Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มิถุนายน 2548








 
นิตยสารผู้จัดการ มิถุนายน 2548
หุ้นน้องใหม่กลุ่มยานยนต์             
 


   
www resources

โฮมเพจ สหมิตรเครื่องกล

   
search resources

สหมิตรเครื่องกล, บมจ.
Auto-parts




เพิ่งเข้าทำการซื้อขายวันแรกเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม วันถัดมาก็ขึ้นเครื่องหมาย XD เพื่อจ่ายปันผลจากผลการดำเนินงานงวดปี 2547 ให้กับผู้ถือหุ้นทันที ในอัตราหุ้นละ 10 สตางค์ เรียกว่าเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่ช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับหุ้นของบริษัทสหมิตรเครื่องกล หรือ SMIT ได้โดยไม่ต้องใช้กรีนชู ออปชั่น มาช่วยเหมือนกับหุ้นใหม่หลายๆ ตัวในช่วงหลัง ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เพราะจากราคาจองหุ้นละ 2.75 บาท เข้าตลาดวันแรกราคาปรับขึ้นไปถึง 5.35 บาท ก่อนจะปิดตลาดที่ 5.25 บาท คิดเป็นผลกำไรให้กับผู้จองซื้อหุ้นเท่ากับ 90.90%

ธุรกิจของสหมิตรเครื่องกลคือการเป็นตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบที่ใช้ทำแม่พิมพ์และเครื่องมือ รวมถึงการจำหน่ายเครื่องจักร และอุปกรณ์สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์กระดาษและเยื่อกระดาษ โดยมีฐานลูกค้าราว 2,000 ราย อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนคิดเป็นสัดส่วน 50% ของรายได้ทั้งหมด อีก 20% มาจากอุตสาหกรรมกระดาษและสิ่งพิมพ์ ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้และอิเล็กทรอนิกส์

เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้กว่า 200 ล้านบาท ถูกแบ่งไปใช้ชำระหนี้ 45 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้สหมิตรเครื่องกลปลอดหนี้ระยะยาว และจะใช้ในโครงการชุบแข็งเหล็กอีก 130 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนต่อไป

ผู้บริหารสหมิตรเครื่องกลคาดว่าจะเปิดให้บริการชุบแข็งเหล็กได้ในช่วงต้นปี 2549 โดยจะเป็นบริการต่อเนื่องของผลิตภัณฑ์ เหล็กแข็งสำหรับทำแม่พิมพ์และเครื่องมือ (Special Steel) เนื่องจากปัจจุบันลูกค้าที่ซื้อเหล็กแข็งจากบริษัทจะต้องนำไปชุบแข็งเหล็กก่อนนำไปใช้งานอยู่แล้ว การเปิดบริการดังกล่าวเพิ่มขึ้น จะช่วยให้บริษัทเป็นผู้ให้บริการครบวงจรในอุตสาหกรรมผลิตแม่พิมพ์และเครื่องมือ ซึ่งไม่เพียงการรักษาฐานลูกค้าเดิมเอาไว้ แต่ยังสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น และในอนาคตยังใช้ผลิตวัสดุสิ้นเปลือง เช่น ใบมีด ใบเลื่อย เพื่อจำหน่ายให้ลูกค้าทดแทนการนำเข้าได้อีกด้วย

"คิดว่าโครงการชุบแข็งเหล็กจะใช้เวลาคืนทุนประมาณ 5-6 ปี เพราะการที่เรามีบริการนี้เพิ่มขึ้นน่าจะช่วยให้ขายสินค้าเพิ่มขึ้นได้ปีละประมาณ 20%" ชัยศิลป์ แต้มศิริชัย กรรมการผู้จัดการ สหมิตรเครื่องกล กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานของสหมิตรเครื่องกลในระหว่างปี 2544-2546 มีรายได้ 1,038 1,085 และ 1,267 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 10.54% ต่อปี โดยมีกำไรสุทธิ 60.46, 65.76 และ 43.54 ล้านบาท ส่วนในปีที่ผ่านมามีรายได้รวม 1,416 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิ 126.33 ล้านบาท

สหมิตรเครื่องกลเป็นบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มยานยนต์เป็นรายที่ 4 ในปีนี้ โดยก่อนหน้านี้ได้แก่ ยานภัณฑ์ (YNP) เคพีเอ็น ออโตโมทีฟ (KPN) และสมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) ตามลำดับ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us