรัพย์มากน้อยเท่าไรนั้น เชื่อว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจะไม่สูงมาก เพราะช่วงที่ผ่านมาผู้ประกอบการได้มีการปรับต้นทุนกันไปบ้างแล้ว
นอกจากนี้ การปล่อยลอยตัวน้ำมันยังอาจจะส่งผลดีกับผู้ประกอบการและผู้บริโภคในตลาดด้วย เนื่องจากขณะนี้แนวโน้มราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกก็เริ่มมีการปรับตัวลดลงทำให้เชื่อว่าการปล่อยลอยตัวน้ำมันนั้น อาจจะส่งผลดีให้มีการปรับลดราคาน้ำมันลงในระยะยาวก็ได้ อย่างไรก็ดี หากราคาน้ำมันยังคงระดับราคาไม่สูงกว่าปัจจุบันมากนัก โดยไม่มีการปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือลดลงเกินไปก็จะทำให้เชื่อว่าตลาดอสังหาฯจะยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องในระดับเดียวกับปัจจุบัน
แสนสิริชี้น้ำมันขึ้นช็อกระยะสั้น
นางสาวสิริทรา ปางมณี ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการเงินองค์กรและผู้ลงทุนสัมพันธ์ เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลได้ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลอีก 2.50 บาท นั้น ถือว่าเป็นเรื่องดีที่มีความชัดเจนมากขึ้น ผู้รับเหมาสามารถรับงานได้อย่างสบายใจมากขึ้นโดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ว่าจะขึ้นไปเท่าใด จากเดิมที่ทุกคนรู้ว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้นแต่ไม่สามารถรู้ได้ว่าจะปรับขึ้นเท่าใด และเมื่อไหร่
ทั้งนี้ การปรับขึ้นดังกล่าวอาจจะส่งผลให้เกิดภาวะช็อกระยะสั้นเท่านั้น คือประมาณ 1-2 เดือน ซึ่งสาเหตุที่เชื่อว่าจะเกิดภาวะช็อกชั่วคราวนั้น เนื่องจากทุกคนทราบอยู่แล้วว่าราคาน้ำมันจะต้องปรับขึ้น ดังนั้นจึงได้เตรียมความพร้อมไว้รองรับก่อนล่วงหน้า โดยในส่วนของแสนสิริ ได้วางแผนรองรับการปรับขึ้นของราคาน้ำมันไว้แล้วบางส่วน คือวางแผนในเรื่องต้นทุนเพิ่มไว้ประมาณ 5% ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ปรับขึ้นราคาสินค้าไว้แล้ว โดย เฉพาะคอนโดมิเนียมปรับขึ้น 2 ครั้งๆ 5,000 ล้านบาท/ตร.ม. ส่วนราคาบ้านนั้นได้ปรับลดแพกเกจที่จะให้แก่ลูกค้าลง เพื่อให้สามารถรักษาระดับกำไรขั้นต้นไว้ได้
|