Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน6 มิถุนายน 2545
ดันทอท.แปรรูปลงตัว เดินเต็มสูบหนุนลงทุนตลาดหุ้น             
 


   
search resources

องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย-TOT
กสท โทรคมนาคม, บมจ.




"สมคิด" เดินเครื่องแปรรูปรัฐวิสาหกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์เต็มพิกัด "การท่าฯ" เข้า ครม.อังคารนี้ พร้อมเข็น ทศท. กสท. แบงก์รัฐ กรุงไทย ไทยธนาคาร และนครหลวงไทย เป็นรายต่อไป

ลั่นเอาให้เสร็จภายในปี 2545 นี้ คาดว่าจะสามารถดึงเม็ดเงินจากต่างชาติ และระบายสภาพคล่องส่วนเกินที่ค้างอยู่ในระบบได้ นโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลชุดนี้เดินเครื่องอย่างเต็มที่อีกครั้ง

หลังจากวานนี้(5 มิ.ย.) กระทรวงการคลัง โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลัง เห็นพ้องกับกระทรวงคมนาคม โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา

รัฐมนตรีว่าการฯ และคณะกรรมการการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เข้ารายงาน ต่อ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร

นายกรัฐมนตรีถึงความคืบหน้าในการแปรรูปบริษัทการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.)เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามผลการศึกษาที่บริษัทที่ปรึกษาเสนอ

โดยเสนอคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) นายสมคิด เปิดเผยว่า จากข้อตกลงบริษัทการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.)

มีความพร้อมที่จะแปรรูปและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ภายในเดือนตุลาคม ถึงพฤศจิกายนนี้

โดยกระทรวงคมนาคมจะเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาอนุมัติของคณะรัฐมนตรีในการแปรรูปการท่าฯ ให้เป็นบริษัทจำกัดได้ภายในวันอังคารที่ 11 มิถุนายนนี้ สำหรับขั้นตอนต่อไป

คณะกรรมการจะไปศึกษารายละเอียดการกระจายหุ้นของทอท. โดยในเบื้องต้นจะเริ่มกระจายในสัดส่วน 30% ก่อน จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนการกระจาย เพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งขณะนี้ฐานะของทอท.

ค่อนข้างดีแล้ว ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การแปรรูปทอท.คาดว่าจะสามารถแปรรูปได้ภายในตุลาคม 2545

การบรรลุข้อตกลงดังกล่าวระหว่างสองกระทรวงนับเป็นการยุติความไม่ชัดเจนของการแปรรูปทอท.ที่คาราคาซังมานาน ก่อนหน้านี้ ทั้งสองหน่วยงานมีความเห็นไม่ตรงกันในประเด็นการระดมทุน

โดยกระทรวงคมนาคมมีความเห็นว่าการแปรรูปและการขายหุ้นทอท.มีเป้าหมายหลัก คือการระดมทุนเพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิหรือหนองงูเห่า ขณะที่

กระทรวงการคลังเห็นว่า ทอท.ควรแปรรูปโดยเข้ากระจายหุ้นในตลาด หลักทรัพย์ภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2545 ทศท.-กสท.ปีนี้แน่ แบงก์รัฐเดินขบวนแปรรูป

"ขณะนี้การแปรรูปของรัฐวิสาหกิจหลายแห่งเริ่ม มีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น กระทรวงการคลังจึงอยากผลักดันให้เป็นไปตามเป้าหมาย ที่วางไว้ เพราะนอกจากการท่าอากาศยานจะเป็นรัฐวิสาหกิจ

ที่มีความพร้อมแล้ว ยังมีองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) ที่น่าจะแปรรูปได้ทันภายในปีนี้อีก ซึ่งมีนโยบายชัดเจนว่าให้แยกกันแปรรูปกับการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.)

หากใครมีความพร้อมดำเนินการแปรรูปได้ก่อน"นายสมคิดกล่าว นอกจากรัฐวิสาหกิจแล้วยังมีธนาคารพาณิชย์ของรัฐที่สามารถกระจายหุ้นได้ทันภายในปลายปีนี้คือธนาคารกรุงไทย

ธนาคารไทยธนาคาร และอาจรวมถึงธนาคารนครหลวงไทย และการบินไทยหลังการแต่งตั้งประธานคณะกรรมการแล้วก็น่าจะเร่งรัดการกระจายหุ้นต่อไป

