|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
หุ้น บล.ภัทรเข้าเทรดวันแรกราคาร่วงหลุดต่ำกว่าจอง 4.83% เหตุภาวะตลาดหุ้นไม่เอื้ออำนวย ขณะที่ผู้บริหารชี้ไตรมาส 2 แนวโน้มรายได้ดี จากการรับรู้รายได้จากการเป็นอันเดอร์ไรต์หุ้นโกลว์ พลังงานซึ่งมีเข้ามาประมาณ 100 ล้านบาท ระบุเป็นหุ้นที่เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว
วานนี้ (31 พ.ค.) หุ้นบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร (PHATRA) เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นวันแรก โดยราคาเปิดที่ระดับ 31.50 บาทสูงกว่าราคาจองที่กำหนดไว้หุ้นละ 31 บาท หลังจากนั้นก็มีแรงขายทำกำไรออกมา จนทำให้ราคาปรับตัวลดลงมาต่ำกว่าจอง โดยราคาปิดที่ระดับ 29.50 บาท ลดลงจากราคาจอง 1.50 บาท หรือ 4.83% มูลค่าการซื้อขาย 773.94 ล้านบาท
นายสุวิทย์ มาไพศาลสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ภัทร เปิดเผยว่า บริษัทไม่กังวลกับราคาหุ้นของบริษัทว่าจะเป็นอย่างไร แต่บริษัทจะพยายามดำเนินงานเพื่อให้มีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทคาดว่ารายได้ในไตรมาส 2/2548 จะมากกว่าไตรมาส1/2548 เนื่องจากจะมีรายได้จากการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัท โกลว์พลังงาน ประมาณ 100 กว่าล้านบาท จากที่ไตรมาส1ที่ผ่านมาบริษัทไม่มีรายได้ทางการด้านที่ปรึกษาทางการเงิน และคาดว่ารายได้รวมปีนี้จะมากกว่าปี 2547 ถ้าหุ้นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ คือ บริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)และ บริษัท การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เข้าซื้อขายภายในปีนี้
นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริษัทหาร บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEST กล่าวว่า หุ้นของบล.ภัทร ถือว่าเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี ถือว่าเป็นหุ้นบลูชิปอีกบริษัทหนึ่ง ที่นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศรู้จัก ให้ความสนใจจองซื้อล้นถึง 10 เท่า ทั้งนี้การที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมานั้นจะมีการใช้หุ้นกรีนชูเข้ามาซื้อหรือไม่นั้นจะต้องดูสถานการณ์ก่อน ซึ่งการที่มีหุ้นกรีนชูนั้น เป็นการช่วยทำให้ราคาหุ้นมีเสถียรภาพไม่ทำให้นักลงทุนตกใจมากนักเมื่อราคาหุ้นปรับตัวลดลงมา
นายวีรวัฒน์ ชุติเชษฐพงศ์ กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า พอใจกับราคาหุ้นในช่วงเช้าที่เปิดตลาดสูงกว่าราคาจองในระดับหนึ่ง แม้ว่าภาวะตลาดหุ้นจะไม่เอื้ออำนวยเท่าที่ควร และถือได้ว่าหุ้นบล.ภัทรจะเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุนได้อีกทาง ซึ่งถือว่าเป็นหุ้นที่เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว
"ราคาหุ้นจะเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการซื้อขายของนักลงทุน ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่จะเข้าไปสร้างราคา แต่เราจะมีหน้าที่สร้างผลประกอบการให้ออกมาดี เพื่อทำให้นักลงทุนหรือผู้ถือหุ้นของบริษัทมีความพึงพอใจและมีความเชื่อมั่นที่จะเข้ามาลงทุน" นายวีรวัฒน์กล่าว
นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายตลาดทุน บล.ภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทจะบันทึกส่วนต่างจากการเข้าไปซื้อหุ้นส่วนเกิน (กรีนชูออปชัน) ของหุ้นบริษัทโกลว์พลังงานในผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ของปีนี้ โดยตัวเลขจะสะท้อนออกมาในกำไรหลังจากหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายแล้ว
นายอริยะ บัญยะรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) จำกัดในฐานะแกนนำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น ราคาจองที่กำหนดไว้ที่ระดับ 31 บาท ถือว่าเป็นการกำหนดอย่างมีเหตุมีผล โดยมีค่า พี/อี เรโชประมาณ 10.3-10.4 เท่าซึ่งถือว่าต่ำกว่า พี/อี เรโช ของกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งจะมีค่า พี/อี เรโชประมาณ 13-14 เท่าดังนั้นถ้าค่า พี/อี เรโชของหุ้นบล.ภัทรขึ้นมาเท่ากับของกลุ่ม ระดับราคาควรที่จะอยู่ที่หุ้นละ 35 บาท ทั้งนี้การที่ราคา หุ้นไม่ร้อนแรง เนื่องจากหุ้นเข้ามาซื้อขายในช่วงที่ภาวะตลาดหุ้นไม่เอื้ออำนวย
อย่างไรก็ตาม หุ้นบล.ภัทรถือเป็นหุ้นที่เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว เพราะบริษัทมีจุดเด่น บุคลากรของบล.ภัทรถือเป็นผู้ที่มีคุณภาพ ถือเป็นสินทรัพย์ที่ดีของบริษัท และการที่บริษัททำธุรกิจกับนักลงทุนสถาบัน ทำให้มีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมากบล.ภัทรได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ถึงผลประกอบการไตรมาสแรก ประจำปี 2548 สิ้นสุด 31 มีนาคม 2548 ปรากฏว่ามีกำไรสุทธิ 97.86 ล้านบาทกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.61 บาทกำไรลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 217.10 ล้านบาทกำไรสุทธิต่อหุ้น 1.36 บาทโดยบริษัทได้ชี้แจงสาเหตุที่กำไรลดลง เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมในการจัดจําหน่ายหลักทรัพย์ ซึ่งลดลงจํานวน 172.5 ล้านบาท จากจํานวน 173.7 ล้านบาท เหลือ 1.2 ล้านบาทในไตรมาส 1 ของปี 2548 หรือคิดเป็นอัตราการลดลงถึง 99.3% สาเหตุเนื่องจากในไตรมาส 1 ของปี 2547บริษัทฯ มีรายได้ ค่าธรรมเนียมการจัดจําหน่ายและรับประกันการจัดจําหน่ายจากการนําหุ้นสามัญของบริษัทท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) ซึ่งมีมูลค่าธุรกรรมขนาดใหญ่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในขณะที่ไตรมาส 1 ของปี 2548 บริษัทฯ มิได้มีรายได้ค่าธรรมเนียมในลักษณะดังกล่าว ซึ่งเป็นปกติของรายได้ด้านวาณิชธนกิจที่จะมีการลงบันทึกรายได้ภายหลังจากที่ได้มีการจัดจําหน่ายหลักทรัพย์แล้วเสร็จ (Success Fee)
อนึ่งในต้นไตรมาส 2 ของปี 2548 บริษัทฯ ได้เป็นผู้จัดจําหน่ายและรับประกันการจําหน่ายหุ้นสามัญของบริษัทโกลว์พลังงาน จํากัด (มหาชน) ซึ่งมีมูลค่าธุรกรรมการเสนอขายรวมทั้งสิ้น 12,144.0 ล้านบาท โดยรายได้ดังกล่าวจะบันทึกเป็นรายได้ในไตรมาส 2 ของปี 2548
สําหรับในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการจากการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ในไตรมาส 1 ปี 2548 มีจํานวนรวมทั้งสิ้น 11.0 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนจํานวน 22.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นการลดลงในอัตรา 66.8% ซึ่งการลดลงของรายได้นี้เป็นไปตามลักษณะของธุรกิจวาณิชธนกิจ ซึ่งความสําเร็จของงานจะขึ้นกับความพร้อมของบริษัทลูกค้า สภาวะเศรษฐกิจ และสภาวะตลาดเงินตลาดทุนทั่วไป
|
|
 |
|
|