|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ ฉบับ พฤษภาคม 2527
|
 |
ในขณะที่อเมริกามัวแต่คุยเฟื่องเรื่องนักแสดงรุ่นเยาว์ นักแสดงแบบ นักร้องเพลงร็อกและนักกรีฑาที่กำลังพุ่งแรงกันอยู่นั้นก็มีคนรุ่นหนุ่มสาวที่ก้าวขึ้นมาสู่ความสำเร็จในการทำธุรกิจก่อนที่จะมีอายุถึง 30 กันอยู่หลายคน ผู้จัดการรุ่นเยาว์ทั้ง 6 คนที่จะแนะนำให้รู้จักกันนี้มีความสามารถรวบรวมทรัพย์สินเงินทองนอกกฎเกณฑ์ได้เกินกว่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณเกือบ 700 ล้านบาท)ด้วยตนเองทั้งๆ ที่ทุกคนอายุยังไม่ถึง 30 กันทั้งนั้น
ตัวอย่างทั้ง 6 คนเป็นพวกที่ยังไม่โด่งดังสักเท่าไรนัก
อาจจะมีรอดหลงหูหลงตาอยู่หลายคน หรือไม่ยอมเปิดเผยตัวเล็ดลอดไป มีบางคนที่ละเว้นไปเสียเพราะมีการเปิดเผยตัวให้สาธารณชนเป็นที่รู้จักโด่งดังไปมากพอแล้ว
คนที่เด่นที่สุดในกลุ่มนี้คือ สตีเวน จ็อปส์ วัย 29 ประธานบริษัทที่มีมูลค่านับร้อยล้านเหรียญคือ แอปเปิลคอมพิวเตอร์
วิลเลียม เฮช เกทส์ ที่สาม อายุ 28 ปี ซึ่งบริษัทไมโครซอฟท์ของเขาเป็นผู้ผลิตไมโครคอมพิวเตอร์รายใหญ่ที่สุดรายหนึ่ง
ซาเวียร์ โรเบิร์ต วัย 28 เช่นกัน นักออกแบบของบริษัทผู้ผลิตตุ๊กตาหนูน้อยไร่กะหล่ำ
ส่วนจำนวน 3 ใน 6 ต่อไปที่จะกล่าวถึงนี้ก็อยู่ในวงการคอมพิวเตอร์ ซึ่งตัวบ่งชี้ง่ายของอุตสาหกรรมชนิดนี้คือ การที่สามารถแยกแตกแขนงธุรกิจออกไปได้นั่นเอง
ทั้ง 6 คนนี้มีข้อเด่นที่เหมือนๆ กันคือ พวกเขาเริ่มต้นจากความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง มีสายตากว้างไกล กล้าได้กล้าเสียไม่ย่อท้อ หรือท้อถอยต่อตัวเลขที่กำหนดอายุของพวกเขา
- เบรท จอห์นสัน
จบวิชาเอกเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี 1979 จอห์นสันลงทุนซื้อหมวกที่ทำด้วยผ้าฝ้ายไว้จำนวนหนึ่ง ก่อนหน้าการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมเยลและฮาร์วาร์ด มาด้วยราคาใบละแค่เหรียญเดียวและนำมาพิมพ์อักษร “H” สีแดงสด แล้วเร่ขายออกไปได้ถึง 200 ใบในราคาที่ขึ้นมาเป็นสองเหรียญครึ่ง
จากกำไรที่ได้มาอย่างรวดเร็วนี้ทำให้เขามีช่องทางกับตลาดผู้คนในสนามเชียร์กีฬาได้ เขาจึงตั้งบริษัท คราวด์ขึ้นมาจากเงินที่ยืมมาจากยายของตนเองจำนวน 1,500 เหรียญ โอกาสทองมาถึงจนได้เมื่อโรงงานยาสูบของสหรัฐฯ ให้สัมปทานทำหมวกโฆษณาชักชวนให้กับสินค้าที่ชื่อว่า โคเปนเฮเกน และ สโคล นอกจากที่ขายให้กับบริษัทเองแล้ว เขายังได้ขายไปให้กับร้านค้าปลีกอีกครึ่งล้าน ส่วนใหญ่ก็ขายให้กับคนหนุ่มสาว