ส่วนรัฐวิสาหกิจอื่นก็ยังให้ดำเนินการตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งขึ้นอยู่กับความพร้อมเป็นหลัก "เชื่อว่าการกระจายหุ้นของรัฐวิสาหกิจ ในช่วงครึ่งปีหลังถือเป็นโอกาสที่ดี และตลาดเอื้ออำนวย

เชื่อว่าการขายหุ้นรัฐวิสาหกิจรายอื่นๆไม่น่าจะเหมือนกับการขายหุ้นปตท.ที่มีการกำหนดราคาไม่เหมาะสม จึงทำให้ราคาหุ้นไม่สามารถปรับสูงได้มากนัก" รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าว

นายสมคิด กล่าวอีกว่า โดยการกระจายหุ้นครั้งนี้ ได้กำชับให้คนไทยได้มีโอกาสในการซื้อหุ้นครั้งนี้ด้วย เพราะถือเป็นเสมือนเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการออมของประชาชน

ซึ่งการกระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์น่าจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการลงทุนของผู้ออมเงิน และยังดึงเงินทุนจากต่างประเทศให้ไหลเข้ามาลงทุนมากขึ้น

"กลางปีนี้จะมีการออกพันธบัตรมาเพื่อให้ผู้ฝากมาซื้อได้มากขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่ม ช่องทางการลงทุนให้ประชาชนแล้ว

ยังเป็นการช่วยดูดซับสภาพคล่องส่วนเกินที่ล้นอยู่ในระบบให้ลดลงได้อีกด้วย"นายสมคิด กล่าว ส่วนราคาหุ้นของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่แปรรูปไปก่อนหน้านี้ราคาหุ้นขณะนี้ต่ำกว่าราคาจองนั้น

นายสมคิด กล่าวว่า เป็นเพราะการกำหนดราคาเป็นการกำหนดราคาสูงสุดเต็มที่ ทำให้ราคาหุ้นไม่สามารถขึ้นไปได้อีก "เป้าหมายในการแปรรูปไม่ใช่เพื่อใช้หนี้ แต่แปรรูปเพื่อให้องค์กรมีความแข็งแรง

เมื่อองค์กรแข็งแรงฐานะทางการเงินจะดีขึ้น การกู้ยืมเงินต่างๆ ก็ลดน้อยลง ทำให้ภาระหนี้ของรัฐบาลลดลงตามไปด้วย นับว่าได้ประโยชน์ ทุกฝ่าย" นายสมคิด กล่าว แผนกระตุ้นตลาดหุ้นตลอดปี

นโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลชุดนี้กำลังเร่งปฏิบัติล่าสุด ส่วนสำคัญมาจากการ ประชุมการระดมความคิดเห็นหรือ "เวิร์กชอป" เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาตลาดทุนไทยเมื่อในวันที่ 31

มีนาคม 2544 เพื่อร่วมกันกำหนด แนวทางในการพัฒนาตลาดทุนไทย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะสนับสนุนให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวและขยายตัวได้อย่างยั่งยืน

ซึ่งขณะนั้นตลาดหลักทรัพย์ไม่มีเสน่ห์ดึงดูดเงินจากนักลงทุนเพียงพอ มาตรการหนึ่งของการพัฒนาตลาดตราสาร ทุนที่ได้จากการประชุมก็ คือ รัฐบาลจะหาทางเพิ่มสินค้า (supply)

โดยจะนำรัฐวิสาหกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่ผ่านมาดำเนินการแล้ว ได้แก่ บริษัท อินเทอร์เน็ต ประเทศไทย จำกัด บริษัทการบิน ไทย จำกัด (มหาชน) และการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย

(ปตท.) ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุน มากพอสมควร ทว่า ในปี 2545 การผลักดันรัฐวิสาหกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เงียบเหงาลงไป

รัฐวิสาหกิจเป้าหมายมีปัญหาในการแปรรูปทำให้รัฐบาลพยายามเร่งหาทางออก กระทั่ง ช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นสำหรับตลาดหลักทรัพย์ โดยมีการซื้อขายที่คึกคักเฉลี่ยวันละกว่า 1

หมื่นล้านบาท และ เป็นนักลงทุนจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ นโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจจึงกลับมามีอัตราเร่งอีกครั้ง

โดยหากการดำเนินการดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์จะทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) เพิ่มขึ้นจำนวนกว่า 300,000 ล้านบาท

(ไม่รวมธนาคารศรีนครและธนาคารนครหลวงไทย) ซึ่งจะทำให้ ตลท.มีขนาดใหญ่ขึ้น เป็นที่น่าลงทุนมากขึ้นในสายตาของต่างประเทศได้ตลอดปี

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us