|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"แม็ทชิ่ง สตูดิโอ" ตีจากบริษัท Take @ Look ขายหุ้นให้กับมาสเตอร์ แอด-สามารถ คอร์ปอเรชั่น ที่เข้ามาถือหุ้นเพิ่มชี้ไม่กระทบต่อบริษัท ขณะที่ผู้บริหารมาสเตอร์ แอดยังเชื่อมั่นปีนี้รายได้ไม่ต่ำกว่า 700 ล้านบาท เตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ป้ายมัลติวิชัน ดิสเพลย์
นายอัครรัสมิ์ รัตโนทัยธร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัทมาสเตอร์ แอด จำกัด (มหาชน) (MACO) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาบริษัท Take@ Look มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น โดยบริษัทแม็ทชิ่ง สตูดิโอที่ถือหุ้น 25% ได้ถอนตัวออกมา และขายหุ้น ให้กับบริษัทสามารถ คอร์ปอเรชั่น ซึ่งทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 50% เพิ่มเป็น 66.6% และบริษัทมาสเตอร์ แอด โดยสัดส่วนถือหุ้นจาก 25% เพิ่มเป็น 33.3% สาเหตุที่บริษัทแม็ทชิ่ง สตูดิโอขายหุ้นออกมา เนื่องจากบริษัทแม็ทชิ่ง สตูดิโอ มีแผนที่จะทำป้ายอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน
การที่บริษัทแม็ทชิ่ง สตูดิโอถอนตัวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อ Take@ Look เนื่องจากปัจจุบันบริษัท สามารถฯ ทำหน้าที่ดูแลทางด้านเทคโนโลยี ส่วนบริษัทมาสเตอร์ แอด ทำหน้าที่ด้านการตลาด
ทั้งนี้บริษัท Take@ Look ได้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 500 ล้านบาทเพิ่มขึ้นเป็น 1 พันล้านบาท นำไปขยายธุรกิจสร้างป้ายอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น
ภายในปีนี้บริษัทจะทำป้ายโฆษณา โดยจะมีการตั้งเสาใหม่ที่การท่าเรือริมทางด่วน โดย จะใช้เงินลงทุน 25-27 ล้านบาท และมีสัญญา 5 ปี ซึ่งคาดว่าจะทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นมาก และบริษัทยังได้ทำสัญญากับกรุงเทพมหานคร ในระยะเวลา 9 ปี ซึ่งจะทำป้ายโฆษณา ไตรวิชันใต้สะพานลอย บริเวณตอม่อ ซึ่งจะติดตั้ง 40-440 จุด โดยใช้เงินลงทุน 200 ล้านบาท คาดว่าจะมีรายได้เข้ามาภายในไตรมาส 4 นี้
บริษัทยังจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่คือ มัลติวิชัน ดิสเพลย์ ป้ายโฆษณาที่สามารถเปลี่ยนภาพโฆษณาได้ประมาณ 10 ภาพ ซึ่งคาดว่าจะช่วยทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่าต่อป้าย ซึ่งคาดว่าจะใช้ได้ในต้นไตรมาส 4 ในช่วงที่ผ่านมาได้ไปลงทุนในประเทศจีน โดยได้มีการตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นมา และยังได้ส่งสินค้าไปขายในประเทศมาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฮ่องกง, เกาหลีใต้และกำลังเจรจากับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในส่วนของประเทศอินโดนีเซียนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาที่จะทำธุรกิจร่วมกันมากขึ้น
บริษัทจะออกผลิตภัณฑ์ป้ายจราจรอัจฉริยะ ซึ่งจะติดตั้ง 40 แห่ง แบ่งเป็นบริเวณแยกร่วมสายหลัก 26 แห่ง และเส้นทางก่อนเข้าทางด่วนจำนวน 14 แห่ง โดยจะติดตั้งประมาณปลายไตรมาส 3 และคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ภายในไตรมาส 4
นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนที่จะติดตั้งป้ายโฆษณาบริเวณเส้นทางที่จะไปสนามบินสุวรรณภูมิ คือ บริษัทบางนา และมอเตอร์เวย์ ซึ่งจะมีประมาณ 10 เสา ในส่วนของป้ายโฆษณาในสนามบินสุวรรณภูมินั้น บริษัทก็ให้ความสนใจที่จะเสนอตัวแต่จะต้องรอให้ร่างระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างหรือร่างทีโออาร์ออกมาเสียก่อน
ทั้งนี้ภายในปีนี้บริษัทจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 700 ล้านบาท โดยในไตรมาสแรกและไตรมาส 2 น่าจะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ในไตรมาส 3 และ 4 จะมีรายได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีรายได้จากโครงการใหม่ๆ ที่เริ่มจะรับรู้รายได้ภายในครึ่งปีหลังนี้
|
|
 |
|
|