เขาสามารถเข้าถึงลูกค้ารายใหญ่ๆ เช่น แอนเฮิร์ส เซอร์บุช โคคาโคลา แมค
ด้วยการจับธุรกิจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตั้งแต่เขาอยู่ในมหาวิทยาลัยนอร์ทเทกซัส สเตท เขาได้ละทิ้งงานเซลส์แมนขายเครื่องอัดฉีดน้ำมันและแก๊สในปี 1981 เริ่มด้วยการขายบ้านพักเพื่อเริ่มต้นเก็บทุนทำธุรกิจ และด้วยสิทธิบัตรพิเศษในการขายปลีกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้กับร้านค้า 600 แห่งทั่วโลก โรนิคได้เปิดสาขาคอมพิวเตอร์แลนด์ขึ้นในเมืองฮุสตันที่เขาพักอยู่ และเดี๋ยวนี้เขาสามารถจะมีบ้านหลังใหม่ ซึ่งตกแต่งประดับประดาด้วยรางวัลในการล่าหมูป่า เขาสามารถสะสมทุนเพิ่มขึ้นในปี 1983 โดยขายหุ้นร้อยละ 49 ของบริษัทให้แก่ผู้สนใจภายนอก และสามารถเปิดร้านขึ้นอีก 5 แห่งในฮุสตัน ตอนนี้เขามีอายุ 29 แล้ว
- วิลเลียม เบเกอร์
ก็เหมือนกับผู้ประกอบการธุรกิจการขายคอมพิวเตอร์รายอื่นๆ เบเกอร์ได้รับการส่งเสริมจากบริษัทไอบีเอ็มโดยจำนวนการสั่งอุปกรณ์ของเขาสะดุดตาบริษัทไอบีเอ็มเข้า ในปี 1980 บริษัทได้ขอให้เขาออกแบบเวิร์ดโพรเซสเซอร์ให้กับเครื่องพีซีที่เรียกชื่อเฉพาะว่า อีซีไรเตอร์ ที่ออกสู่ตลาดในภายหลัง ซึ่งตอนนี้ไม่เพียงแต่ไอบีเอ็มเท่านั้นที่มีอยู่ยังมีบริษัทอื่นๆ ที่จะนำออกสู่ตลาด เช่น เทกซัส อินสทรูเมนท์ ดาต้า เนเจอรัล เบเกอร์บอกขายบริษัทอินฟอร์เมชั่น อันลิมิเตด ซอฟต์แวร์ของเขาให้กับคอมพิวเตอร์ แอสโซซิเอชั่น อินเตอร์เนชั่นเนล ไปเมื่อเดือนกรกฎาคมของปีที่แล้ว ในราคาที่จะทำเงินให้ถึง 10 ล้านเหรียญ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงินรายได้ของบริษัทในอนาคต ตัวเขาอยู่ในฐานะรองประธานบริษัท แต่ก็กลับมาเป็นประธานใหญ่ของบริษัท ไอแลนด์ กราฟฟิค ซึ่งเป็นบริษัทที่เพิ่งจะตั้งขึ้นมาในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิก เบเกอร์อายุ 28 ปี อยู่ในบ้านอันแสนสุขสบายในซานฟรานซิสโก และหัดเล่นกีตาร์เพื่อการพักผ่อน
- เดวิด ชเลซิงเจอร์
ราคาขึ้นในฟิลาเดเฟียในปี 1973 ในขณะที่ตนเองยังเรียนหนังสืออยู่ในมหาวิทยาลัยเพนซิลเวนีย เงินทุนตั้งร้านส่วนหนึ่งได้มาจากการยืมเงินออมของน้องชายและน้องสาวของเขาคนละ 1,500 เหรียญ ทุกวันนี้เขาเป็นเจ้าของผู้จัดการร้านหนังสืออิสระในฟิลาเดเฟีย คือร้านอองคอร์ บุค ซึ่งมีร้านย่อยๆ สาขาอีก 15 แห่ง รวมยอดขายเกิน 10 ล้านในทุกๆ ปี ชเลซิงเจอร์ อายุ 29 แล้ว เขาหวังที่จะเปิดร้านหนังสือเพิ่มอีก 7 แห่งในอนาคต และจะขยายให้ถึง 30 แห่งในสิ้นปี 1986 เขามีนัดกินอาหารกับอาเธอร์ โกลด์ ลูกค้าของเขาที่ร้าน เลอ เบค ฟิน ซึ่งแน่นอนล่ะว่า ไม่ใช่ภัตตาคารราคาเบากระเป๋าเลย
