|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ ฉบับ มิถุนายน 2548
|
 |

จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการปลูกบ้านไว้อยู่เองริมแม่น้ำ ทำให้การวางผังตลอดจน landscape ของบ้านน้ำปิง ถูกกำหนดเอาไว้
ไม่ให้ทำลายทัศนียภาพ ยิ่งเมื่อเจ้าของเป็นคนชอบปลูกต้นไม้ ยิ่งทำให้ boutique resort แห่งนี้ กลมกลืนเข้ากับธรรมชาติไปได้โดยบังเอิญ
แม่น้ำปิงช่วงอำเภอสารภี รอยต่อระหว่างจังหวัดเชียงใหม่กับลำพูน ไม่กว้างมากนัก พื้นที่ส่วนใหญ่ริมแม่น้ำเป็น แปลงผัก ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูเงียบ สงบ มีเพียงเสียงเครื่องบินซึ่งกำลังลดระดับเพื่อลงจอดยังสนามบินเชียงใหม่เท่านั้นที่เข้ามาให้ได้ยินบ้างเป็นบางช่วง แต่ก็ถือว่าเล็กน้อย เพราะระยะของเครื่องบินถือว่าอยู่ไกล จึงไม่เป็นการรบกวน
ณ หทัย ตั้งกิตติวุฒิกุล เลือกใช้พื้นที่บริเวณนี้ ซึ่งเป็นที่ดินริมแม่น้ำ เนื้อที่ 3 ไร่เศษ เป็นสถานที่ตั้งของ boutique resort ระดับหรูที่มีชื่อว่า "บ้านน้ำปิง"
ในกลุ่ม Hotel de Charm ณ หทัย ถือว่าอยู่ในรุ่นกลางๆ เธออายุน้อยกว่าอมรดิษฐ์ สมุทรโคจร กับไพโรจน์ โกสุมขจรเกียรติ์ หลายปี แต่ก็ถือเป็นพี่ๆ ของน้องๆ ที่เหลือ
ณ หทัยเป็นคนสารภีโดยกำเนิด เรียนจบมัธยมต้นจากโรงเรียนเรยีนา เชรี และมัธยมปลายจากปรินส์ รอยแยลส์ วิทยาลัย ก่อนจะสอบติดคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พื้นฐานครอบครัวทางบ้านทำสวนลำไย และมารดาทำธุรกิจจัดสรรที่ดิน
หลังจบจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อปี 2531 ณ หทัยเข้ามาทำงานกับบริษัท KS&S ซึ่งทำธุรกิจเอเย่นต์ขายตั๋วเครื่องบินอยู่ในกรุงเทพฯ 2 ปี ก็นำประสบการณ์จากที่นี่ ขึ้นมาเปิดธุรกิจขายตั๋วเครื่องบินเป็นของตัวเองที่บ้านเกิด ในอำเภอสารภี โดยมีกลุ่มลูกค้าประจำ เป็นผู้บริหาร และพนักงานที่ทำงานอยู่ในโรงงานซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมลำพูน
จนเมื่อ 3 ปีก่อน เธอเริ่มมองหาที่ดินริมแม่น้ำ เพื่อปลูกบ้านพักอาศัยให้กับตัวเอง
ตอนซื้อที่ตอนแรกตั้งใจแค่ต้องการปลูกบ้าน แล้วส่วนตัวก็เป็นคนชอบสะสมพันธุ์เฮลิโคเนีย และบ้านเดิมที่มีอยู่ก็ล้นแล้ว จึงอยากหาที่ใหม่ ตอนแรกก็ปลูกเป็นบ้านหลังเดียวเล็กๆ ต่อมาอยู่หลังเดียวมันเหงา ก็เลยเปลี่ยนมาทำเป็นรีสอร์ต เพราะเห็นว่าทำเล ใช้ได้กะว่าจะทำเป็นรีสอร์ตเล็กๆ สบายๆ เธอเล่า
ก่อนตัดสินใจซื้อที่ดินแปลงนี้ ณ หทัยเดินทางมาดูหลายครั้ง ทั้งในช่วงของน้ำขึ้น และน้ำลง เพื่อที่จะดูว่าหากเป็นช่วงน้ำลง จะลงลึกไปถึงที่สุดแค่ไหน
