|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ ฉบับ ธันวาคม 2526
|
 |
จากสี่แยกโคลีเซียม ตรงแน่วเข้าไปทางถนนอุรุพงษ์ที่เพิ่งตัดใหม่ประมาณ 150 เมตร ร้าน “ติ๊ก” จะตั้งอยู่ริมถนนด้านขวามือ สังเกตเห็นได้ไม่ยากเย็น
มองจากภายนอก..ร้านขนาดหนึ่งคูหาที่ตกแต่งได้น่ารัก กระจุ๋มกระจิ๋ม ก็คล้ายๆ กับร้านประเภท “สแน็กบาร์” ซึ่งขายอาหารว่าง ไอศกรีม และน้ำชากาแฟทั่วไป
แต่สำหรับบางคน จะเห็นว่าไม่ค่อยจะทั่วๆ ไปเท่าไหร่ เพราะบังเอิญเจ้าของร้านติ๊ก นั้นชื่อ เริงชัย มะระกานนท์ คนที่มีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย
นานนับเดือนมาแล้วที่เริงชัยเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ค่อยอยากคุยกับผู้สื่อข่าว หนังสือพิมพ์ฉบับไหนติดต่อขอคุยด้วยก็มักจะได้คำตอบจากเลขาหน้าห้องว่างานยุ่ง ไม่มีเวลาเลยค่ะ” ทั้งที่ก่อนหน้านี้เริงชัยจัดเป็นบุคคลหมายเลข 2 น้อยกว่า ดร. ศุภชัย พานิชภักดิ์ นิดหน่อยด้านพบปะสื่อมวลชน
“เหนื่อยน่ะ เหนื่อยจริงครับ และงานก็ยุ่งด้วย แต่นอกเหนือจากนั้นก็คือ คุณเริงชัยไม่อยากออกความเห็นใดๆ ต่อข่าวที่เกิดขึ้น เพราะคุณเริงชัยทราบดีว่านักข่าวที่อยากนั้น ต้องการถามเรื่องอะไร... “ คนในแบงก์ชาติบอกเหตุผล
แน่นอน กรณีพัฒนาเงินทุนกับอีก 2 บริษัทการเงินในเครือต้องปิดกิจการนั้น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ถือตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือกระทั่งหนังสือพิมพ์ ล้วนต้องการทราบเรื่องราวความเป็นมา และเป็นไปจากปากผู้อำนวยการฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน ซึ่งรับผิดชอบดูแลสถาบันการเงินประเภทนี้โดยตรง และข่าวที่ออกมาก่อนหน้าสถานการณ์จะคลี่คลาย เป็นว่าพัฒนาเงินทุนและอีก 2 บริษัทต้องล้ม ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าเริงชัยมีบทบาทเป็นทัพหน้าวิ่งไปเจรจากับธนาคารพาณิชย์เพื่อให้เข้ามาช่วยกันแก้ไปปัญหา
ไม่ว่าโดยข้อเท็จจริง เริงชัยจะรับทราบเรื่องราวได้ลุ่มลึกแค่ไหนเพียงใด แต่ทุกคนก็อยากจะทราบจากปากของเขา
แต่ดูเหมือนเริงชัยเองตกอยู่ในฐานะน้ำท่วมปาก ถึงอยากพูดอยากแถลงทุกสิ่งทุกอย่างออกมาก็คงทำไม่ได้ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าตำแหน่งผู้อำนวยการของเขา
และก็เพราะสภาพน้ำท่วมปากนี่แหละเริงชัยจึงต้องตกอยู่ในฐานะหนังหน้าไฟ เช่นเดียวกับผู้อำนวยการฝ่ายนี้คนอื่นๆ อีกด้วย
หนึ่งเดือนเต็มที่เริงชัยไม่พูด เป็นหนึ่งเดือนที่เต็มไปด้วยข่าวลือที่เกี่ยวกับตัวเขา เลวร้ายที่สุดก็คือการกล่าวหาว่าเขารู้เห็นเป็นใจกับบรรดาเจ้าของกิจการที่เป็นปัญหา
ข่าวว่าเขาจะลาออกเพราะสภาพอึดอัดที่เกิดขึ้น ก็พูดกันเซ็งแซ่
“โธ่ คุณไปว่าแกทำไม คุณเริงชัยทั้งเนื้อทั้งตัวแกก็มีร้านขายไอติมกับเขาอยู่ อย่างอื่นแกจะมีอะไร้... คนในแบงก์ชาติคนเดิมกล่าวเชิงวิงวอน ก่อนจะเสริมอีกว่า “ผมว่าตำแหน่งนี้มันอาถรรพ์ ใครมานั่งแล้วต้องร้อนรุ่มอยู่เรื่อย เรียกว่าพอนั่งปั๊บ ก็เตรียมเอากระดูกมาแขวนคอไว้แล้ว จึงไม่มีใครอยากมาอยู่กัน”
“นี่ผมเองก็ยังเป็นห่วงคนดีๆ อย่างคุณเริงชัย เดี๋ยวก็จะตัดสินใจออกไปขายไอติมดีกว่า อีกคน” แหล่งข่าวตบท้าย
|
|
 |
|
|