Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน13 พฤษภาคม 2548
"สิงห์"กอดฐานเบียร์เก่าทำตลาดใหม่หินรีเฟรชน้ำดื่ม-ปั้น"โมชิ"ลงสนามชาเขียว             
 


   
www resources

โฮมเพจ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด

   
search resources

บุญรอดเทรดดิ้ง, บจก.
Green Tea
Alcohol




บุญรอดปรับทิศการรุกตลาดเบียร์ มุ่งหน้าสร้างแบรนดิ้งหวังเพิ่มสัดส่วนตลาดต่างประเทศ ยอมรับการขยายตลาดใหม่ในไทยยาก เพราะข้อจำกัดเพียบ ต้องรักษาฐานตลาดเก่าเอาให้มากที่สุด เผยเวทีนางงามเป็นจุดสร้างแบรนด์ทั่วโลกได้อย่างดี พร้อมลุยเครื่องดื่มใหม่ เปิดตัวชาเขียว โมชิ ลงตลาด

นายฉัตรชัย วิรัตนโยสินทร์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า นโยบายการทำตลาด ของกลุ่มบุญรอดฯ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เบียร์จากนี้จะพยายามรักษาฐานตลาดเก่าเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เพราะการขยายตลาดใหม่ๆ นั้นมีความลำบากกว่า อีกทั้งยังจะเป็นการสวนทางกับนโยบายรัฐบาลด้วย นอกจากนั้นยังเป็นผลกระทบจากมาตรการของภาครัฐต่างๆ ที่ทำให้การทำตลาดเบียร์ยากกว่าอดีตมากขึ้น เช่น การห้ามโฆษณาในช่วงเวลาที่กำหนด หรือการจำกัดเวลาในการจำหน่ายเบียร์ และมาตรการรณรงค์ต่างๆ ในช่วงเทศกาลที่สำคัญ เป็นต้น

แผนการทำตลาดเบียร์จึงต้องปรับหันไปให้ความสำคัญกับตลาดต่างประเทศมากขึ้น รวมทั้งการขยายไลน์ธุรกิจอื่นๆ ทั้งในและนอกประเทศด้วย ซึ่งตลาดเบียร์นั้นจะทำการส่งออกจำหน่าย ซึ่งขณะนี้ได้ทำไปแล้วหลายประเทศและจะหาตลาดใหม่เพิ่มเช่น ตะวันออกกลาง ซึ่งกลยุทธ์หนึ่งในการเปิดตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้นคือการสร้างแบรนดิ้งซึ่งเป็นเหตุผลที่สิงห์ยอมทุ่มเงินถึง 100 ล้านบาท ในการเข้าไปเป็นเนมมิ่งสปอนเซอร์ของการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2005 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

"ตอนนี้ในตลาดเบียร์โดยรวม ผมว่าทุกคนทุกยี่ห้อก็ต้องหันมามุ่งเน้นการสร้างแบรนด์เป็นหลัก ส่วนการทำพวกโปรโมชันส่งเสริมการขายต่างๆ นั้นจะน้อยลงแต่ก็มีบ้างเหมือนกัน แต่ไม่ใช่สาระสำคัญแล้ว เพราะตลาดรวมไม่โตหวือหวาเหมือนเมื่อก่อน จะไปสร้างตลาดหรือขยายตลาดก็ลำบากมาก ซึ่งทางเบียร์สิงห์เองนั้นก็มีการทำหลายอย่าง ทั้งสปอร์ตมาร์เกตติ้ง มูฟวี่มาร์เกตติ้ง เช่นล่าสุดคือเรื่อง ก็เคยสัญญา ซึ่งอยู่ระหว่างการฉายในโรงขณะนี้ หรือกลยุทธ์มิวสิกมาร์เกตติ้ง ตรงนี้จะเริ่มเห็นมากขึ้น"

อีกทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในเวลานี้ กระทบต่อยอดขายเบียร์โดยรวมด้วยเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากทางบุญรอดฯ มีเบียร์ในหลายระดับทุกเซกเมนต์ จึงสามารถทำรายได้ทดแทนกันได้ในภาวะดังกล่าว ซึ่งถ้าหากว่าเศรษฐกิจดีเบียร์ระดับพรีเมียมของสิงห์ก็ขายได้ดี หากเศรษฐกิจตกต่ำเราก็มีเบียร์ระดับอิโคโนมีหรือสแตนดาร์ดรองรับเช่น ลีโอ หรือไทเบียร์ เป็นต้น

นอกจากนั้นแล้วยังได้ขยายตลาดในส่วนของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มใหม่ๆ อีก เช่น ล่าสุดได้เข้าสู่ตลาดเครื่องดื่มชาเขียวหลังจากที่ได้ศึกษามาพอสมควร ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ของตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่กำลังได้รับความนิยมมาก โดยทางเครือได้แยกบริษัทออกมาใหม่อีกแห่งบริหารงานโดยนายสันต์ ภิรมย์ภักดี ซึ่งเป็นลูกชายของนายสันติ ภิรมย์ภักดี เพื่อดูแลตลาดเครื่องดื่มชาเขียวโดยเฉพาะ โดยจะใช้ชื่อแบรนด์ว่า "โมชิ" และจะเปิดตัวเป็นทางการในช่วงของการรองรับผู้เข้าประกวดนางงามจักรวาลในปีนี้ด้วย ทั้งนี้ในช่วงแรกชาเขียวโมชิ จะใช้โรงงานที่สามเสนทำการผลิต ในขนาดแบบขวด 500 มิลลิลิตร ราคาประมาณ 20 บาท

ขณะเดียวกันในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำดื่มบริสุทธิ์ตราสิงห์ก็มีการรีเฟรชแบรนด์ใหม่หลังจากที่ไม่ได้ทำมานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยทุ่มงบประมาณไม่น้อยกว่า 10-20 ล้านบาท เพื่อทำการตลาดทั้งปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ใหม่ด้วยการออกหนังโฆษณาใหม่ การทำตลาดกิจกรรมส่งเสริมการขายเต็มที่

สำหรับกรณีของการเป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2005 ไทยแลนด์นำเสนอโดยผลิตภัณฑ์ตราสิงห์ จะใช้แนวคิด เอ็กซ์พีเรียนซ์ เดอะ บิวตี้ ออฟ ไทยแลนด์ (Experience the Beauty of Thailand) ด้วยงบประมาณรวม 100 ล้านบาท ซึ่งจะได้สิทธิการเผยแพร่ตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์สิงห์ผ่านการทำกิจกรรมต่างๆไม่น้อยกว่า 12 กิจกรรมตลอดเวลา 1 เดือน โดยล่าสุดได้ทุ่มงบเพิ่มอีก 20 ล้านบาท ประเดิมด้วยกิจกรรมแรกคือ ขบวนพาเหรดเปิดตัวเหล่านางงามผู้เข้าประกวดจาก 82 ประเทศในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ ถ่ายทอดสดไปทั่วโลก 171 ประเทศภายใต้แนวคิด ซิตี้ออฟแองเจิ้ล นอกจากนั้นยังได้ออกบรรจุภัณฑ์ชนิดพิเศษรุ่นจำกัดสำหรับการประกวดครั้งนี้แบบกระป๋อง จำนวน 3 ล้านใบ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us