|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
ซีเอสทีโต้ผลทดสอบเนคเทค ที่อ้างว่าบัตรสมาร์ทการ์ดไม่เหมาะกับการใช้งานในรูปแบบมัลติ-แอปพลิเคชั่น ยันพร้อมชี้แจงนายกฯ มั่นใจทำตามทีโออาร์ที่เขียนโดยตัวแทนไอซีที มหาดไทย และเนคเทค ทุกขั้นตอน
นายธนพล เจิมประไพ กรรมการผู้จัดการ บริษัทซิสโก้ เอ็นจิเนียริ่ง ตัวแทนกิจการร่วมค้าซีเอสที ผู้ชนะการประมูลบัตรประชาชนอเนกประสงค์หรือสมาร์ทการ์ดจำนวน 12 ล้านใบ มูลค่า 888 ล้านบาท กล่าวว่า จากผลทดสอบสมาร์ทการ์ดที่นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) รายงานหลังจากที่ได้มีการนำบัตรไปตรวจสอบการใช้งานในด้านเทคนิคและซอฟต์แวร์ว่ามีคุณสมบัติที่สามารถใช้งานได้แต่ไม่รองรับระบบการจัดเก็บข้อมูลได้นั้น ทางกลุ่มยินดีและพร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรนายกรัฐมนตรีถึงข้อปัญหาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและชี้แจงถึงคุณสมบัติในด้านการใช้งานของบัตรสมาร์ทการ์ด
“เราพร้อมชี้แจงกับท่านนายกฯ โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่าบัตรดังกล่าวส่วนไหนที่ใช้งานได้และส่วนไหนที่ใช้ไม่ได้ ซึ่งหากเป็นจริงตามที่เนคเทคพิสูจน์เราก็ยอมรับ แต่ถ้าไม่ใช่แล้วมีการยกเลิก รัฐบาลต้องชี้แจงให้ชัดเจน”
นายธนพลย้ำว่าตามขั้นตอนการประมูล กลุ่มซีเอสทีทำถูกต้องและเป็นไปตามทีโออาร์ทุกอย่างซึ่งการประมูลครั้งนี้มีผู้เข้าร่วม 5 รายแต่ไม่ผ่านเทคนิค 2 ราย และในขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่จะประมูลอิเล็กทรอนิกส์หรืออี-ออคชั่น ก็ได้มีการนำสมาร์ทการ์ด 50 ใบ มาทดสอบว่าถูกต้องตามสเปกหรือไม่ ซึ่งทั้ง 3 รายก็ผ่านเข้ามาในขั้นตอนอี-ออคชั่น จนได้กลุ่มซีเอสที เสนอราคาต่ำสุดที่ 888 ล้านบาท
สำหรับชิปที่บรรจุลงในสมาร์ทการ์ดนั้น เป็นชิปรุ่นใหม่สุดของซีเอสที ไม่ใช่รุ่นที่ค้างสต็อก โดยเป็นรุ่น ST19 สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างเต็มที่ ในการบรรจุข้อมูลการลงโปรแกรมการเข้ารหัส ซึ่งทางเอสทีไม่เข้าใจในผลการทดสอบ ที่มีการกล่าวว่าไม่รองรับระบบมัลติแอปลิเคชั่นได้
ทั้งนี้บัตรที่นำมาส่งมอบนั้นจะเป็นฟูลลี่ซิสเต็มแอปลิเคชั่นสามารถตอบสนองได้ทุกซอฟต์แวร์การใช้งาน โดยเฉพาะจาวา ซึ่งนายธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้เชี่ยวชาญจากทางเนคเทคได้ยืนยันว่าสามารถรองรับได้ อีกทั้งในส่วนชิปนั้นตามทีโออาร์กำหนดไว้เพียง 32 Kแต่ เอสทีได้เพิ่มอีกส่วนหนึ่งให้ฟรีจำนวน 34K เพื่อให้สามารถนำไปใช้ส่วนงานอื่นแต่ก็ยังแจ้งอีกว่าไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งในส่วนนี้กลุ่มซีเอสทีไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในการตรวจสอบดังกล่าว
นายธนพล กล่าวว่า กระทรวงไอซีทีได้มีการลงนามในการจัดซื้อแล้ว หากทางรัฐบาลไม่เห็นชอบหรือมีการยกเลิกการจัดซื้อ ในส่วนนี้ใครจะรับผิดชอบซึ่งกลุ่มซีเอสทีอาจจะต้องมีวิธีดำเนินการต่อไป เพราะได้เกิดความเสียหายในด้านการลงทุนที่ได้มีการผลิตบัตรแล้ว 12 ล้านใบ โดยที่เงินยังไม่ได้รับแต่อย่างใด
แหล่งข่าวในวงการไอทีกล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นรัฐบาลจะต้องดูปัญหาของระบบการใช้งานด้วย ซึ่งอาจจะเป็นที่ระบบการจัดเก็บทางด้านกระทรวงมหาดไทยอาจจะมีปัญหาได้ นอกเหนือจากดูเรื่องบัตรอย่างเดียว เนื่องจากบัตรสมาร์ทการ์ดนั้น เทคโนโลยีจะเป็นของต่างประเทศ อีกทั้งผู้ชนะรายนี้ยังเป็นผู้ผลิต 1 ใน 3 ของโลกอีกด้วย ซึ่งมองดูแล้วเป็นเรื่องที่แปลก เหมือนมีอะไรอยู่เบื้องหลัง อีกทั้งก่อนหน้าที่จะมีการประมูลรอบ 2 ทางกระทรวงไอซีที ได้มีการให้มีคณะกรรมการชุดใหม่ ขึ้นมาร่างทีโออาร์ โดยมีตัวแทนทั้งไอซีที มหาดไทยและเนคเทค
เขากล่าวว่าระบบที่มหาดไทยใช้เป็นระบบที่ใช้งานมาแล้ว 3 ปี ยังไม่มีการปรับปรุงซึ่งในส่วนนี้ควรที่จะไปดูด้วย นอกเหนือจากการนำบัตรมาตรวจสอบ อีกทั้งข้อมูลที่บรรจุลงไปในบัตร ไม่ทราบว่าทางมหาดไทยหรือหน่วยงานรัฐจะอัดข้อมูลลงไปในจำนวนขนาดไหนทั้งๆที่เป็นแค่ ชื่อ ที่อยู่ เลขที่บัตรประชาชน 13 หลัก รูปภาพ ลายพิมพ์นิ้วมือ ข้อมูลหลักประกันสุขภาพ ประกันสังคม เสียภาษี ซึ่งปกติทุกวันนี้บัตรแถบแม่เหล็กยังสามารถใช้งานได้ไม่แพ้กับบัตรสมาร์ทการ์ดเพียงแต่ไม่มีการเชื่อมต่อในรูปแบบลายพิมพ์นิ้วมือเท่านั้น
|
|
 |
|
|