|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
"ยูนิลีเวอร์-พีแอนด์จี-ไลอ้อน" ฝุ่นตลบผุดแผนรับมือกระทรวงพาณิชย์ เตรียมบริหารจัดการขนานใหญ่ หลังเดือนพ.ค.ขอขึ้นราคา-ลดไซส์สุดหิน กระทรวงพาณิชย์ดึงเกมสินค้าอุปโภคบริโภครายเล็ก-ใหญ่ แข่งยุติธรรม ตั้งป้อมคุม 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ แชมพู-สบู่-ผงซักฟอก เป็นสินค้าควบคุม หลังรายใหญ่ปรับราคาสินค้า-ลดปริมาณอำเภอใจ
ภายหลังจากที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ช่วงปีที่ผ่านมา และในปีนี้แนวโน้มของราคาน้ำมันก็ยังดีดตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามด้วย กรณีดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการสินค้าหลายกลุ่ม ซึ่งรวมไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภคหรือของใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างแชมพู ผงซักฟอก สบู่ เป็นต้น เริ่มทยอยขึ้นราคา หรือใช้กลยุทธ์ลดปริมาณลง มาตั้งแต่เดือนมกราคม 2548 อย่างเงียบๆ โดยไม่ได้แจ้งต่อกระทรวงพาณิชย์
ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์เตรียมออกประกาศควบคุมให้สินค้า 8 กลุ่ม ได้แก่ ปูนซีเมนต์ เม็ดพลาสติก สายไฟฟ้า กระดาษ คราฟน์ สุกรและเนื้อสุกร รวมทั้งแชมพู สบู่ ผงซักฟอก เป็นสินค้าควบคุมจากเดิมเป็นสินค้าเฝ้าระวัง ติดตามส่งผลให้สินค้าควบคุมปัจจุบันมีทั้งหมด 24 รายการ ทั้งนี้เพื่อควบคุมการขึ้นราคาหรือลดขนาดลงของผู้ประกอบการโดยพลการ และจากนี้การขึ้นราคาสินค้าใน 3 กลุ่ม ผงซักฟอก สบู่ แชมพูจะต้องขออนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์ก่อน โดยสินค้าที่ประกาศควบคุมใหม่จะมีผลหลังจากที่ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ภายในเดือนพฤษภาคมนี้
แหล่งข่าวบริษัทยูนิลีเวอร์ ไทยเทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยกับ "ผู้จัดการรายวัน" ว่า ภาครัฐออกมาตรการดังกล่าวออกมาในครั้งนี้ ในฐานะบริษัทเป็นผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภค ก็ต้องปฏิบัติตามทุกอย่าง แม้ว่าบริษัทจะต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นก็ตาม โดยขณะนี้บริษัทเฝ้า ติดตามถึงมาตรการดังกล่าวอย่างใกล้ชิดว่าจะมีผลเมื่อไร ซึ่งหากมีผลบังคับใช้บริษัทก็ได้เตรียมแผนรองรับไว้ คือจะต้องบริหารจัดการต้นทุนการผลิตสินค้าให้ดีมากขึ้น จากที่ผ่านมาบริษัทก็มีการบริหารจัดการที่ดีอยู่แล้ว
ทั้งนี้ตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันบริษัทยูนิลีเวอร์เป็นผู้นำตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์แชมพู สบู่ และผงซักฟอก โดยในกลุ่มแชมพูภายใต้แบรนด์ซันซิล คลีนิคเคลียร์ โดฟ มีส่วนแบ่งถึง 56.8% จากมูลค่าตลาด 9,000 ล้านบาท ผงซักฟอกภายใต้แบรนด์บรีส โอโม มีส่วนแบ่ง 65% จากมูลค่าตลาด 10,000 ล้านบาท ส่วนกลุ่มสบู่มีส่วนแบ่ง 26% จากมูลค่า 3,200 ล้านบาท โดยเป็นรายแรกที่ใช้กลยุทธ์ลดปริมาณลงราคาคงเดิม รวมทั้งปรับราคาสินค้าขึ้นใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการลดปริมาณแต่ราคาคงเดิม รวมทั้งปรับราคาสินค้า เริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม กลุ่มผลิตภัณฑ์ แชมพู และครีมนวดซันซิลเพิ่ม 2-3 บาท คลีนิคเคลียร์เพิ่มเป็นเฉพาะบางขนาดเท่านั้น เช่น 380 กรัม จาก 103 บาทเป็น 109 บาท และ วางแผนจะปรับราคาขึ้นเป็นขั้นบันได ส่วนกลุ่มสบู่ ได้ปรับลดน้ำหนักจาก 90 กรัม เหลือ 85 กรัม แต่ราคาเท่าเดิม 10 บาท รวมทั้งกลุ่ม ผงซักฟอกลดปริมาณลง 5 กก. เหลือ 4.5 กก. และจำหน่ายราคา 185 บาทเท่าเดิม แต่เมื่อสอบถามไปยังผู้บริหารยูนิลีเวอร์กลับขอปฏิเสธ
