Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน16 พฤษภาคม 2548
AISขู่ตัดสัญญาณเชื่อมดีแทค             
 


   
www resources

AIS Homepage
โฮมเพจ DTAC
โฮมเพจ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย

   
search resources

แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส, บมจ.
โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น, บมจ.
Mobile Phone
ทีโอที, บมจ.




เอไอเอสเตรียมตัดการเชื่อมต่อตรงดีแทค หลังตกเป็นจำเลยสังคม หาว่าบล็อกสัญญาณทั้งที่ไม่ได้ทำ เพื่อให้เหลือการเชื่อมต่อผ่านโครงข่ายทีโอที ผู้บริหารย้ำการต่อตรงผิดสัญญาร่วมการงาน แต่ที่ผ่านมาเห็นแก่ประโยชน์ผู้ใช้บริการ ด้านประธานกทช.แจงการตัดท่อเชื่อมต่อตรงเป็นเรื่องข้อตกลงของผู้ให้บริการสามารถทำได้ วอนเห็นใจกทช.อยากจัดการแก้ทุกปัญหาให้เร็ว แต่ถูกกม.บล็อกให้ใช้อำนาจได้เฉพาะกับผู้ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น

นายวิเชียร เมฆตระการ รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานปฏิบัติการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอส เตรียมตัดการเชื่อมต่อตรงกับดีแทคและจะให้เหลือเพียงการเชื่อมต่อผ่านบริษัท ทีโอที เท่านั้น เพราะที่ผ่านมาเอไอเอสถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ที่บล็อกสัญญาณโทรศัพท์มือถือของผู้ให้บริการรายอื่นไม่ให้โทร.เข้ามาเครือข่ายเอไอเอสได้ ทั้งๆ ที่เอไอเอสไม่ได้บล็อกสัญญาณแต่อย่างใด

"เอไอเอสจะปิดท่อต่อตรงกับดีแทคทันทีที่ทีโอทีมีการขยายวงจรเชื่อมโยงแล้วเสร็จ"

เอไอเอสมีการต่อเชื่อมวงจรเพื่อการสื่อสาร โทร.เข้าออกของลูกค้าระหว่างเครือข่ายเอไอเอส กับเครือข่ายผู้ให้บริการรายอื่น 2 ลักษณะ คือ 1. เป็นการต่อเชื่อมผ่านโครงข่ายของทีโอที ซึ่งเป็นการระบุตามเงื่อนไขสัญญาร่วมการงาน และ 2.เป็นการต่อตรงกับโอเปอเรเตอร์รายอื่นซึ่งเอไอเอสมีการต่อตรงกับดีแทคจำนวน 400 วงจร แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 300 วงจร ต่างจังหวัด 100 วงจร และมีการต่อตรงกับบริษัท ทีทีแอนด์ที

"ข้อตกลงกับดีแทคเป็นลักษณะ Bilateral คือดีแทคโทร.เข้ามาได้ตามการเชื่อมโยง 400 วงจรและเอไอเอสก็โทร.ออกได้ 400 วงจร โดยที่แต่ละฝ่ายรับผิดชอบการลงทุนในส่วนของตัวเอง"

สำหรับวงจรต่อตรงระหว่างเอไอเอสกับดีแทค 1 วงจรจะรองรับการใช้งานได้พร้อมกันประมาณ 60 เลขหมาย ซึ่งหมายถึงลูกค้าดีแทค 2.4 หมื่นคนจะโทร.พร้อมๆ กันเข้ามาโครงข่ายเอไอเอสผ่านวงจรต่อตรงได้ แต่ในความเป็นจริง จำนวน 400 วงจรนี้มีการใช้งานจนล้นแล้ว โดยเฉพาะเมื่อการตลาดทำสงครามราคาอย่างรุนแรงไม่ว่าจะเป็นนาทีละ 25 สตางค์ หรือการกระตุ้นให้ลูกค้าโทร.นานๆ ก็มีส่วนทำให้เกิดปัญหาการใช้งานมากขึ้น

"ลูกค้าเอไอเอสจะไม่เจอปัญหาพวกนี้ เพราะเราวางแผนด้านเครือข่ายรองรับการใช้งานอย่างดี และลูกค้าเราเพียง 10% เท่านั้นที่โทร.นอกเครือข่าย"

