|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
บุญรอดปรับทิศการรุกตลาดเบียร์ มุ่งหน้าสร้างแบรนดิ้งหวังเพิ่มสัดส่วนตลาดต่างประเทศ ยอมรับการขยายตลาดใหม่ในไทยยาก เพราะข้อจำกัดเพียบ ต้องรักษาฐานตลาดเก่าเอาให้มากที่สุด เผยเวทีนางงามเป็นจุดสร้างแบรนด์ทั่วโลกได้อย่างดี พร้อมลุยเครื่องดื่มใหม่ เปิดตัวชาเขียว โมชิ ลงตลาด
นายฉัตรชัย วิรัตนโยสินทร์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า นโยบายการทำตลาด ของกลุ่มบุญรอดฯ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เบียร์จากนี้จะพยายามรักษาฐานตลาดเก่าเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เพราะการขยายตลาดใหม่ๆ นั้นมีความลำบากกว่า อีกทั้งยังจะเป็นการสวนทางกับนโยบายรัฐบาลด้วย นอกจากนั้นยังเป็นผลกระทบจากมาตรการของภาครัฐต่างๆ ที่ทำให้การทำตลาดเบียร์ยากกว่าอดีตมากขึ้น เช่น การห้ามโฆษณาในช่วงเวลาที่กำหนด หรือการจำกัดเวลาในการจำหน่ายเบียร์ และมาตรการรณรงค์ต่างๆ ในช่วงเทศกาลที่สำคัญ เป็นต้น
แผนการทำตลาดเบียร์จึงต้องปรับหันไปให้ความสำคัญกับตลาดต่างประเทศมากขึ้น รวมทั้งการขยายไลน์ธุรกิจอื่นๆ ทั้งในและนอกประเทศด้วย ซึ่งตลาดเบียร์นั้นจะทำการส่งออกจำหน่าย ซึ่งขณะนี้ได้ทำไปแล้วหลายประเทศและจะหาตลาดใหม่เพิ่มเช่น ตะวันออกกลาง ซึ่งกลยุทธ์หนึ่งในการเปิดตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้นคือการสร้างแบรนดิ้งซึ่งเป็นเหตุผลที่สิงห์ยอมทุ่มเงินถึง 100 ล้านบาท ในการเข้าไปเป็นเนมมิ่งสปอนเซอร์ของการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2005 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
"ตอนนี้ในตลาดเบียร์โดยรวม ผมว่าทุกคนทุกยี่ห้อก็ต้องหันมามุ่งเน้นการสร้างแบรนด์เป็นหลัก ส่วนการทำพวกโปรโมชันส่งเสริมการขายต่างๆ นั้นจะน้อยลงแต่ก็มีบ้างเหมือนกัน แต่ไม่ใช่สาระสำคัญแล้ว เพราะตลาดรวมไม่โตหวือหวาเหมือนเมื่อก่อน จะไปสร้างตลาดหรือขยายตลาดก็ลำบากมาก ซึ่งทางเบียร์สิงห์เองนั้นก็มีการทำหลายอย่าง ทั้งสปอร์ตมาร์เกตติ้ง มูฟวี่มาร์เกตติ้ง เช่นล่าสุดคือเรื่อง ก็เคยสัญญา ซึ่งอยู่ระหว่างการฉายในโรงขณะนี้ หรือกลยุทธ์มิวสิกมาร์เกตติ้ง ตรงนี้จะเริ่มเห็นมากขึ้น"
อีกทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในเวลานี้ กระทบต่อยอดขายเบียร์โดยรวมด้วยเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากทางบุญรอดฯ มีเบียร์ในหลายระดับทุกเซกเมนต์ จึงสามารถทำรายได้ทดแทนกันได้ในภาวะดังกล่าว ซึ่งถ้าหากว่าเศรษฐกิจดีเบียร์ระดับพรีเมียมของสิงห์ก็ขายได้ดี หากเศรษฐกิจตกต่ำเราก็มีเบียร์ระดับอิโคโนมีหรือสแตนดาร์ดรองรับเช่น ลีโอ หรือไทเบียร์ เป็นต้น
นอกจากนั้นแล้วยังได้ขยายตลาดในส่วนของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มใหม่ๆ อีก เช่น ล่าสุดได้เข้าสู่ตลาดเครื่องดื่มชาเขียวหลังจากที่ได้ศึกษามาพอสมควร ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ของตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่กำลังได้รับความนิยมมาก โดยทางเครือได้แยกบริษัทออกมาใหม่อีกแห่งบริหารงานโดยนายสันต์ ภิรมย์ภักดี ซึ่งเป็นลูกชายของนายสันติ ภิรมย์ภักดี เพื่อดูแลตลาดเครื่องดื่มชาเขียวโดยเฉพาะ โดยจะใช้ชื่อแบรนด์ว่า "โมชิ" และจะเปิดตัวเป็นทางการในช่วงของการรองรับผู้เข้าประกวดนางงามจักรวาลในปีนี้ด้วย ทั้งนี้ในช่วงแรกชาเขียวโมชิ จะใช้โรงงานที่สามเสนทำการผลิต ในขนาดแบบขวด 500 มิลลิลิตร ราคาประมาณ 20 บาท
ขณะเดียวกันในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำดื่มบริสุทธิ์ตราสิงห์ก็มีการรีเฟรชแบรนด์ใหม่หลังจากที่ไม่ได้ทำมานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยทุ่มงบประมาณไม่น้อยกว่า 10-20 ล้านบาท เพื่อทำการตลาดทั้งปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ใหม่ด้วยการออกหนังโฆษณาใหม่ การทำตลาดกิจกรรมส่งเสริมการขายเต็มที่
สำหรับกรณีของการเป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2005 ไทยแลนด์นำเสนอโดยผลิตภัณฑ์ตราสิงห์ จะใช้แนวคิด เอ็กซ์พีเรียนซ์ เดอะ บิวตี้ ออฟ ไทยแลนด์ (Experience the Beauty of Thailand) ด้วยงบประมาณรวม 100 ล้านบาท ซึ่งจะได้สิทธิการเผยแพร่ตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์สิงห์ผ่านการทำกิจกรรมต่างๆไม่น้อยกว่า 12 กิจกรรมตลอดเวลา 1 เดือน โดยล่าสุดได้ทุ่มงบเพิ่มอีก 20 ล้านบาท ประเดิมด้วยกิจกรรมแรกคือ ขบวนพาเหรดเปิดตัวเหล่านางงามผู้เข้าประกวดจาก 82 ประเทศในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ ถ่ายทอดสดไปทั่วโลก 171 ประเทศภายใต้แนวคิด ซิตี้ออฟแองเจิ้ล นอกจากนั้นยังได้ออกบรรจุภัณฑ์ชนิดพิเศษรุ่นจำกัดสำหรับการประกวดครั้งนี้แบบกระป๋อง จำนวน 3 ล้านใบ
|
|
 |
|
|