ด้วยความที่วัตถุประสงค์ตั้งแต่แรกเริ่มก่อสร้าง ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นสถานที่เพื่อรับนักท่องเที่ยว ดังนั้นการวางแปลน ตลอดจนการจัด landscape จึงทำตามใจของผู้ที่ต้องการเข้ามาอยู่เอง เมื่อผนวกกับความที่เป็นคนชอบปลูกต้นไม้เป็นทุนเดิม หลังเปลี่ยน วัตถุประสงค์จากบ้านมาเป็น boutique resort บ้านน้ำปิงจึงจัดเป็นรีสอร์ตหรูแห่งหนึ่งที่ไม่รบกวนธรรมชาติ
ตลอดแนวยาว 289 เมตร เลียบฝั่งแม่น้ำ นอกจากล็อบบี้ที่อยู่ตรงกลางแล้ว มีบ้านปลูกเรียงรายอยู่เพียง 8 หลัง ระดับความห่างจากริมตลิ่งถึงตัวบ้าน ก็ลดหลั่นกันไป
เมื่อไปยืนมองจากฝั่งตรงข้ามของ แม่น้ำ บ้านที่ถูกสร้างขึ้นมาแต่ละหลัง เมื่อผสมผสานกับต้นไม้ที่ ณ หทัยเลือกหามาปลูกใหม่ จึงดูกลมกลืนไปกับทัศนียภาพบริเวณชายฝั่ง จนบางคนแทบ ดูไม่ออกว่าที่นี่เป็นสถานที่พักอาศัยของนักท่องเที่ยว
เฟอร์นิเจอร์ที่นำมาใช้ ณ หทัยจะเป็นผู้ไปเลือกซื้อด้วยตนเอง และทุกชิ้น เธอจะต้องทดลองใช้ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ
บ้านน้ำปิงเพิ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงไฮซีซัน ของปีที่แล้ว ดังนั้นอายุของรีสอร์ตแห่งนี้จึงไม่ถึง 1 ปี เพิ่งผ่านการต้อนรับนักท่องเที่ยวมาเพียงฤดูกาลเดียว แต่ยอดของคนที่เข้ามาพัก จัดอยู่ในระดับที่ ณ หทัยพอใจไม่น้อย โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ 2548 จากที่รีสอร์ตแห่งนี้สามารถ รับคนได้เต็มที่ประมาณ 20 คน แต่กลับมีคนเข้ามาพักถึง 35 คน ทุกห้องเต็มจนล้น
"ลูกค้าฝรั่งที่มาที่นี่ บอกว่าเขาชอบที่นี่ เพราะเป็นธรรมชาติ และดูไม่เหมือนว่าเป็นโรงแรม บางคนยังจองล่วงหน้าเอาไว้จนถึงเดือนธันวาคมนี้"
คำว่าไม่เหมือนโรงแรมที่สะท้อนออกมาจากปากของลูกค้า ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากอัธยาศัยที่ผู้เป็นเจ้าของมีให้กับลูกค้า
"คือการบริการ เราไม่ได้คิดว่าเป็นแขกที่ต้องคิดจุกจิกทุกอย่าง อย่างน้ำดื่มนี่ให้ฟรีตลอด ชา กาแฟก็ฟรี บางทีมีขนมอะไรก็มาแบ่งแขกกิน คือไม่ได้ชาร์จทุกอย่าง ทุกเมนู"
บ้านน้ำปิงเข้ามาอยู่ในกลุ่ม Hotel de Charm จากการแนะนำของไพโรจน์ โกสุมขจรเกียรติ์ ที่รู้จักกับ ณ หทัยมาก่อนตั้งแต่ยังอยู่สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ และเห็นว่าบ้านน้ำปิง มีบุคลิกและคุณสมบัติตามที่กลุ่ม Hotel de Charm ต้องการ
ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของลูกค้า เพราะหลายครั้งที่มีการส่งลูกค้าผ่านจากโรงแรมในกลุ่มที่อยู่ในเมืองมาที่บ้านน้ำปิง หากลูกค้ามีความประสงค์จะหาที่พักริมแม่น้ำ และหลายครั้งอีกเช่นกัน ที่ ณ หทัยแนะนำลูกค้าให้ไปพักที่ Tamarind Village หากต้อง การเข้าเมือง หรือรับประทานอาหารเย็นที่เก๊าไม้ล้านนา หรือสวายเรียง
|
|
 |
|
|