สำหรับกรณีที่กระทรวงพาณิชย์ ออกมาประกาศเปลี่ยนจากสินค้าเฝ้าระวังติดตามอย่างแชมพู ผงซักฟอก สบู่มาเป็นสินค้าควบคุมนั้น วัตถุประสงค์สำคัญอย่างหนึ่งคือ ต้องการสร้างการแข่งขันให้มีความยุติธรรมมากขึ้น เพราะการเป็นผู้นำตลาดก็ถือได้ว่าตราสินค้าได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้บริโภค การขึ้นราคาสินค้าหรือลดปริมาณ โอกาสที่ผู้บริโภคจะสวิตช์ไปซื้อสินค้าแบรนด์อื่นย่อมมีน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับรายเล็กที่ขึ้นราคา ขณะที่รายอื่นๆ เมื่อเห็นว่าผู้นำตลาดยังขึ้นราคาก็ต้องขึ้นตามบ้าง
มาตรการสินค้าควบคุมไม่มีผล
นายบุญฤทธิ์ มหามนตรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลอ้อน ประเทศไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้เครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า มาตรการเปลี่ยนสินค้า 3 กลุ่ม เป็นสินค้าควบคุมของกระทรวงพาณิชย์ที่ออกมานั้น เป็นเพราะต้องการทำให้ประชาชนมีความสบายใจมากขึ้น แต่ที่จริงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคถูกควบคุมโดยกลไกทางการตลาดอยู่แล้ว เพราะการแข่งขันในสินค้าทั้ง 3 กลุ่ม มีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยยกตัวอย่างว่า ราคาผงซักฟอกไม่ได้ขยับราคาหรือมีความแตกต่างกันมากนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจ ปี 2540 จนกระทั่งปัจจุบัน ในขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบหลักเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว
หลังจากที่บริษัทมีนโยบายตรึงราคาสินค้าไว้ให้นานที่สุด แต่ล่าสุดผู้นำตลาดใช้กลยุทธ์ลดปริมาณลงในสินค้ากลุ่มผงซักฟอก ทำให้บริษัทมีนโยบายลดปริมาณลงจาก 5 กก.เหลือ 4.5 กก. ราคา 185 บาท โดยจะเริ่มทยอยปรับและคาดว่าอีก 1 เดือนจะเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น"
ขณะนี้บริษัทได้เตรียมหามาตรการรองรับผลจากการเปลี่ยน แปลงของทางภาครัฐไว้แล้ว เพราะหลังจากนี้การจะขึ้นราคาสินค้า 3 กลุ่มจะต้องสมเหตุสมผลมากขึ้น โดยบริษัทได้เตรียมจัดซื้อวัตถุดิบแบบโกลบอล ลูกค้าสามารถติดต่อมาเสนอราคาวัตถุดิบได้ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความหลากหลายในเรื่องของราคาและเลือกราคาที่เหมาะสมที่สุด โดยเป็นวิธีลดต้นทุนการผลิตอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ยังได้เตรียมปรับแพกเกจจิ้ง ลดความแข็งแรงของกล่องลง ส่วนความสวยงามยังคงเดิม
P&G รอดตัวหลังไม่มีแผนขึ้นราคา
นายอมาร์ดีพ คอสล่า กรรมการ บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล ประเทศไทย กล่าวกับ "ผู้จัดการรายวัน"ว่า สำหรับข้อกำหนดและกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่จะออกมานั้น ทางพีแอนด์จีมีความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าวิธีที่ดีที่สุด ในการรับมือกับความกดดันด้านต้นทุนนั้น คือการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจของบริษัท โดยก่อนหน้านี้นางสาวปริญดา หัศฎางค์กุล กรรมการผู้จัดการของบริษัท ได้กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลังจากที่ต้นทุนการผลิตโดยรวมสูงขึ้น แต่บริษัทไม่มีนโยบายที่จะปรับราคาสินค้าหรือลดขนาดของสินค้าลง โดยยัง คงราคาเดิมไว้ตลอดอยู่แล้ว ดังนั้นจากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จึงไม่มีผลกระทบต่อบริษัทเลย
|
|
 |
|
|