"สมคิด" เดินเครื่องแปรรูปรัฐวิสาหกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์เต็มพิกัด
"การท่าฯ" เข้า ครม.อังคารนี้ พร้อมเข็น ทศท. กสท. แบงก์รัฐ กรุงไทย
ไทยธนาคาร และนครหลวงไทย เป็นรายต่อไป
ลั่นเอาให้เสร็จภายในปี 2545 นี้ คาดว่าจะสามารถดึงเม็ดเงินจากต่างชาติ
และระบายสภาพคล่องส่วนเกินที่ค้างอยู่ในระบบได้ นโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลชุดนี้เดินเครื่องอย่างเต็มที่อีกครั้ง
หลังจากวานนี้(5 มิ.ย.) กระทรวงการคลัง โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี
และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลัง เห็นพ้องกับกระทรวงคมนาคม โดยนายวันมูหะมัดนอร์
มะทา
รัฐมนตรีว่าการฯ และคณะกรรมการการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เข้ารายงาน ต่อ
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรีถึงความคืบหน้าในการแปรรูปบริษัทการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย
(ทอท.)เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามผลการศึกษาที่บริษัทที่ปรึกษาเสนอ
โดยเสนอคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) นายสมคิด เปิดเผยว่า จากข้อตกลงบริษัทการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย
(ทอท.)
มีความพร้อมที่จะแปรรูปและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ภายในเดือนตุลาคม
ถึงพฤศจิกายนนี้
โดยกระทรวงคมนาคมจะเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาอนุมัติของคณะรัฐมนตรีในการแปรรูปการท่าฯ
ให้เป็นบริษัทจำกัดได้ภายในวันอังคารที่ 11 มิถุนายนนี้ สำหรับขั้นตอนต่อไป
คณะกรรมการจะไปศึกษารายละเอียดการกระจายหุ้นของทอท. โดยในเบื้องต้นจะเริ่มกระจายในสัดส่วน
30% ก่อน จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนการกระจาย เพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งขณะนี้ฐานะของทอท.
ค่อนข้างดีแล้ว ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
กล่าวว่า การแปรรูปทอท.คาดว่าจะสามารถแปรรูปได้ภายในตุลาคม 2545
การบรรลุข้อตกลงดังกล่าวระหว่างสองกระทรวงนับเป็นการยุติความไม่ชัดเจนของการแปรรูปทอท.ที่คาราคาซังมานาน
ก่อนหน้านี้ ทั้งสองหน่วยงานมีความเห็นไม่ตรงกันในประเด็นการระดมทุน
โดยกระทรวงคมนาคมมีความเห็นว่าการแปรรูปและการขายหุ้นทอท.มีเป้าหมายหลัก
คือการระดมทุนเพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิหรือหนองงูเห่า
ขณะที่
กระทรวงการคลังเห็นว่า ทอท.ควรแปรรูปโดยเข้ากระจายหุ้นในตลาด หลักทรัพย์ภายในไตรมาสที่
3 ของปี 2545 ทศท.-กสท.ปีนี้แน่ แบงก์รัฐเดินขบวนแปรรูป
"ขณะนี้การแปรรูปของรัฐวิสาหกิจหลายแห่งเริ่ม มีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น
กระทรวงการคลังจึงอยากผลักดันให้เป็นไปตามเป้าหมาย ที่วางไว้ เพราะนอกจากการท่าอากาศยานจะเป็นรัฐวิสาหกิจ
ที่มีความพร้อมแล้ว ยังมีองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) ที่น่าจะแปรรูปได้ทันภายในปีนี้อีก
ซึ่งมีนโยบายชัดเจนว่าให้แยกกันแปรรูปกับการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.)