นายวิเชียรกล่าวว่าการต่อเชื่อมโดยตรงระหว่างผู้ให้บริการนอกจากเอไอเอสกับดีแทค เอไอเอสกับทีทีแอนด์ที ก็มีดีแทคกับออเร้นจ์และ ดีแทคกับทีทีแอนด์ที ซึ่งการเชื่อมต่อแบบนี้ หากพิจารณาตามสัญญาร่วมการงานจะถือว่าผิดสัญญา เพราะสัญญาระบุให้ต้องมีการเชื่อมต่อผ่านโครงข่ายของทีโอทีเท่านั้น แต่ที่ผ่านมาการต่อตรงเกิดขึ้นในช่วงที่การใช้บริการโทรศัพท์มือถือมีจำนวนมากขึ้นในขณะที่การขยายวงจรเชื่อมโยงของทีโอที ไม่เพียงพอรองรับปริมาณการใช้งาน ทำให้ผู้ให้บริการต้องหาทางออกร่วมกันด้วยการต่อเชื่อมโดยตรง โดยมองประโยชน์ของลูกค้าและผู้ใช้บริการเป็นหลัก ซึ่งทีโอทีก็ไม่ได้เคร่งครัดในเรื่องนี้ เพราะทีโอทีก็มีรายได้จากส่วนแบ่งตามสัญญาร่วมการงานจากเอไอเอสอยู่แล้ว รวมทั้งยังได้รับรายได้จากค่าแอ็กเซสชาร์จจากดีแทค ยิ่งมีการใช้งานมากทีโอทีก็จะยิ่งได้ประโยชน์

"เอไอเอสกำลังเป็นจำเลยของสังคม แม้จะออกมาพูดก็ไม่ได้บล็อกสัญญาณก็ไม่มีคนเชื่อ เพราะคนที่พูดก่อนถูกมองว่าเป็นคนพูดถูก ในขณะที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับเรื่องการเชื่อมต่อตรง เอไอเอสก็ให้ทีโอทีเป็นคนกลางแก้ปัญหาดังกล่าวจะเหมาะสมกว่า"

ด้านพล.อ.ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่าการต่อเชื่อมตรงเป็นเรื่องระหว่างผู้ให้บริการตกลงกันเอง ไม่ได้อยู่ในสัญญาร่วมการงาน ดังนั้นหากมีการตัดการเชื่อมต่อก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ในส่วนของกทช.ทำหน้าที่ได้ในลักษณะเป็นคนกลางคอยช่วยไกล่เกลี่ยประนีประนอมให้ ไม่สามารถสั่งการด้วยมาตรการอะไรที่เด็ดขาดได้ เพราะตามกม.ยังไม่มีอำนาจเข้าไปกำกับดูแลเนื่องจากยังไม่ได้ออกใบอนุญาตให้

"กทช.อยากเข้าไปจัดการปัญหาต่างๆ ให้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาการโทร.ข้ามเครือข่ายหรือเรื่องเลขหมาย แต่กม.ก็บล็อกเราเหมือนกัน ให้กำกับดูแลเฉพาะผู้ได้รับใบอนุญาตทำให้กทช.ดูเหมือนทำอะไรไม่ค่อยทันใจ ทั้งๆ ที่เรารู้ถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากการใช้บริการ"

ก่อนหน้านี้ นายมนัส ทรงแสง รองเลขาธิการกทช. กล่าวถึงการแก้ปัญหาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรศัพท์มือถือว่าจะเสนอให้กทช.พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างกทช.และผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกราย เพื่อเข้ามาตรวจสอบทางเทคนิคถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะวิเคราะห์และหาแนวทางแก้ปัญหาต่อไป ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปรายละเอียดและแก้ปัญหาได้ภายใน 1-2 สัปดาห์

ส่วนนายวิชัย เบญจรงคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ดีแทค กล่าวว่าดีแทคมีอัตราการโทร. สำเร็จจากการโทร.ข้ามเครือข่ายเพียง 4% จากอดีตในช่วงเวลาปกติโทร.สำเร็จ 50% และช่วงเวลาเร่งด่วน 25% ดังนั้นเมื่อเทียบกันแล้วถือว่าตัวเลขการโทร. สำเร็จนั้นได้ลดลงจากเดิมมาก   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us