Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน11 พฤษภาคม 2548
ผุด "อควาเรียม" กลางกรุง             
 


   
search resources

โอเชียนนิส ออสเตรเลียกรุ๊ป
Entertainment and Leisure
โอเชียนนิส อินเตอร์เนชั่นแนล พีทีวาย, บจก.




ทุนออสเตรเลียเทงบ 1,000 ล้าน ผุดอควาเรียมกลางกรุง "สยาม โอเชียน เวิลด์" เสริมศักยภาพกรุงเทพฯ เมืองมหานคร ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เปิดบริการ พ.ย.นี้ ชูจุดแข็งเรื่องความชำนาญในการสร้างอควาเรียม เชื่อธุรกิจไปได้สวย คาดปีแรกมีผู้เข้าชมกว่า 1.5 ล้านคน ล่าสุดจับมือทรูให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ข้อมูลสัตว์น้ำในอควาเรียม

นายปีเตอร์ โอไบรอัน กรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาและก่อตั้ง บริษัท โอเชียนนิส อินเตอร์เนชั่นแนล พีทีวาย จำกัด ซึ่งมีบริษัทแม่ที่ประเทศออสเตรเลีย ดำเนินธุรกิจในโครงการอควาเรียมระดับโลก กล่าวว่า ไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่บริษัทได้ตัดสินใจเข้ามาลงทุนสร้างอควาเรียม ในโครงการ "สยาม โอเชียน เวิลด์" โดยใช้เงินลงทุนทั้งหมด ประมาณ 1,000 ล้านบาท ภายใต้การดำเนินงานของ โอเชียนนิส กรุ๊ป

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยใช้พื้นที่ของสยามพารากอน ชั้น บี 1 และ บี 2 รวม 10,000 ตารางเมตร พร้อมเปิดให้บริการได้ในเดือนพฤศจิกายน 2548 คาดว่าช่วงปีแรกของการเปิดดำเนินงาน จะมีผู้มาใช้บริการประมาณ 1.5 ล้านคน ทั้งชาวไทยและต่างชาติ คาดว่าจะคุ้มทุนใน 4-5 ปี โดยกลุ่มเป้าหมายหลักที่บริษัทต้องการคือ คนไทยที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งมีจำนวนถึง 12 ล้านคน รวมถึงนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจคนไทยที่เข้ามาเที่ยวชมกรุงเทพฯ นอกจากนั้นยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งต้องเข้ามาพำนักในกรุงเทพฯ อีกไม่น้อยกว่า 12 ล้านคนต่อปี

โดยบริษัทเชื่อว่า โครงการ "สยาม โอเชียน เวิลด์" จะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในเรื่องของการศึกษาโลกใต้น้ำสำหรับคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เป็นอย่างดี เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่จะเข้ามาช่วยสร้างสีสันและศักยภาพให้กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นมหานครที่คนทั่วโลกรวมทั้งคนไทยต้องการเข้ามาท่องเที่ยวให้ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น จุดเด่นของ "สยาม โอเชียน เวิลด์" เป็นอควาเรียมที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากปัจจัยความสำเร็จและความนิยม จากโครงการที่ผ่านมาที่บริษัทได้ไปลงทุนในประเทศต่างๆ เช่น เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ปูซานประเทศเกาหลี เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

สำหรับกลยุทธ์การตลาดที่จะเสริมความมั่นใจในด้านการแข่งขัน โดยบริษัทจะว่าจ้างผู้จัดการโครงการ ซึ่งเป็นคนท้องถิ่นนั้นๆ ที่บริษัทได้ไปลงทุน เพราะจะเป็นผู้ที่เข้าใจตลาดได้ดี โดยแผนงานเบื้องต้นนอกจากการขายตั๋วเข้าชมตามปกติในราคาเดียวแล้ว ยังมีแพกเกจตั๋วสำหรับกรุ๊ปครอบครัว และกรุ๊ปนักเรียนนักศึกษา นอกจากนั้นยังเตรียมที่จะหาพันธมิตรเพิ่มเติมในกลุ่มบริษัทนำเที่ยว เพื่อจัดเป็นแพกเกจท่องเที่ยวทั้งคนไทยและคนต่างชาติ

ล่าสุด ได้ร่วมกับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เข้ามาติดตั้งภายในพื้นที่อควาเรียม ในการเพิ่มสีสันการเข้าชมของนักท่องเที่ยว โดยสามารถโหลดข้อมูลของสัตว์น้ำแต่ละชนิดที่กำลังว่ายในอควาเรียม หรือการโหลดวิดีโอคลิป รวมถึงชมการถ่ายทอดสดเหตุการณ์ต่างๆ ของชีวิตสัตว์น้ำ เช่น การให้อาหารปลาฉลาม

"การบริการดังกล่าวทำให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริงเกี่ยวกับชีวิตใต้น้ำได้ยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มความรู้และการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยได้ ส่วนที่เลือกเปิดโครงการ ที่สยามพารากอน เพราะเป็นทำเลที่เหมาะสมและอยู่กลางเมืองเป็นศูนย์รวมทางการท่องเที่ยว มีการคมนาคมสะดวก เป็นศูนย์รวมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติแบบครบวงจร ส่วนราคาตั๋วกำลังอยู่ระหว่างหาข้อสรุป เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นราคาที่เหมาะสมกับคนไทย"

อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวถือว่าเป็นอควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิเอเชียแปซิฟิก บริษัทได้นำสัตว์น้ำมาให้ชมกว่า 3,000 ชนิด เป็นสัตว์หายากถึง 400 สายพันธุ์ ทั้งนี้บริษัทเชื่อว่าจะได้รับความสนใจ เพราะประเทศไทยมีการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ และในอนาคตบริษัทเตรียมที่จะไปลงทุนเปิดเพิ่มที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก และขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการก่อสร้างอควาเรียมที่ ดูไบ มอลล์ ซึ่งเป็นอควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us