แกรมมี่ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ผู้ผลิตสารพันบันเทิงนานาชนิด เริ่มจะมีรายได้ใหญ่อีกทางจากธุรกิจแฟรนไชส์
โฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ซึ่งดำเนินงานภายใต้บริษัทแกรมมี่ เน็ตเวิร์ค
แกรมมี่ เน็ตเวิร์ค เป็นบริษัทซึ่งถือหุ้นโดยแกรมมี่ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์อยู่
100% เต็ม เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ภายหลังจากแยกตัวจากร้าน "ซึทาย่า"
หรือก็คือร้านจำหน่ายและให้เช่าสินค้าบันเทิงภายในบ้าน ที่แกรมมี่ เน็ตเวิร์คเคยร่วมทุนกับญี่ปุ่น
ด้วยเหตุผลในการแยกตัวที่ อัครเดช โรจน์เมธา กรรมการผู้จัดการอาวุโสของแกรมมี่
เน็ตเวิร์ค ให้ไว้ง่ายๆ ว่า "เป็นเพราะระบบบริหารงานที่แตกต่างกัน"
ทำให้จากเดิมที่มีร้านซึทาย่าอยู่ 4 สาขา ปัจจุบันจึงเหลืออยู่เพียง 2
แห่งคือ ที่สุขุมวิทซอย 11 และ 24 ส่วนอีก 2 แห่ง คือที่หลังสวน และสีลม
ทางแกรมมี่ เน็ตเวิร์คเป็นผู้ได้มาบริหารต่อโดยเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "IMAGINE"
และเปิดเพิ่มอีก 2 สาขา ที่ซอยอารีย์ ถ. พหลโยธิน เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2539
กับ "IMAGINE" สาขาสวนพลู เมื่อเดือนมกราคม 2540 ที่ผ่านมา
"ตอนนี้เรากำลังอยู่ระหว่างการเปิดสาขาที่ 5 ที่สยามสแควร์ไปเมื่อประมาณต้นเดือนพฤษภาคม
2540 โดยเราตั้งใจว่าจะให้สาขาที่ 5 เป็นสาขาต้นแบบของร้าน "IMAGINE"
ที่จะมีต่อๆ ไปซึ่งจะใช้เงินสำหรับสาขาต้นแบบ 40 ล้านบาทบนพื้นที่ทั้งหมด
1,500 ตารางเมตร" อัครเดช กล่าว
ภายหลังหรืออาจจะเรียกได้ว่าระหว่างช่วงที่ก่อสร้างและพัฒนาสาขาต้นแบบ
แกรมมี่ เน็ตเวิร์ค ได้มีการเตรียมการและคิดพัฒนาระบบแฟรนไชส์เพื่อสร้างรายได้
และการเติบโตให้กับธุรกิจโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ในนาม "IMAGINE"
ไปทั่วประเทศไปด้วยในตัว
เป้าหมายแรกก่อนที่แกรมมี่เน็ตเวิร์คจะพัฒนาร้าน "IMAGINE" ให้เป็นแฟรนไชส์ธุรกิจโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์อย่างเต็มระบบสมบูรณ์
ในช่วงปี 2540 นี้ อัครเดช กล่าวว่า แกรมมี่เน็ตเวิร์ค จะใช้ทุน 200 ล้านบาท
ขยายร้าน "IMAGINE" ให้ครบ 20 สาขาก่อน
"20 สาขาแรก แกรมมี่ เน็ตเวิร์คจะบริหารเอง 100% ความแตกต่างที่จะเห็นได้จากร้านซึทาย่าเดิม
จะมีตั้งแต่เรื่องของการจัดการ ซึ่งเราจะนำระบบคอมพิวเตอร์ POINT OF SALE
มาใช้ การดีไซน์ร้าน คอนเซ็ปต์ รวมแบ็กออฟฟิศของบริษัทเอง"
วราวิช กำภู ณ อยุธยา ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจ บ. แกรมมี่
เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมในส่วนข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ว่า
ระบบคอมพิวเตอร์ที่นำมาใช้ จะช่วยในการบริหารงานร้านค้าปลีกให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
คือจะช่วยลดต้นทุนในการสั่งซื้อสินค้า การจัดสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า
โดยวิเคราะห์จากข้อมูลพื้นที่ของลูกค้าที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์
ที่สำคัญ แกรมมี่ เน็ตเวิร์ค ยังมีแผนการที่จะใช้เทคโนโลยี เป็นกลยุทธ์ในการให้บริการลูกค้าในรูปแบบต่างๆ ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งทางผู้บริหารของแกรมมี่เชื่อว่า
การสนับสนุนข้อมูลจากคอมพิวเตอร์จะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้ร้าน "IMAGINE"