หากใครมีความพร้อมดำเนินการแปรรูปได้ก่อน"นายสมคิดกล่าว นอกจากรัฐวิสาหกิจแล้วยังมีธนาคารพาณิชย์ของรัฐที่สามารถกระจายหุ้นได้ทันภายในปลายปีนี้คือธนาคารกรุงไทย
ธนาคารไทยธนาคาร และอาจรวมถึงธนาคารนครหลวงไทย และการบินไทยหลังการแต่งตั้งประธานคณะกรรมการแล้วก็น่าจะเร่งรัดการกระจายหุ้นต่อไป
ส่วนรัฐวิสาหกิจอื่นก็ยังให้ดำเนินการตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งขึ้นอยู่กับความพร้อมเป็นหลัก
"เชื่อว่าการกระจายหุ้นของรัฐวิสาหกิจ ในช่วงครึ่งปีหลังถือเป็นโอกาสที่ดี
และตลาดเอื้ออำนวย
เชื่อว่าการขายหุ้นรัฐวิสาหกิจรายอื่นๆไม่น่าจะเหมือนกับการขายหุ้นปตท.ที่มีการกำหนดราคาไม่เหมาะสม
จึงทำให้ราคาหุ้นไม่สามารถปรับสูงได้มากนัก" รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง
กล่าว
นายสมคิด กล่าวอีกว่า โดยการกระจายหุ้นครั้งนี้ ได้กำชับให้คนไทยได้มีโอกาสในการซื้อหุ้นครั้งนี้ด้วย
เพราะถือเป็นเสมือนเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการออมของประชาชน
ซึ่งการกระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์น่าจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการลงทุนของผู้ออมเงิน
และยังดึงเงินทุนจากต่างประเทศให้ไหลเข้ามาลงทุนมากขึ้น
"กลางปีนี้จะมีการออกพันธบัตรมาเพื่อให้ผู้ฝากมาซื้อได้มากขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่ม
ช่องทางการลงทุนให้ประชาชนแล้ว
ยังเป็นการช่วยดูดซับสภาพคล่องส่วนเกินที่ล้นอยู่ในระบบให้ลดลงได้อีกด้วย"นายสมคิด
กล่าว ส่วนราคาหุ้นของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่แปรรูปไปก่อนหน้านี้ราคาหุ้นขณะนี้ต่ำกว่าราคาจองนั้น
นายสมคิด กล่าวว่า เป็นเพราะการกำหนดราคาเป็นการกำหนดราคาสูงสุดเต็มที่
ทำให้ราคาหุ้นไม่สามารถขึ้นไปได้อีก "เป้าหมายในการแปรรูปไม่ใช่เพื่อใช้หนี้
แต่แปรรูปเพื่อให้องค์กรมีความแข็งแรง
เมื่อองค์กรแข็งแรงฐานะทางการเงินจะดีขึ้น การกู้ยืมเงินต่างๆ ก็ลดน้อยลง
ทำให้ภาระหนี้ของรัฐบาลลดลงตามไปด้วย นับว่าได้ประโยชน์ ทุกฝ่าย" นายสมคิด
กล่าว แผนกระตุ้นตลาดหุ้นตลอดปี
นโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลชุดนี้กำลังเร่งปฏิบัติล่าสุด ส่วนสำคัญมาจากการ
ประชุมการระดมความคิดเห็นหรือ "เวิร์กชอป" เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาตลาดทุนไทยเมื่อในวันที่
31
มีนาคม 2544 เพื่อร่วมกันกำหนด แนวทางในการพัฒนาตลาดทุนไทย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะสนับสนุนให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวและขยายตัวได้อย่างยั่งยืน
ซึ่งขณะนั้นตลาดหลักทรัพย์ไม่มีเสน่ห์ดึงดูดเงินจากนักลงทุนเพียงพอ มาตรการหนึ่งของการพัฒนาตลาดตราสาร
ทุนที่ได้จากการประชุมก็ คือ รัฐบาลจะหาทางเพิ่มสินค้า (supply)
โดยจะนำรัฐวิสาหกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่ผ่านมาดำเนินการแล้ว
ได้แก่ บริษัท อินเทอร์เน็ต ประเทศไทย จำกัด บริษัทการบิน ไทย จำกัด (มหาชน)
และการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย
(ปตท.) ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุน มากพอสมควร ทว่า ในปี 2545 การผลักดันรัฐวิสาหกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เงียบเหงาลงไป
รัฐวิสาหกิจเป้าหมายมีปัญหาในการแปรรูปทำให้รัฐบาลพยายามเร่งหาทางออก กระทั่ง
ช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นสำหรับตลาดหลักทรัพย์ โดยมีการซื้อขายที่คึกคักเฉลี่ยวันละกว่า
1
หมื่นล้านบาท และ เป็นนักลงทุนจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ นโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจจึงกลับมามีอัตราเร่งอีกครั้ง
โดยหากการดำเนินการดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์จะทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
(Market Capitalization) เพิ่มขึ้นจำนวนกว่า 300,000 ล้านบาท
(ไม่รวมธนาคารศรีนครและธนาคารนครหลวงไทย) ซึ่งจะทำให้ ตลท.มีขนาดใหญ่ขึ้น
เป็นที่น่าลงทุนมากขึ้นในสายตาของต่างประเทศได้ตลอดปี