- เทอรี่ ดอร์แมน
ดอร์แมนจบจากสถาบันที่มีชื่อเสียงมากคือ ฟิลิปส์ อาคาเดมี ในบ้านเกิด คือแอนโดเวอร์ มลรัฐแมสซาชูเซตต์ แต่ไม่ได้ร่ำเรียนต่อถึงมหาวิทยาลัย เขาเริ่มจับงานพิมพ์ซิลค์สกรีนที่ชั้นล่างตึกที่พ่อแม่อาศัยอยู่กับเพื่อนคนหนึ่ง คือ ปีเตอร์ โปโดนอฟ โทั้งคู่เริ่มจากงานพิมพ์โปสเตอร์และเสื้อยืด แล้วขยับขยายมารับงานจากบริษัทออกแบบ ต่อมาก็ได้รับการว่าจ้างให้ทำป้ายโฆษณาแสดงขนาดใหญ่สำหรับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีชั้นสูงจากบริษัทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในท้องถิ่นที่เขาอาศัย จนสามารถเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวดอร์แมนถึง 300,000 เหรียญ ในปีที่แล้วบริษัทดอร์แมนและโบโนดอฟมีรายได้ถึง 7 แสนเหรียญ ส่วนใหญ่ในขณะนี้บริษัทจะทำพวกวงจรอิเล็กทรอนิกส์ คีย์บอร์ด และอุปกรณ์ไฟฟ้าให้กับลูกค้ารายใหญ่ๆ ซึ่งมีทั้งไอบีเอ็ม ซีร็อกซ์ และอาร์ซีเอ โบโนดอฟเลิกกิจการไปเมื่อปี 1979 แต่ดอร์แมนซึ่งตอนนี้อายุเพียง 27 และครองแชมป์นักขับจักรยานยนต์สมัครเล่น ยังคงมุ่งมั่นต่อไปตามลำพังในฐานะผู้บริหารใหญ่ของบริษัท
- ชารอน คอร์
โสมเป็นเครื่องดื่มที่นิยมกันมาก เสียแต่ราคาของมันแพงจนจรดไม่ลงทีเดียว ตามที่วางขายอยู่ในร้านอาหารเสริมสุขภาพต่างๆ ในเมืองชิคาโก ชารอน และสามี (คือโรเบิร์ต) ได้ค้นหาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับโสมที่ราคาไม่แพงจนเกินไปในปี 1977 พวกเขาพยายามตรวจค้นเอกสารบันทึกสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ของรัฐ ขุดค้นหาเครื่องดื่มที่ผสมโสมที่กล่าวขวัญกันมาแล้วถึง 70 ปี และพบสูตรบางส่วนที่เมืองประวัติศาสตร์เล็กๆ ในวิสคอนซิน โดยการช่วยเหลือแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญการผลิตเครื่องดื่ม พวกเขาได้ปรับปรุงเครื่องดื่มที่เรียกว่า จินเซง รัช และนำตัวอย่างไปออกแสดงสินค้า ในปี 1978 มันติดตลาดทันที ทั้งคู่ได้รับใบสั่งจองจำนวนถึง 10,000 หีบ บริษัทเคอร์ ซึ่งขายเครื่องดื่มธรรมชาติได้ออกผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีก 9 ชนิดในขณะนี้ซึ่งทำให้มีรายได้สุทธิถึง 20 ล้านเหรียญในปีที่ผ่านมา ชารอนเป็นสาวอายุ 27 ควบตำแหน่งทั้งผู้จัดการฝ่ายขายและฝ่ายการตลาดคู่ไปกับตำแหน่งเจ้าของในบริษัทที่ชิคาโกอีกครึ่งหนึ่ง ประธานของบริษัทคือโรเบิร์ต
|
|
 |
|
|