เอาชนะคู่แข่งประเภทเดียวกันได้ดี โดยเฉพาะในบริเวณเดียวกัน
จาก 20 สาขาของร้าน "IMAGINE" ในปี 2540 อัครเดช กล่าวว่า ในปี
2541 แกรมมี่เน็ตเวิร์ค ก็จะสามารถพัฒนาร้าน "IMAGINE" ให้เปิดสาขาได้เพิ่มขึ้นในระบบแฟรนไชส์
ที่แกรมมี่เน็ตเวิร์คขะมักเขม้นเตรียมการอยู่ในเวลานี้ โดยเชื่อแน่ว่าร้าน
"IMAGINE" เป็นรูปแบบที่แตกต่างจากร้านค้าปลีกสินค้าบันเทิงที่มีอยู่เดิม
ไม่ว่าจะเป็นลักษณะร้านที่เป็นเมกะสโตร์ ร้านแบบสแตนอะโลน หรือช้อปอินช้อป
รวมทั้งสินค้าจำหน่ายและเช่าภายในร้าน ที่แกรมมี่ เน็ตเวิร์ค ติดต่อกับเจ้าของลิขสิทธิ์ค่ายต่างๆ ทั้งค่ายเพลงและภาพยนตร์ ทั้งไทยและเทศ ไว้กว่า 30 บริษัท ซึ่งเชื่อแน่ว่า
สินค้าที่มีจะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครบทุกกลุ่มเป้าหมาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของกลุ่มลูกค้าที่จะซื้อแฟรนไชส์ ซึ่งถือได้ว่าไม่ใช่เรื่องน่าหนักใจของแกรมมี่
เน็ตเวิร์ค แต่อย่างใด
เพราะอัครเดช กล่าวว่า กลุ่มเป้าหมายแรกที่จะมาเป็นแฟรนไชส์ของร้าน "IMAGINE"
ก็คือ กลุ่มยี่ปั๊ว หรือกลุ่มผู้ค้าส่งและค้าปลีก ซึ่งเป็นพันธมิตรเดิมของแกรมมี่
เอนเตอร์เทนเม้นท์ นั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันนี้มีอยู่ถึงประมาณ 3,000 รายทั่วประเทศ
"เชื่อแน่ว่า จำนวนไม่น้อยจากยี่ป๊วที่เรามีอยู่จะสนใจมาร่วมลงทุนกับเรา
เพราะเขาได้ธุรกิจเพิ่มในเรื่องค้าปลีก ส่วนธุรกิจเดิมก็ไม่เสียหายอะไร นอกจากนี้เรายังมีกลุ่มผู้สนใจที่จะมาร่วมธุรกิจกับเราอีก
นอกเหนือจากกลุ่มลูกค้าเดิมนี้บ้าง"
ทั้งนี้ กลุ่มยี่ปั๊วหรือบุคคลที่สนใจจะซื้อแฟรนไชส์ร้าน "IMAGINE"
ควรจะมีพื้นที่ขั้นต่ำ 300 ตารางเมตร สำหรับจัดตกแต่งร้านที่จะวางสินค้าได้ครบ
พร้อมกับเงินลงทุนและเงินหมุนเวียนขั้นต่ำ 3,000,000-5,000,000 บาท รวมกับค่าแฟรนไชส์ซึ่งยังไม่กำหนดแน่นอนในตอนนี้
ในช่วงก่อนที่จะคืนทุนซึ่งต้องมีเงินหมุนเวียนนั้น สำหรับร้านเล็กๆ จะใช้เวลาคืนทุนประมาณ
3-6 เดือน หรือ 2-3 ปี สำหรับร้านขนาดใหญ่ ที่มีพื้นที่ประมาณ 1,000-1,500
ตารางเมตร และถ้าเป็นพื้นที่ใหญ่กว่านี้ไม่ควรจะใช้ทำร้านเพราะจะไม่คุ้มกับการลงทุน
สำหรับพื้นที่ที่เหมาะสม ควรอยู่ในทำเลที่เหมาะ เช่น ควรมีหมู่บ้านซึ่งจะเป็นกลุ่มลูกค้าสำหรับวิดีโอให้เช่า
หรือที่จอดรถสำหรับลูกค้า เป็นต้น รวมทั้งจะต้องไม่เป็นพื้นที่บนห้างสรรพสินค้า
เพราะจะไปซ้ำซ้อนกับร้านสตาร์ ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายสินค้าบันเทิงของแกรมมี่ที่มีอยู่เดิม
ปัจจุบันร้าน "IMAGINE" ซึ่งมีอยู่ 4 สาขา มีสมาชิกรวมประมาณ
20,000 กว่าราย มีรายได้จากค่าสมาชิก 3,200 บาทตลอดชีพ และ 500 บาท ตลอดชีพเฉพาะสมาชิกวิดีโอ
ที่มีค่าเช่าต่อวัน 20 บาท วันต่อไป 10 บาท สัปดาห์ละ 50 บาท พร้อมบริการส่งถึงบ้านในรัศมี
2 กิโลเมตร และรายได้จากการจำหน่ายสินค้าซึ่งเฉลี่ยแต่ละสาขาไม่เท่ากัน
สิ่งเหล่านี้ เป็นค่าบริการ และบริการที่ไม่ได้แตกต่างจากร้านค้าปลีก สินค้าบันเทิงทั่วไป
แต่สินค้าที่มีในร้าน "IMAGINE" จากกว่า 30 บริษัทคู่ค้า และระบบการจัดการที่แกรมมี่
เน็ตเวิร์คทุ่มทุนเต็มที่ เป็นเรื่องที่น่าหวั่นไม่น้อยสำหรับร้านค้าปลีกสินค้าบันเทิง
รวมทั้งร้านเช่าวิดีโอ ซึ่งคงจะหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องเจอกับโฮมเอนเตอร์เทนเม้นท์ในนาม
"IMAGINE" นี้แน่นอน